xs
xsm
sm
md
lg

“อนุชา นาคาศัย”พปชร. ยันเดินหน้าขึ้นแรงวันละ 400 - 425 บาท ส่วนภาคแรงงานและประชาชนแห่ขานรับ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคกลาง อนุชา นาคาศัย พรรคพลังประชารัฐ ยันนโยบายค่าแรงขั้นต่ำให้ได้ 400 ถึง 425 บาท ทำได้จริง ชี้ศึกษาแล้วอย่างรอบครอบ พร้อมเตรียมมาตรการช่วยผู้ประกอบการขณะที่ตัวแทนแรงงานและประชาชนแห่ขานรับ

นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคกลาง และผู้สมัครส.ส.ชัยนาท เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า สำหรับในการดำเนินการตามนโยบาย “ประเทศไทยต้องรวย ด้วยพลังประชารัฐ”ของพรรคพลังประชารัฐ ในส่วนของการผลักดันค่าแรงขั้นต่ำให้ได้ 400 ถึง 425 บาทนั้น ขอชี้แจงว่า เป็นนโยบายที่สามารถทำได้จริงอย่างแน่นอน เพราะทางพรรคพลังประชารัฐ ได้มีการศึกษารวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงจนได้ข้อสรุปอย่างรอบครอบบนพื้นฐานของความเป็นจริง จึงทำให้มั่นใจว่าสามารถผลักดันพันธสัญญาดังกล่าวให้เกิดขึ้นได้จริง หลังได้การรับการเลือกตั้งและเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ
“ ปัจจุบันนี้ค่าครองชีพนั้นเพิ่มขึ้นกว่า 5 เปอร์เซ็นต์  และค่าแรงขั้นต่ำนั้นขึ้นมามากที่สุดในปี 2554 อยู่ที่วันละ 300 บาท และหลังจากนั้นก็ขึ้นอีกไม่มาก ซึ่งการที่จะผลักดันค่าแรงขั้นต่ำให้ได้ 400 ถึง 425 บาทนั้นถือว่าสมเหตุสมผลกับค่าครองชีพที่มากขึ้นอย่างในปัจจุบัน”
“ เรื่องนี้เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้ว รัฐบาลโดยพรรคพลังประชารัฐจะเป็นเจ้าภาพจัดการให้เกิดขึ้น จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จะดูแลทุกภาคส่วนเหมือนกันหมด ไม่เพียงแต่จะดูแลผู้ใช้แรงงานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำเท่านั้น ในส่วนของผู้ประกอบการเจ้าของธุรกิจ ก็ได้จะได้รับการดูแลช่วยเหลือด้วยเช่นกัน   โดยจะมีมาตรการช่วยเหลือต่างๆออกมาอีกมากมาย เช่น การฝึกอบรมแรงงานให้มีทักษะที่สูงขึ้น มาตรการด้านภาษี และอื่นๆ ที่จะช่วยและสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถอยู่ได้เดินไปด้วยกันได้ คนไทยต้องรวยด้วยความสงบ ความสุข และความหวัง อันนี้คือพันธสัญญาของเรา ”
ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคกลาง กล่าวอีกว่า  เมื่อพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาลจะสามารถทำได้แน่นอน ขอยืนยันว่า ประเทศไทยต้องได้ประโยชน์ แต่วันนี้สิ่งที่อยากเห็นคือ ความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการช่วยกันปฏิรูปประเทศไทยให้รวย จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกฝ่ายเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยอยู่บนพื้นฐานเดียวกันด้วยความสุขและความหวัง
นายอนุชา กล่าวย้ำตอนท้ายว่า ดังนั้นจึงขอกราบวิงวอนถึงเจ้าของกิจการผู้ประกอบการธุรกิจทั้งหลาย ขอให้มีความเมตตาต่อผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นฐานสำคัญที่ทำให้ธุรกิจของท่านก้าวเดินต่อไปได้ โดยที่รัฐบาลจะให้ความเป็นธรรม และช่วยเหลือเยียวยาให้ท่านเดินต่อไป ด้วยการสร้างระบบให้ความช่วยเหลืออย่างครบวงจร
 ขณะที่นายศักดา มังคะลี ประธานที่ปรึกษาสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการเคหะแห่งชาติ ( ก.ค.ช.) แสดงมุมมองต่อนโยบายการผลักดันค่าแรงขั้นต่ำให้ได้ 400 ถึง 425 บาทของพรรคพลังประชารัฐว่า สำหรับในเรื่องนี้หากดูในภาพรวมแล้ว สำหรับส่วนตัวแล้วขอบอกว่า โอเค ถ้าพรรคพลังประชารัฐจะปรับขึ้นค่าแรง และจากนโยบายดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นสัญญาประชาคมของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งหากได้รับเลือกเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วต้องทำ
“แต่อย่างไรก็คงต้องมาดูกันอีกว่า หากแรงงานอยู่ได้ ผู้ประกอบการธุรกิจจะอยู่ได้หรือไม่ก็ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เรียกว่ามี 2 ด้าน ทั้งได้และเสีย ขอให้มองอย่างรอบครอบและรอบด้านจะดีที่สุด ส่วนสิ่งที่อยากฝากให้ดำเนินการมากกว่า คือ การควบคุมดูแลเกี่ยวกับค่าครองชีพของประชาชนในปัจจุบันที่เพิ่มสูงมาก จะดีกว่าหรือไม่ เพราะหากขึ้นค่าแรงขึ้นเงินเดือนแล้ว แต่ค่าครองชีพขึ้นตามก็เท่ากับไม่ได้ประโยชน์ ซึ่งได้มีตัวอย่างให้เห็นมาโดยตลอดแล้วว่า เมื่อข้าราชการมีการปรับเงินเดือน ค่าครองชีพจะเพิ่มสูงขึ้นมากเช่นกัน” นายศักดากล่าว
 ด้านนายสาวิทย์  แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรงนั้นถือว่าดีกว่าไม่ปรับขึ้นไปเลย เพราะในทุกๆรัฐบาล ไม่สามารถควบคุมราคาสินค้า และค่าอุปโภค บริโภคต่างๆได้ ก็ทำให้ค่าใช้จ่ายของประชาชนสูงตามไปด้วย
“ จึงเห็นว่าเหมาะสม ที่มีการแข่งขันในการดูแลด้านค่าครองชีพของประชาชน และอยากให้รัฐบาลที่กำลังจะเข้ามาเป็นในอนาคต เข้าไปดูแล ควบคุม ราคาสินค้า น้ำมัน ขนส่งต่างๆ ซึ่งทั้งหมด คือลูกโซ่ที่เชื่อมโยงกันในขณะเดียวกัน ก็อยากให้รัฐดูแล ให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีทักษะฝีมือให้กับแรงงานเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองการทำงานให้กับนายจ้างได้ดีขึ้น เพื่อเป็นการช่วยให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ดีขึ้นอีกทาง”
 ส่วนนางชัญญา เคลือบขุนทด อาชีพรับจ้างเป็นแม่บ้าน กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วอยากให้มีการปรับค่าแรงงานขั้นต่ำ ซึ่งจะเป็นการดีมากกับคนที่ทำอาชีพรับจ้างเป็นแม่บ้านที่ต้องกินค่าแรงเป็นรายวัน และยิ่งถ้าปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 425 บาท จะพอดีกับค่าใช้จ่ายที่มีอยู่ในแต่ละวัน ซึ่งตอนนี้คิดว่า ถ้าพรรคพลังประชารัฐมีนโยบายปรับค่าแรงให้ขึ้นมาจริง ๆจะตัดสินใจเลือกและลงคะแนนให้พรรคนี้อย่างแน่นอน
กำลังโหลดความคิดเห็น...