xs
xsm
sm
md
lg

"กรณ์" โชว์ไอเดียแก้ปากท้อง ยก 4 มิติ พลิกฟื้นวิกฤติเศรษฐกิจชาติอย่างยั่งยืน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รองหัวหน้าปชป. ร่วมเสวนาของนิด้าโพล โชว์วิสัยทัศน์แก้ปากท้องคนไทย ยก 4 มิติ พลิกฟื้นวิกฤติเศรษฐกิจชาติอย่างยั่งยืน

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวในการเสวนา “ปากท้องคนไทยและเศรษฐกิจประเทศหลังการเลือกตั้ง 2562” จัดโดยศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” วานนี้ (28 กุมภาพันธ์) ว่า จากผลการสำรวจของนิด้าโพลล์ ที่ระบุว่า ประชาชนร้อยละ 65 เห็นว่าเศรษฐกิจประเทศแย่ลงกว่าปีที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามประชาชน 63% ที่เชื่อว่าหลังการเลือกตั้งเศรษฐกิจจะดีขึ้น นั่นหมายความว่าประชาชนมีความคาดหวังและเชื่อมั่นในนโยบายที่แต่ละพรรคนำเสนอ โดยเฉพาะประเด็นที่พูดถึงกันคือ รัฐบาลไม่ควรรวมศูนย์อำนาจ ไม่ควรเพิ่มบทบาทราชการ ไม่ควรยึดอำนาจไว้ที่ส่วนกลางและควรกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่น ซึ่งเป็นแนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์ใช้หาเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่คำตอบว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือไม่ แต่ข้อดีของประชาธิปไตย คือเศรษฐกิจระดับฐานรากจะบังคับให้รัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชน ให้ดำเนินนโยบายอย่างเป็นธรรมและทำงานตอบโจทย์นโยบายคนส่วนใหญ่มากกว่าคนกลุ่มเดียว ก่อนอื่นเราต้องมองใน 4 มิติ เพื่อเข้าใจระบบเศรษฐกิจโดยภาพรวม โดยมิติแรกคือ ทำความเข้าใจกับบริบทว่าประเทศไทยเป็นประเทศเปิด เรามีการค้าการลงทุนกับต่างประเทศในระดับที่สูงมาก ดังนั้นเมื่อเกิดวิกฤติที่อเมริกาที่เรียกว่าวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ เพียงไม่กี่เดือนต่อมาก็กระทบถึงประเทศไทย จีดีพีติดลบ มีการเลิกจ้างกันอย่างมโหฬาร เพราะฉะนั้นเราจะหมกมุ่นอยู่แต่ภายในประเทศไทยไม่ได้ เราต้องเข้าใจรอบข้างด้วย อย่างไรก็ตามเป็นที่น่ายินดีว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV รวมถึงอินเดียและจีน มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมากที่สุดในภูมิภาคและในโลก ดูได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นจากล้านคนเมื่อ 10 ปีก่อนเป็นหลายสิบล้านคนในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศเหล่านั้นมีกำลังซื้อสูงมากและนิยมสินค้าไทยซึ่งเขามองว่าเป็นสินค้าพรีเมี่ยม นั่นเป็นโอกาสของประเทศไทย

มิติที่ 2 คือ สังคมสูงอายุที่ขยายใหญ่ขึ้น และจะมีผลต่อสัดส่วนวัยแรงงาน และต่อการคลัง กล่าวคือรัฐบาลต้องแบกรับภาระงบประมาณเพื่อดูแลกลุ่มผู้สูงอายุมหาศาล ทางออกเวลานี้คือ ภาคแรงงานต้องมีรายได้ที่เพียงพอ เพื่อที่แก่ตัวไปจะมีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ ดังนั้นจึงต้องเพิ่มรายได้ให้คนไทยอย่างรวดเร็วไม่เกิน 10 ปี มิติที่ 3 คือ ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่มีผลต่อวิถีชีวิต และจะเป็นส่วนสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างคาดไม่ถึง ดังนั้นรัฐจึงควรต้องมีนโยบายที่ชัดเจนเรื่องการ ช่วยให้คนไทยมีโอกาสที่จะสร้างรายได้ให้กับตัวเองภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ไม่ใช่ยึดในระบบราชการและทัศนคติเดิมซึ่งปิดกั้นโอกาสของประชาชน นอกจากนี้ยังสามารถนำไปปรับใช้กับระบบการศึกษาโดยให้ภาคเอกชน สตาร์ทอัพเข้ามาช่วยในเรื่องของเทคโนโลยี มิติที่ 4 สำคัญมาก พรรคประชาธิปัตย์ได้ชูนโยบายการแก้ปัญหาการผูกขาดและปัญหาคอรัปชั่น ตราบใดที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาสองส่วนนี้ได้ ก็จะไม่สามารถสร้างเศรษฐกิจไปสู่จุดหมายได้

โดยนายกรณ์ ได้ขยายผลในมิติที่ 4 ว่า พรรคประชาธิปัตย์เติบโตมากว่า 70 ปี ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งคู่แข่งทางการเมืองจะเปลี่ยนตลอดเวลา แต่ปชป. เดินหน้าด้วยนโยบายและผลงานที่ทำมาในอดีตและอยู่ในใจประชาชน ถ้าได้เป็นรัฐบาล เรามีนโยบายที่จะทำหลายเรื่อง แต่เรื่องที่จะทำก่อนคือ การปรับและแก้ไขบางเรื่องที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ทำไว้และเรากังวลว่าหากไม่แก้ไขจะเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศคือ การลงทุนในระดับโครงสร้างพื้นฐาน ในส่วนของรถไฟความเร็วสูง ที่เริ่มมาจากรัฐบาลที่ นายอภิสิทธ์ เวชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และได้มีการผลักดันกันมาอย่างต่อเนื่อง แต่ความแตกต่างคือ ตอนที่รัฐบาลในสมัยนั้นเสนอการลงทุนร่วมกันเพราะเริ่มต้นจากจีนตอนใต้มาจบที่ จ.หนองคาย คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือประเทศจีน ดังนั้นจึงควรต้องร่วมลงทุน รัฐบาลสมัยนั้นก็ไปเจรจากับทางจีนแล้วไม่มีปัญหาอะไร แต่พอถึงรัฐบาลปัจจุบันกลับมีมติว่าให้ไทยลงทุนทั้งหมด ซึ่งเสี่ยงต่อการใช้เงินภาษีของประชาชนมาก อีกเรื่องที่สำคัญคือ การผูกขาดของทุนใหญ่ รัฐบาลยังไม่ควรเร่งต่อสัญญาเรื่องของดิวตี้ฟรี โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่แต่ละพรรคต่างก็เรียกร้องว่าไม่อยากใหรีบด่วนท่านต้องฟัง เช่นเดียวกับนโยบายบัตรประชารัฐพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าควรเพิ่มให้เป็น 800 ต่อเดือน และสามารถถอนเงินสดเพื่อใช้ซื้อที่ไหนก็ได้เป็นการกระจายหมุนเวียนให้กับประชาชนมากกว่าผูกขาดอยู่กับนายทุนบางกลุ่ม เพราะของบางรายการก็ราคาสูง



กำลังโหลดความคิดเห็น...