xs
xsm
sm
md
lg

“มาร์ค” มั่นใจ ปชป.กระแสดี ชาวบ้านเบื่อสาดโคลน-ขัดแย้ง ย้ำแก้ปากท้อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“มาร์ค” มั่นใจกระแสตอบรับดี ปชช.เบื่อการเมืองสาดโคลน-จุดชนวนขัดแย้ง หวังหลังเลือกตั้งแก้ปากท้อง บ้านเมืองไม่วุ่นวาย ย้ำงบ กห.ปรับลดได้ เคยทำมาแล้วสมัยเป็นนายกฯ ชี้รัฐประหาร 2 ครั้ง เกิดจากการเมืองล้มเหลว แต่ไม่ใช่ข้ออ้างให้ใครสืบทอดอำนาจ



วันนี้ (21 ก.พ.) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวระหว่างการลงพื้นที่ ช่วยนายสาทร ม่วงศิริ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 24 ของพรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง ถึงกระแสตอบรับของประชาชนที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ว่า ประชาชนให้การตอบรับดีและอยากเห็นประเทศเดินหน้า โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาปากท้องให้ตรงจุด และต้องการความมั่นใจว่าการเมืองจะเดินหน้าไปแบบสุจริต สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามนำเสนอไม่ว่าจะเป็นการที่จะให้ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต หรือการแก้จน สร้างคนสร้างชาติ จึงได้รับการตอบรับดีจากประชาชน

ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยปราศรัยว่าการแก้ปัญหาเรื่องราคาข้าว พรรคภูมิใจไทยให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กลไกการทำงานแตกต่างกัน พรรคประชาธิปัตย์นำนโยบายจากประสบการณ์ที่เคยทำเรื่องประกันรายได้และประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง อีกทั้งไม่ทำให้วินัยการเงินการคลังเสียหาย ไม่มีการทุจริต กลไกการค้าขายข้าวไม่พัง และข้าวไทยยังสามารถแข่งขันส่งออกได้ ส่วนกรณีพรรคภูมิใจไทยเอาแนวคิดเกี่ยวกับระบบอ้อยน้ำตาลมาใช้กับข้าวนั้นก็เป็นความตั้งใจที่ดี แต่ตลาดข้าวกับอ้อยน้ำตาลมีความแตกต่างกัน ที่ผ่านมาระบบอ้อยน้ำตาลทำได้เพราะดึงราคาน้ำตาลในราคาที่สูง จะเห็นได้ว่าทันทีที่มีการลอยตัวน้ำตาลและราคาลดลง ตอนนี้ราคาอ้อยก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จึงมีคำถามว่าถ้าจะใช้ระบบอ้อยน้ำตาลมาใช้กับข้าว แปลว่าต้องทำให้คนไทยกินข้าวแพงขึ้นใช่หรือไม่ และการป้อนอ้อยเข้าสู่กระบวนการผลิตน้ำตาล จำนวนโรงงานน้อยมีระบบที่สามารถตรวจสอบได้ ในขณะที่การค้าขายข้าวมีหลายประเภทโรงสีมีจำนวนมากเป็นปัญหาที่คงทำได้ยาก ดังนั้นจึงอยากให้ไปฟังจากนักวิชาการว่าแนวทางนี้เป็นไปได้จริงหรือที่จะนำระบบอ้อยน้ำตาลมาทำกับข้าว

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการจัดสรรงบประมาณกระทรวงกลาโหมว่าเป็นเรื่องของฝ่ายการเมืองที่จะจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรงบประมาณทุกกระทรวงทบวงกรม ในส่วนของงบกระทรวงกลาโหมก็สามารถปรับลดได้ โดยในรอบ 20 ปีที่ผ่านมามีการลดงบกระทรวงกลาโหมเพียงแค่ครั้งเดียวคือสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐบาลตนลดสัดส่วนงบประมาณกระทรวงกลาโหม ถ้าเทียบกับตอนที่เข้าไปดำรงตำแหน่งและตอนที่พ้นจากตำแหน่งออกมา แต่เราไม่เคยนำประเด็นเรื่องนี้มาเป็นการเมือง คือการปรับลดงบประมาณเป็นไปตามความเหมาะสมของสถานการณ์ พิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องหยิบมาเป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง ส่วนแต่ละพรรคการเมืองจะเสนอนโยบายก็เป็นสิทธิ และต้องอธิบายว่าจะปรับลดด้วยวัตถุประสงค์คืออะไร ผลลัพธ์ที่ตามมาคืออะไร ประชาธิปัตย์มีนโยบายที่จะทำให้กองทัพมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความกระชับมากขึ้น โดยเชื่อว่ากำลังพลบางส่วนที่ถูกใช้ไปในภารกิจที่ไม่เกี่ยวกับความมั่นคง สามารถลดได้ แต่เราไม่เอาเรื่องนี้มาเป็นความขัดแย้งทางการเมือง ดูตามความเหมาะสม และขอให้วางใจได้ว่าจะจัดสรรงบประมาณเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ กองทัพเป็นกลไกสำคัญในการทำงานให้แก่ประเทศ จึงยืนยันว่าการจัดสรรงบประมาณต้องดูตามเหตุผลความจำเป็นและสถานการณ์ ขอย้ำว่าพรรคเคยปรับลดงบประมาณกระทรวงกลาโหมมาแล้ว ตรงกันข้ามกับพรรคที่กำลังหาเสียงเรื่องนี้ตลอดเวลาที่เป็นรัฐบาลกลับไม่เคยปรับลดงบประมาณกระทรวงกลาโหมเลย อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณที่กองทัพมีท่าทีตรงกับประเด็นมากขึ้น คือ แทนที่จะทำให้เป็นเรื่องความขัดแย้งก็เชิญชวนให้ฝ่ายการเมืองสามารถเสนอแนวคิดของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร จึงอยากให้การเมืองเป็นเรื่องของข้อมูลและการนำเสนออย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่นำมาเป็นความขัดแย้งหรือใช้อารมณ์ใส่กัน

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวด้วยว่า การทำรัฐประหาร 2 ครั้งที่ผ่านมามีความขัดแย้งทางการเมือง แต่ไม่ใช่เหตุที่จะบอกว่าการรัฐประหารมีความชอบธรรมหรือไม่ หรือเมื่อรัฐประหารมาแล้ว 5 ปีจะต้องสืบทอดอำนาจ เป็นคนละประเด็นกัน แต่ตนพูดมาตลอดว่าการเกิดรัฐประหาร ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรับผิดชอบ ต้องยอมรับว่ากลไกการเมืองล้มเหลวเปิดช่องให้เกิดการรัฐประหาร ดังนั้น ถ้าจะก้าวให้พ้น แนวทางที่ประชาธิปัตย์เสนอ คือ เลือกพรรคที่เข้าไปบริหารประเทศแล้วไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดปัญหาอีก โดยเฉพาะบทเรียนที่ผ่านมาคือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ถ้าจำได้ในปี 2557 ตนเป็นคนเตือนว่ามีโอกาสสูงที่จะเกิดการรัฐประหาร ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันหลีกเลี่ยงและพยายามที่จะพูดคุยกับหลายๆ ฝ่ายหาทางแก้ปัญหาสถานการณ์ผ่าทางตัน แต่ในที่สุดก็ไม่ได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายต่างๆ จนจบลงที่การรัฐประหาร

ส่วนที่มีรายงานว่าหลายพื้นที่ข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลางนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ข้าราชการต้องแสดงออกอย่างชัดเจนว่ามีความเป็นกลางทางการเมืองเพราะจากรายงานในพื้นที่ต่างๆ ก็ไม่สบายใจเพราะมีการใช้อำนาจรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง




กำลังโหลดความคิดเห็น...