xs
xsm
sm
md
lg

“อุเทน” สับพรรคการเมืองสิ้นคิด แข่งกันผุดนโยบายลดแลกแจกแถมปรนเปรอ ปชช. ลั่นขอกา “โหวตโน” เหตุไร้ตัวเลือกที่ดี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“อุเทน” สับพรรคการเมืองสิ้นคิด แข่งกันผุดนโยบายลดแลกแจกแถมปรนเปรอ ปชช. ไม่คำนึงถึงผลพวงทางงบประมาณ รวมทั้งผลกระทบที่ตามมา ยกกรณี 300 บาท ทั่วประเทศ ทำราคาก๋วยเตี๋ยวพุ่งเท่าตัวมาถึงปัจจุบัน เตือนระวังประเทศจะล่มสลาย หากผู้มีอำนาจยังคิดไม่เป็น โล่งใจชิ่งการเมืองเลี่ยง “กฎหมายประหลาด - ประชานิยมพิสดาร” ลั่นขอกา “โหวตโน” เหตุไร้ตัวเลือกที่ดีในการเลือกตั้ง ซัดคนร่าง รธน.-กม.ลูก ต้องรับผิดชอบทำประเทศปั่นป่วน


นายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตหัวหน้าพรรคคนไทย



นายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตหัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวแสดงความเป็นห่วงถึงการหาเสียงและนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆว่า เฝ้าติดตามสถานการณ์ทางการเมืองมาโดยตลอด ซึ่งก็เป็นไปอย่างที่ตนว่าคาดว่า ทั้งการสร้างวาทกรรมเพิ่มเงื่อนไขความขัดแย้ง ตลอดจนการประกาศนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ ที่มีแต่ลดแลกแจกแถม เกินกว่าประชานิยมไปแล้ว กลายเป็นประชานิยมพิสดารพันลึกกว่าที่คิด ไม่มีการคำนึงถึงผลกระทบต่อวินัยการเงินการคลังของประเทศ และผลกระทบที่จะตามมา อีกทั้งยังไม่ได้บ่งบอกว่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างไร โดยเฉพาะการประกาศจะปรับเงินเดือนและค่าแรงขั้นต่ำขึ้นอย่างก้าวกระโดดอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่มีสมมติฐานทางการเงินการคลังรองรับ เพียงเพื่อหวังคะแนนเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งถือว่าน่าเป็นห่วงมาก เพราะการขึ้นเงินเดือน ค่าแรง นอกจากจะไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว ยังซ้ำเติมทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนักมากขึ้น เพราะเราเคยมีบทเรียนมาแล้วจากเมื่อครั้งขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ที่ค่าแรงขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ค่าครองชีพกลับพุ่งพรวดเป็นเท่าตัว เอาแค่ก๋วยเตี๋ยวชามเดียวจาก 20-25 บาท ก็กลายเป็น 40-50 บาทมาถึงปัจจุบัน

นายอุเทน กล่าวต่อว่า ส่วนตัวย้ำหลายหนแล้วว่า การบรรเทาความเดือดร้อนปากท้องประชาชนนั้น ต้องช่วยเหลือโดยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยใช้กฎระเบียบ อำนาจในมือของรัฐเข้าไปสังคายนาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆให้สะท้อนความเป็นจริง มากกว่าปัจจุบันที่ค้ากำไรแบบเกินจริง แล้วคนได้รับประโยชน์คือนายทุนใหญ่ ความพยายามขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก ก็เท่ากับไปเข้าทางกลุ่มทุนใหญ่ที่จะมีข้ออ้างในการขึ้นราคาสินค้าบริการ โดยอ้างว่าต้นทุนของตัวเองเพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อย เอสเอ็มอีต่างๆต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น จนอาจดำเนินธุรกิจต่อไม่ไหว หรืออาจต้องลดบุคลากรลง ผู้ที่เดือดร้อนที่สุดก็คือ มนุษย์เงินเดือน ผู้ใช้แรงงาน ที่อาจได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แลกกับการเผชิญค่าครองชีพที่สูงขึ้นในอัตราส่วนที่มากกว่า และยังสุ่มเสี่ยงที่ต้องตกงาน เนื่องจากนายจ้างไม่สามารถจ้างไหวด้วย ที่ตามมาอีกคืออาชญากรรมที่สูงขึ้นเพราะคนตกงานมากขึ้น เช่นเดียวกับในช่วงรัฐบาลชุดนี้ที่อัตราการปล้นจี้ชิงทรัพย์สูงขึ้นมาก แล้วถ้าคนถืออำนาจรัฐคิดได้แค่การปรนเปรอประชาชนให้เสพติดประชานิยม จนง่อยเปลี้ย ทำมาหากินไม่เป็น แล้วประเทศไทยก็สุ่มเสี่ยงต้องกลายเป็น Failed State (เฟลสเตท) ที่แปลความได้ว่า รัฐล้มเหลว มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วกับวิกฤตทางเศรษฐกิจยุโรป ที่มีหลายประเทศประสบปัญหาจนเกือบเอาตัวไม่รอด ทั้งโปรตุเกต อิตาลี หรือกรีซ กลุ่มที่ถูกขนานนามจากตัวย่อแต่ละประเทศว่า PIG หรือหมูในภาษาไทย เป็นต้น หากประวัติศาสตร์ซ้ำรอยมาที่ไทย ต้องบอกว่า เป็นหมูติดมันตัวใหญ่ ที่มีทรัพยากร และภูมิศาสตร์ต่างๆที่เหมาะสม คล้ายกับประเทศเวเนซูเอลาวันนี้ ที่ต้องล่มสลายเพราะผู้มีอำนาจคิดไม่ได้ ทำไม่เป็น

นายอุเทน กล่าวอีกว่า ที่ตนไม่ทำพรรคการเมืองต่อก็เพราะรู้ว่านอกจากจะเสี่ยงคุกตารางจากกฎระเบียบที่แปลกประหลาด ทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก โดยเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง แล้วยังต้องมาแข่งขันกับพรรคการเมืองที่ออกนโยบายแบบไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้ ที่ก่อนหน้าคนร่างกฎหมายก็คุยโม้ว่า ออกแบบมาปราบโกง ป้องกันประชานิยม แต่ก็ไม่เห็นจะป้องกันได้อย่างราคาคุย ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นเหล่านี้ อยากให้บรรดาผู้ที่ร่างกฎหมายระเบียบต่างๆต้องรับผิดชอบด้วย
“จากที่ผมถอยออกมาเป็นกองเชียร์ เฝ้าดูอยู่ข้างสนาม ก็เห็นว่ากฎกติกาแปลกประหลาดได้สร้างปัญหาอย่างที่คิดไว้จริงๆ แล้วยังไม่เห็นผู้เล่น หรือพรรคการเมืองไหนที่พอจะเป็นความหวังให้กับประเทศชาติได้เลย มีทั้งที่ถนัดเข็นวาทกรรมโจมตีสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งกันไปมา ตลอดจนปรนเปรอผู้ออกเสียงด้วยประชานิยมพิสดาร แจกกันสะบั้นหั่นแหลก เพราะทุกพรรคต่างคิดถึงผลประโยชน์ และพยายามช่วงชิงอำนาจเพื่อตัวเองเท่านั้น ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมจึงขอตัดสินใจเพื่อแสดงจุดยืน โดยจะลงคะแนนเสียงในช่อง โหวตโน เพราะไม่มีตัวเลือกที่ดีซักพรรคเดียว” นายอุเทน ระบุ.


กำลังโหลดความคิดเห็น...