xs
xsm
sm
md
lg

"บิ๊กตู่" มองข้ามช็อตจัดสูตรครม.ใหม่เปิดทางทีมใหม่นักการเมือง !!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา




"ผมพยายามบอกว่า ถ้าอยากทำต้องทำให้สำเร็จ ทีมที่จะมาทำงานก็ต้องคัดสรรหา ไม่ใช่เอาทีมเดิมทั้งหมดได้ที่ไหน ต้องคัดสรรมาใหม่ ต้องมาจากการเมือง ก็ต้องว่ากันมา แต่ผมก็ต้องเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจตามหน้าที่ ในการขับเคลื่อนของตน นายกฯต้องมีแรงในการขับเคลื่อนและทำทุกอย่างให้อยู่ในกรอบให้ได้มากที่สุด ซึ่งหลายอย่างมีกฎหมายอยู่แล้ว เราก็ทำตามแค่นี้ ในส่วนอื่นๆก็เป็นเรื่องของการเมืองเขาก็ว่ากันไป ถ้าสมมุติผมอยู่ก็ต้องดูแลตรงนี้ให้ได้ แต่ไม่อยากให้มองใหม่ๆอย่างเดียว อาจต้องมองเก่าผสมใหม่บ้าง เพราะตนต้องการให้คนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ไปด้วยกัน ต้องมีตัวประสานงาน กลไก ตรงนี้หรือเปล่า"

คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ตอบคำถามย้ำถึงคำพูดที่บอกว่าหากมีโอกาสได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง

ขณะเดียวกันเขาแสดงท่าทีไม่สนใจกับคำพูดและความเคลื่อนไหวของบางพรรคการเมืองให้เลือกจุดยืนระหว่างเผด็จการกับกระชาธิปไตย โดยกล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา ปล่อยเขาไปเถอะ

และเมื่อถามย้ำว่า รู้สึกอย่างไรที่นักการเมืองใช้ยุทธศาสตร์หาเสียงไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ นายกฯกล่าวว่า "ผมไม่สนใจ"

คำพูดของ "บิ๊กตู่"หรือ"ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมือนกับว่าเขาได้วางแผนเตรียมพร้อมเอาไว้แล้วหากได้รับการสนับสนุนให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นว่าเขามีความ"นิ่ง"ไม่แสดงอาการใดๆออกมาให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นเสียงโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม หรือแม้กระทั่งล่าสุด มีการประกาศท่าทีออกมาจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะไม่สนับสนุน โดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นฝ่ายสืบทอดอำนาจ เป็นลักษณะที่มีเจตนาแยกฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการ

แม้ว่าสังคมจะพอมองออกว่าการประกาศดังกล่าวของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นกลยุทธ์ทางการเมือง มีเป้าหมายเพื่อต้องการคะแนนเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ส่วนจะได้ผลแค่ไหนอีกไม่นานก็วัดผลกันแล้ว

สำหรับ "ลุงตู่"แล้ว เมื่อพิจารณาจากคำพูดดังกล่าวมันก็เหมือนกับว่าเขา"กำทีเด็ด"เอาไว้ในมือ รวมไปถึงไม่ได้มีท่าทีสนใจกับคำพูดโจมตีของพวกนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ประกาศไม่ให้การสนับสนุน โดยบอกว่า"ไม่สนใจ"และปล่อยเขาไป หากแต่น่าสนใจตรงที่มีการเปิดเผยเรื่องแนวทางในการ"ฟอร์มคณะรัฐมนตรีล่วงหน้า"ที่จะออกมาในลักษณะ"ทีมเก่าผสมกับทีมใหม่"

โดยลักษณะของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเป็นแบบผสมผสานกันระหว่างคนรุ่นเก่า รุ่นกลางและคนรุ่นใหม่ ตามที่เขาได้แย้มเอาไว้ หากได้กลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้เน้นย้ำในเรื่อง"มืออาชีพจากนักการเมือง" แต่ขณะเดียวกันได้ยืนยันหลักการใหญ่เอาไว้ก็คือ นายกฯต้องมีอำนาจในการบริหารจัดการโดยใช้คำว่า"ต้องมีแรงในการขับเคลื่อน" ความหมายน่าจะออกมาในแนวที่น่าจะเป็นกระทรวงฝ่ายความมั่นคง กระทรวงการคลัง อะไรประเภทนี้ที่นายกฯต้องยึดกุมเอาไว้ ขณะที่ฝ่ายเศรษฐกิจก็น่าจะเป็นฝ่ายการเมืองว่ากันไปตามถนัด

นั่นคงเป็นแนวทางคร่าวๆสำหรับรูปแบบของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของ "ลุงตู่"หากได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบ และพรรคพลังประชารัฐที่เสนอชื่อเขาเป็นแคดิเดตนายกฯชนะการเลือกตั้งหรือสามารถรวบรวมข้างมากได้

อย่างไรก็ดีในช่วงโค้งสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีคิวเดินสายตรวจราชการ คิวหาเสียงเรียกส่าเน้นในพื้นที่เป้าหมายทางยุทธศาสตร์เช่นเดียวกัน เริ่มจากวันนี้(13 มีนาคม) เดินทางไปตรวจราชการตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ของสนามบินขอนแก่น จากนั้นจะไปเปิดสถานีรถไฟลอยฟ้าที่ขอนแก่น และทดลองนั่งรถไฟระบบทางคู่ที่เพิ่งก่อสร้างแล้วเสร็จอีกด้วย และมีความเป็นไปได้ที่เดินทางต่อมาที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถือว่าเป็น"บ้านเกิด"ของเขาอีกด้วย

จากนั้นในวันที่ 19 มีนาคมมีกำหนดเดินทางลงใต้ไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจความคืบหน้าโครงการพัฒนาระบบรถไฟรางคู่ที่เชื่อมต่อจากจังหวัดชุมพรมาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และวันที่ 20 มีนาคมก็มีคิวไปตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างสถานีรถไฟบางซื่อ ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์การคมนาคมขนส่งทางรางแห่งอนาคต

แม้ว่ากำหนดการดังกล่าวจะถูกมองว่านี่คือการหาเสียงพ่วงไปด้วย ก็แล้วแต่จะมองกัน แต่สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจต้องการสื่อให้เห็นว่า หลายโครงการใหญ่ที่เป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาได้เป็นรูปเป็นร่าง และต้องการสานต่อให้สำเร็จ และที่สำคัญต้องการส่งสัญญาณให้เห็นว่าต้องเป็นเขาเท่านั้นที่ทำได้ และทำจริงหรือเปล่า !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...