xs
xsm
sm
md
lg

ศึกสายเลือด “ณรงค์เดช” พีกอีกครั้ง! หลักฐานชี้ “ณพ” ปลอมลายเซ็นพ่อ “เกษม” โยกย้ายถ่ายเทหุ้นวินด์ฯ **ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์!! เครื่องมือพิฆาตพรรคการเมือง “ฤภพ ชินวัตร” รองหัวหน้าพรรค ทษช.โดนแล้ว “ธนาธร” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ตามมาติดๆ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: นกหวีด


ข่าวปนคน คนปนข่าว

** ศึกสายเลือด “ณรงค์เดช” พีกอีกครั้ง! หลักฐานชี้ “ณพ” ปลอมลายเซ็นพ่อ “เกษม” โยกย้ายถ่ายเทหุ้นวินด์ฯ ชัด ค่าเสียหายทางธุรกิจเฉียด 3 พันล้าน! “ณพ-คุณหญิงกอแก้ว” เข้ามุมอับ ผู้ถือหุ้นเซเลบทั้งหลายลับดาบสองรอซ้ำ

ศึกสายเลือดของคนตระกูลดัง “ณรงค์เดช” เป็นข่าวครึกโครมในแวดวงไฮโซ และวงการธุรกิจลากยาวมาข้ามปี หลังพ่อและพี่ชายประกาศตัดขาดลูกชายคนกลาง... ล่าสุดมีรายงานจาก สน.ทองหล่อ เจ้าของคดีที่ “เกษม ณรงค์เดช” ผู้เป็นพ่อไปร้องทุกข์ กล่าวโทษ “ณพ ณรงค์เดช” ลูกชายคนกลาง พร้อม “คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา” ภริยา พล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ผู้เป็นแม่ยาย กรณีทั้งคู่ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารสำคัญที่ใช้ในการโอนย้าย ถ่ายเทหุ้น “วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้งฯ” ออกจากกลุ่มเคพีเอ็นฯ ของตระกูล “ณรงค์เดช”...

สน.ทองหล่อได้แจ้งไปยังเกษมถึงผลตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อ “เกษม ณรงค์เดช” จากกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ส่งไป ปรากฏว่าในเอกสารที่เป็นปัญหากับตัวอย่างลายมือชื่อ นายเกษม ที่เขียนต่อหน้าพนักงานสอบสวนและที่เคยเขียนไว้เดิม ไม่ใช่ลายมือของบุคคลเดียวกัน หรือว่ากันแบบชาวบ้านก็คือ ลายเซ็นปลอม! ... ขั้นตอนต่อไปก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม ที่ตำรวจจะสรุปสำนวนส่งอัยการฟ้องศาล ดำเนินคดีต่อณพ และแม่ยายต่อไป
เกษม ณรงค์เดช
ขณะที่เรื่องวุ่นๆ ที่เกิดขึ้นกับบริษัทวินด์ฯ ที่เป็นชนวนความขัดแย้งของตระกูลก็คาดต่อได้ว่าจะวุ่นหนักเข้าไปอีก หากว่าเอกสารที่ถูกปลอมลายเซ็นนั้นถูกสั่งให้เป็นโมฆะ นั่นหมายถึงอาจจะต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่เหมือนไม่เคยมีการโยกย้ายถ่ายเทไปโน่นมานี่ ที่ “ณพ” สร้างเอาไว้ ...ซึ่งว่ากันว่ามูลค่าความเสียหายที่ตระกูลณรงค์เดชได้รับจากสิ่งที่ณพทำครั้งนี้สูงกว่า 3,000 ล้านบาท ! ... ปัญหาคงไม่จบแต่เพียงเท่านี้ และต้องไม่ลืมว่า หุ้นวินด์ฯ สมัยที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการธุรกิจพลังงานทางเลือก เป็นหุ้นที่ดึงดูดใจให้บรรดาขาใหญ่ และเซเลบกระเป๋าตุงเอาเงินมาลงขันกันคนละไม่น้อย ว่ากันหลักหลายร้อยล้านบาท...

เมื่อเรื่องชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่าบริษัทนี้จะมีปัญหาที่ยืดเยื้อ จะหาทางออกไม่ได้ ทางเลือกเดียวคือ จะถอนทุน ทวงเงินคืนอย่างไรจาก ณพ และ คุณหญิงกอแก้ว ซึ่งต้องถูกต้อนเข้ามุมอับอย่างเลี่ยงไม่พ้น ...คนดังเหล่านี้ต่างลับดาบรอเชือดต่อจากคดีปลอมลายเซ็นแน่นอน ตัวอย่างเช่น “หม่อมเต่า” ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย หนึ่งในผู้ถือหุ้นวินด์ฯ ก็ได้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้ที่มีส่วนทำให้บริษัทดาวรุ่งกลายเป็นดาวดับไว้เรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ... คำกล่าวโทษร้องทุกข์ของ “หม่อมเต่า” ต่อกองปราบฯ ยิ่งเปิดโปงพฤติกรรมที่น่าสงสัยของ ณพ ณรงค์เดช โดยเฉพาะการโยกเงินจากบริษัทหลายต่อหลายครั้งจนพนักงานฝ่ายบัญชีต้องรีบขอลาออก และผู้สอบบัญชีไม่กล้ารับรอง ... ข้อกล่าวหาหนักหนาสาหัสกว่าการปลอมแปลงลายเซ็นผู้เป็นพ่อมากนัก!
ณพ ณรงค์เดช - คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา
ที่ผ่านมาครอบครัวณรงค์เดชไม่ได้ร่วมรับรู้ หรือเห็นชอบกับการกระทำของณพ และณพเองก็เหมือนจะบิดเบือน ปิดบัง ไม่บอกความจริงกับครอบครัวหลายอย่าง ... เรื่องที่เกิดขึ้นในศึกสายเลือดณรงค์เดชทั้งหมดต้องย้อนไปที่จุดเริ่มต้นขณะที่บริษัทวินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ เป็นที่กล่าวขวัญถึงว่าเป็นบริษัทธุรกิจทำพลังงานลมที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้าน และทำให้เจ้าของขณะนั้นชื่อ “นพพร ศุภพิพัฒน์” ที่ไม่ได้เป็นคนมีชื่อเสียงอะไรมากนัก กลับกลายเป็นคนที่ติดอันดับมหาเศรษฐีเมืองไทยเคียงข้างเจ้าเดิม ... ทว่า จากนั้นไม่นาน นพพรถูกดำเนินคดีหมิ่นเบื้องสูง หนีคดีไปต่างประเทศ ตอนปี 2558 นพพรได้ขายหุ้นให้ณพ โดยที่โอนหุ้นให้ณพก่อนโดยไม่ได้ชำระเงินกันด้วยซ้ำ... ภายหลังจากนั้นณพได้มาบอกครอบครัว และขอเงินกงสีไปลงทุนในบริษัทวินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ ดังกล่าว...

ทว่า เรื่องมาหักมุมเมื่อปีที่แล้ว “โป๊ะแตก” เมื่อจู่ๆ เกษม และกฤษณ์ รวมทั้งณพ ถูกฟ้องคดีอาญาข้อหาฉ้อโกง ที่มีการกล่าวหาว่ามีการผิดสัญญาซื้อขายหุ้น และไม่ชำระเงินค่าหุ้นของบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ ให้แก่เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นเดิม ... ครอบครัวณรงค์เดชที่ประกอบด้วยพ่อและพี่ๆ รับไม่ได้ในการกระทำของณพ และยิ่งมีกรณีปลอมแปลงเอกสารเข้าอีก จึงประกาศตัดขาดเขาออกจากตระกูล เพราะทำให้ตระกูลเสื่อมเสีย ... จากนั้นมาศึกสายเลือดณรงค์เดชก็อุบัติขึ้น มีคดีที่ฟ้องกันไปมา และยังไม่มีใครรู้ว่าจะจบลงเมื่อไร.. อย่างไร

** ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์!! เครื่องมือพิฆาตพรรคการเมือง ที่หวังใช้สื่อโซเชียลในการหาเสียง สร้างกระแส “ฤภพ ชินวัตร” รองหัวหน้าพรรค ทษช.โดนแล้ว “ธนาธร” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ตามมาติดๆ ยิ่ง “กฎหมายไซเบอร์” ให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแก่ นายกรัฐมนตรี กำลังจะผ่านสภาในวันที่ 22 ก.พ.นี้ ฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามอำนาจรัฐ มีหนาว!!
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ขณะที่การหาเสียงเลือกตั้งกำลังเข้มข้น พรรคการเมืองหลายๆ พรรคก็นิยมใช้สื่อโซเชียลในการหาเสียง เผยแพร่ข่าวสาร วิพากษ์วิจารณ์ปมประเด็นการเมือง เพราะเห็นว่าเข้าถึงเป้าหมาย “คนรุ่นใหม่” ได้ง่าย ก่อกระแสรวดเร็ว กว้างขวาง แต่มันก็เหมือน “ดาบสองคม” มีมุมได้ ก็ต้องมีมุมเสีย เพราะการใช้ช่องทางนี้ เสี่ยงต่อการผิด “พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ... หรือ “กฎหมายไซเบอร์” ที่กำลังจะผ่านการสภา สนช.ในวันที่ 22 ก.พ.นี้ ได้ให้อำนาจรัฐคุมความมั่นคงไซเบอร์ “แบบเบ็ดเสร็จ” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) ทุกหน่วยงานต้องให้ความร่วมมือ และตัดอำนาจศาลที่จะมาถ่วงดุลออกไป...

และในสถานการณ์การเลือกตั้งที่มี “เดิมพันสูง” เช่นนี้ ความผิด “พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” จึงเป็นเสมือนเครื่องมือ “พิฆาต” ที่ฝ่ายถืออำนาจรัฐจะหยิบขึ้นมาใช้ฟาดฟันฝ่ายตรงข้ามได้ทุกเมื่ออย่างมีประสิทธิภาพเสียด้วย เพราะความผิดนี้มีโทษอาญา ...ยิ่งมี “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช. สตม. ในฐานะรอง ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) รอเป็นเจ้าภาพอยู่แล้ว ยิ่งรอดยาก ... อย่างเช่นเมื่อวันก่อนที่ “ฤภพ ชินวัตร” รองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ บุตรชายของ พายัพ ชินวัตร เจอเข้าไปจากเรื่องแพร่ภาพสด แถลงข่าวปัญหาฝุ่นละออง ภัยเงียบที่ทำร้ายคนกรุงเทพมหานคร โดยใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และตื่นตระหนก ...

ที่เข้าคิวรออยู่อีกคนก็คือ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขวัญใจคนรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง ไปหาเสียงที่ไหนก็จะได้ยินสาวๆ ต้อนรับด้วยคำว่า “ฟ้ารักพ่อ” ... เจอ คสช.แจ้งความดำเนินคดีในข้อหา “ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” จากการใช้เฟซบุ๊กไลฟ์รายการ “คืนวันศุกร์ให้ประชาชน” ผ่านแฟนเพจ “ธนาธรจึงรุ่งเรืองกิจ” วิพากษ์วิจารณ์พลังดูด ที่ไปพาดพิง คสช.เข้าให้เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 61 ก็เลยงานเข้า ...ลองฟังสิ่งที่ธนาธรพูดในวันนั้นดู... “เรื่องของการดูด ส.ส.เข้าไปพรรคใหม่ที่มีชื่อคล้ายคลึงกับนโยบายรัฐ ต้องบอกว่าจากหลายข่าวที่ออกมา มีการใช้คดีเก่าๆ ของกลุ่ม ส.ส.ต่างๆ ที่เข้าร่วม โดยขู่ว่าถ้าไม่เข้าร่วมจะดำเนินคดีต่างๆ ที่ดำรงอยู่ เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองได้” ...นี่ก็อีกท่อนหนึ่ง.. “ผมคิดว่าประเด็นนี้สำคัญมาก แต่ไม่มีการพูดถึง หาก คสช.ไปบอกว่า เฮ้ย.. ถ้าคุณไม่มาเข้า เราจะเล่นงานคดีที่ค้างๆ อยู่ของคุณ นั่นเท่ากับว่ากระบวนการยุติธรรมไทยมันพังไปหมดแล้ว ถูกเอามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และนี่คือสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่อยากทำลาย” ... แถมอีกสักท่อน “ความยุติธรรมเกิดขึ้นเฉพาะกับคนรวย แต่กับคนจนไม่มีความยุติธรรมเหลืออยู่ในสังคม กรณีนี้แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอำนาจอยู่เหนือกระบวนการยุติธรรม ทั้งๆ ที่อันที่จริงแล้วไม่ควรมีอะไรอยู่เหนือตาชั่งยุติธรรม” ...
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล
เกี่ยวกับการพาดพิง คสช.นี้ ธนาธรยังเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ผมว่าเป็นเรื่องดีที่ ส.ส.จะแสดงความชัดเจนออกมาว่าจะเลือกอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย หรือเลือกอยู่ฝ่ายเผด็จการ นักการเมืองคนไหนต้องการที่จะมีส่วนสืบทอดอำนาจของ คสช.บอกมาเลยครับ ประชาชนจะได้เห็น ประชาชนจะได้ตัดสินใจได้ถูกต้อง ซึ่งการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงเป็นการเลือกตั้งที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ประชาชนไทยจะเป็นคนกำหนดอนาคตเองว่าจะอยู่กับระบอบรัฐประหาร และอยู่กับการสืบทอดอำนาจของ คสช.อีกต่อไปหรือไม่” แต่ละท่อนจี๊ดๆ ทั้งนั้น ... ดุเดือด ...ดุเดือด

คดีนี้ นอกจาก “ธนาธร” แล้ว ยังมี น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ และ นายไกลก้อง ไวทยการ กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ รวมอยู่ด้วย ดูตามไทม์ไลน์แล้วเหตุเกิดเมื่อ 29 มิ.ย. 61 พนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนส่งอัยการภายในวันที่ 22 ก.พ.นี้ และในวันที่ 27 ก.พ. “ธนาธร” และกรรมการบริหารพรรคอีก 2 คนจะต้องเดินทางไปสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ... ก็รอดูแล้วกันว่า วันนั้น “ติ่งธนาธร” จะแห่ไปให้กำลังใจกันที่สำนักงานอัยการสูงสุดมากแค่ไหน... อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนในพรรคเป็นห่วง ไม่ใช่ว่าจะมีแฟนคลับมามากมาน้อย แต่ห่วงว่า “ทั้ง 3 คน” จะโดนฝากขังหรือไม่ ... แล้วหลังจากนั้นคดีจะจบลงอย่างไร ถ้าจบไม่สวย “พรรคอนาคตใหม่” ก็น่าจะถึงกาลอวสานเช่นกัน


กำลังโหลดความคิดเห็น...