xs
xsm
sm
md
lg

สถานะ"ลุงตู่"ส่อขัด รธน. ระเบิดเวลาที่ กกต.ไม่เร่งถอดสลักปัญหาจะใหญ่กว่ายุบพรรค **ทษช.พลาดอีก!"หลานแม้ว" ผิดพ.ร.บ.คอมพ์รายงานค่าฝุ่นเกินจริง **"เจ๊หน่อย"หาเสียงหอบ"น้องจินนี่"ไปด้วย ส่วน"ลุงตู่"มี"พี่ใหญ่-พี่รอง"ก็ไม่รู้เรตติ้งจะวิ่งหรือวูบ

เผยแพร่:   โดย: นกหวีด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา , ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล , ฤภพ ชินวัตร , คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พาน้อง”จินนี่”ออกหาเสียง
ข่าวปนคน คนปนข่าว

** ขึงพืด"พลังประชารัฐ" ซัดสถานะ "ลุงตู่" ส่อขัดรัฐธรรมนูญ ระเบิดเวลาที่หาก กกต.ลากถ่วงไม่เร่งถอดสลัก จะเป็นปัญหาใหญ่กว่ายุบพรรค

วันก่อนโดนขึงพืดแห่ยื่นยุบพรรคพลังประชารัฐ เพราะพฤติการณ์ส่อเจตนาขัดกฎหมาย ทั้งกรณีจัดโต๊ะจีนเว่อร์วัง-ยอมให้บุคคลภายนอกครอบงำพรรค และ แจกบัตรคนจนแลกเป็นสมาชิกพรรค ... จัดว่า"พลังประชารัฐ" ช่วงนี้ฮอตในทางลบเยอะ ซึ่งไม่หมดแค่นี้ ด้วยมีคนเห็นว่าพลังประชารัฐยังมี "จุดอ่อน" เพราะ เล่นเกมเลี่ยง ทำเมินมองข้ามอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือ "สถานะของลุงตู่" ที่จะเป็นปัญหาใหญ่กว่าการยุบพรรคเสียอีก...

"ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล" อดีต รมว.คลัง และ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว Thirachai Phuvanatnaranubala แจกแจง และตั้งคำถามถึงสถานะของ "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ว่าน่าสงสัยจะเข้าข่ายขัดกับรัฐธรรมนูญ ... “กกต. จะต้องรับผิดชอบส่วนตัว ถ้าไม่เสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ?” ธีระชัย โปรยหัวเรื่องนี้ และขยายความต่อมาว่า "ตามที่พรรคเพื่อไทยร้องเรียนให้กกต. เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชารัฐนั้น กกต.ไม่ควรจะฟันธงเอง แต่ควรจะต้องเสนอศาลรัฐธรรมนูญ ... ผมเปรียบเทียบกับการตีความศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้เคยมีคำวินิจฉัย ที่ 5/2543 เห็นได้ชัดเจนว่าการเป็นหัวหน้าคสช. และตำแหน่งที่มีเงินเดือนประจำจากงบประมาณนั้น น่าจะเข้าลักษณะของการเป็น"เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ" ตามที่บรรยายในคำวินิจฉัยดังกล่าว ...แต่ได้มีผู้โต้แย้งว่า กรณี คสช.นั้น มีข้อยกเว้นอยู่ในบทเฉพาะกาล มาตรา 263 อย่างไรก็ดี ผมได้อ่านทบทวน มาตรา 263 และพบว่า ถึงแม้วรรคสี่ จะบัญญัติไว้ว่า...

"บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดที่ห้ามมิให้บุคคลดํารงตําแหน่งทางการเมือง มิให้นํามาใช้บังคับแก่ การดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีตาม มาตรา 264 ข้าราชการการเมืองที่ตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีตาม มาตรา 264 หรือ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามมาตรา 265 หรือ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามมาตรานี้"

แต่ข้อยกเว้นดังกล่าว น่าจะหมายความเฉพาะถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถานะ และการดำรงตำแหน่งของคสช. ในรัฐบาลปัจจุบัน มิใช่ยกเว้นสำหรับการเลือกตั้งรัฐบาลต่อไป ซึ่งผมได้เคยสอบถามความรู้จาก "คุณไพศาล พืชมงคล" นักกฎหมายใหญ่ ท่านก็ยืนยันว่า ความเห็นนี้ถูกต้อง...กกต. จำเป็นจะต้องเสนอศาล เพื่อวินิจฉัยกรณีนี้เป็นการเฉพาะ เนื่องจากผลที่จะเกิดขึ้น ถ้าหากสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ ขัดกับ มาตรา 98 (12) และ (15) :- นอกจาก กกต. จะไม่สามารถอนุญาตให้เป็นแคนดิเดคแล้ว การเลือกตั้งอาจจะเป็นโมฆะ ! และการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยินยอมให้ตนเองเข้าไปอยู่ในสถานะดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ เองอาจจะเข้าข่ายเป็น นายกรัฐมนตรี ที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ! ซึ่งจะทำให้การบริหารราชการแผ่นดินของ พล.อ.ประยุทธ์ หลังจากนั้น มีความเสี่ยงที่จะถูกร้องเรียนว่า"เป็นโมฆะ"ได้ทุกเรื่อง... กรณีนี้ จึงอาจจะกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่โตมากกว่าการยุบพรรคพลังประชารัฐมาก และ กกต.ควรจะทำให้มีความชัดเจนก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งต่อๆไป มิฉะนั้น การประชุมดังกล่าว ก็จะเข้าข่ายมีความเสี่ยงทางกฎหมายอีกด้วย

โบราณว่าจิ๊งจกทักยังต้องหยุดฟัง คนระดับนี้ทักนี้ ยิ่งต้องให้น้ำหนัก ... ระเบิดเวลาลูกนี้ ลุงตู่และพลพรรคจะทำเป็นเมินมองข้าม ไม่เร่งเคลียร์ตัวเอง และหาก กกต. ละเว้นตามน้ำ ถึงเวลาตูมตามขึ้นมา ! ใครก็ช่วยไม่ได้ เพราะทำตัวเองล้วนๆ

** ทษช.พลาดแล้วพลาดอีก ถึงคราว "หลานแม้ว" ฤภพ ชินวัตร หวังเรียกเรตติ้งเพจพรรคจากกรณีฝุ่นพิษ กลายเป็นผิด พ.ร.บ.คอมพ์ รายงานค่าฝุ่นเกินจริง ทำคนแตกตื่น กรณีตัวอย่างใช้สื่อออนไลน์หาเสียงเลือกตั้ง

พรรคไทยรักษาชาตืโดนเช็กบิลอีกคดี มาถึงคิว "ฤภพ ชินวัตร" รองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ บุตรชายของ พายัพ ชินวัตร และหลานของทักษิณ ชินวัตร... ฤภพ เข้ารับทราบข้อหาผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เมื่อวานนี้ (19 ก.พ) ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) โดยเข้าพบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช. สตม. ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.)...

เรื่องนี้ต้องย้อนไปเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 62 ช่วงที่ กทม.กำลังอมฝุ่นพิษ บัญชีเฟซบุ๊กแฟนเพจของ "พรรคไทยรักษาชาติ" ได้แพร่ภาพถ่ายทอดสด ใช้หัวข้อว่า "ถ่ายทอดสด ทษช. แถลงข่าวปัญหาฝุ่นละออง ภัยเงียบที่ทำร้ายคนกรุงเทพมหานคร" โดยฤภพ เป็นผู้เปิดตัว และอธิบายการใช้ แอพพลิเคชั่นไลน์ ที่ประโคมโอ่วา ตรวจค่าฝุ่นแบบเรียลไทม์ ... ทว่า พอตำรวจไปตรวจพิสูจน์ เว็บไซต์ชื่อ https://tsntalk.com/pm25 ตามที่ ทษช.อ้างอิง ปรากฏวา เว็บไซต์ดังกล่าว มีการรายงานค่าฝุ่น PM 2.5 ตามสถานที่ต่างๆ เป็นเท็จ เนื่องจากตำแหน่งที่มีการรายงานค่าฝุ่น PM 2.5 ไม่มีการวัดค่าตำแหน่งนั้นจริง แต่มีการนำค่าฝุ่น PM 2.5 จากตำแหน่งอื่นซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงมาอ้างอิงในตำแหน่งของผู้ใช้งานเว็บไซต์ดังกล่าว ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และตื่นตระหนก ...

ความซวยมาเยือน เพราะ เมื่อตรวจลงลึกไปก็พบวา เว็บไซต์ดังกล่าวมีหลานทักษิณ นายฤภพ เป็นผู้ดำเนินการ จึงมอบหมายให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้วออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว ...ขั้นตอนจากนี้ จะทำการสอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐานแล้วส่งให้พนักงานอัยการเป็นผู้สั่งฟ้อง ซึ่งทันทีที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายฤภพ และทำการสอบปากคำเสร็จสิ้น โดยนายฤภพ ได้ให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวนายฤภพ ชั่วคราวโดยไม่ต้องมีการประกันตัว ... กรณีนี้นับเป็นตัวอย่างของการนำสื่อออนไลน์ไปใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งปกติสามารถกระทำได้ แต่ต้องใช้ในทางที่ถูกกฎหมาย เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง และที่สำคัญ ต้องไม่ทำให้ประชาชนนั้นเกิดความสับสน หรือเกิดการตื่นตระหนก ... เชื่อเหลือเกินว่า นี่ไม่ใช่คดีแรกในศึกเลือกตั้ง' 62 เพราะ การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นปรากฏการณ์ ที่มีการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ กันแพร่หลาย

** นักการเมืองอาชีพ !! "เจ๊หน่อย" ลุยหาเสียงเมืองกรุง หอบ "น้องจินนี่" ลูกสาวไปให้หนุ่มๆ สาวๆ ได้ชิดใกล้ เวลาออกต่างจังหวัดก็หิ้ว "หนุ่มโอ๊ค" ไปให้แม่ยกได้กอด ได้หอม เรียกเรตติ้ง.. แล้วหันมามอง "ลุงตู่" ลงพื้นที่โดยมี "พี่ใหญ่-พี่รอง-เพื่อนนมชง" ติดสอยห้อยตาม ก็ไม่รู้ว่าเรตติ้งจะวิ่ง หรือจะ วูบ

ในวันที่ กกต.นำคำร้องเสนอยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วันนั้นแกนนำพรรค ทษช. ตั้งโต๊แถลงข่าวขอหยุดพักการเปิดเวทีปราศรัยหาเสียง เพื่อรอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน ปล่อยให้ผู้สมัคร ส.ส.หาเสียงกันไปตามลำพัง... แต่มาวันนี้ แกนนำพรรค ทษช. กลับลำ ออกมาประกาศใหม่ว่า จะเดินหน้าเปิดเวทีปราศรัย ช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียง โดยอ้างว่ากระแสประชาชน และผู้สมัคร ส.ส.เรียกร้อง...
ขณะที่"พรรคเพื่อไทย" โดย"เจ๊หน่อย" คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ "เบอร์1" ของพรรค ก็ยังคงเดินสายช่วยผู้สมัครหาเสียง โดยพยายามพาคนที่ "เรียกเรตติ้งได้" ติดสอยห้อยตามไปด้วย อย่างเมื่อสองวันก่อนไปหาเสียงย่านสยามสแควร์ ก็พาครอบครัวทั้งสามี ลูกชายสองคน และ "น้องจินนี่" ลูกสาวคนเล็ก ไปเรียกเสียงกรี๊ดจากวัยรุ่น คนหนุ่มสาว เปิดโอกาสให้เข้ามาเซลฟี่ ใกล้ชิด สนิทสนม ... และเมื่อวานนี้ (19 ก.พ.) ก็หอบเอา "โอ๊ค" พานทองแท้ ชินวัตร ไปหาเสียงที่ จ.อำนาจเจริญ และ อุบลราชธานี ... แถมหยอดมุก ว่าวันนี้พา "ลูกชายของคนที่ทุกท่านคิดถึงที่สุด"มาด้วย คนนี้ ลูบได้ จับได้ กอดได้ หอมได้ ไม่ว่าอะไร เชิญเลย มาเลย คิดถึงใครก็มากอด มาหอม ให้หายคิดถึง...

หลังจากมีชาวบ้านมากอด มาหอม มาขอถ่ายรูปด้วย "หนุ่มโอ๊ค" ก็แสดงอาการคึกคัก ถึงกับออกปากว่า ไม่ได้มาเดินอย่างนี้ 4-5 ปีแล้ว ได้พบชาวบ้านทำให้มีกำลังใจ กลับไปมีแรงทำงาน ไม่เหนื่อย ..ชอบ ... แต่พอนักข่าวถามว่า ในอนาคตจะลงมาเล่นการเมืองแบบเต็มตัวหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบเหมือน "ตุ๊กตาเด็กเล่นที่ถ่านใกล้หมด" ว่า "ไม่ฮะ พยายามไม่เอา.. กลัว.. เห็นบทเรียนมาแล้ว ดูพ่อกับอาผม สิ "...

เห็นนักการเมืองอาชีพอย่าง "เจ๊หน่อย" ที่มี "ลูกเล่น" สำหรับการดึงดูดความสนใจ เรียกเรตติ้งเวลาออกหาเสียง แล้วหันมามอง"ทหารการเมือง" อย่าง "ลุงตู่" ที่เป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ เวลาลงพื้นที่แล้วมี "บิ๊กป้อม -บิ๊กป๊อก-บิ๊กนมชง" ติดสอยห้อยตามไปด้วย ก็ไม่รู้ว่าคะแนนนิยม จะ "วิ่ง" หรือจะ "วูบ" ก็ไม่รู้


กำลังโหลดความคิดเห็น...