xs
xsm
sm
md
lg

สภาพัฒน์แจ้งมหาดไทยโปรเจกต์ยักษ์ 1.8 พันล้าน ติดมิเตอร์อัจฉริยะ 7 หมื่นผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ ต้องคุ้มค่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เปิดหนังสือ “สภาพัฒน์” ถึงมหาดไทย ให้ความเห็นโปรเจกต์ยักษ์ติดตั้งมิเตอร์อัจฉริยะผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ 7 หมื่นราย มูลค่า 1.8 พันล้าน หลัง ครม.ไฟเขียว กฟภ.กู้ในประเทศ 1.3 พันล้าน ยันแม้มีผลตอบแทนการลงทุนค่อนข้างตํ่า กฟภ.-หน่วยงานอื่นต้องดำเนินการให้คุ้มค่า หวั่นนโยบายรัฐจ่ายงบ ทำลงทุนซํ้าซ้อน ย้ำแผนจัดซื้อ-ติดตั้งใหม่ ต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เน้นเหมาะสมตามความจำเป็น และส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยที่สุด ที่สำคัญอุปกรณ์ต้องเข้ากันได้กับของ กฟน.และกฟผ.

วันนี้ (12 ก.พ.) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า ในเร็วๆ นี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) เตรียมดำเนินโครงการติดตั้งระบบมิเตอร์อัจฉริยะ (Advanced Metering Infrastr1ucture : AMI) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ ภายหลังคณะรัฐมนตรี เห็นชอบดำเนินการวงเงินลงทุนรวม 1,810 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ในประเทศ จำนวน 1,357 ล้านบาท (ร้อยละ 75) และเงินรายได้ กฟภ. จำนวน 453 ล้านบาท (ร้อยละ 25) และให้ กฟภ.ทยอยกู้เงินในประเทศตามความจำเป็นจนกว่างานจะแล้วเสร็จ ตามวงเงิน 1,357 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (พ.ศ. 2562-2566)

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้รับความเห็นจากคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ บอร์ดสภาพัฒน์ ต่อโครงการนี้ว่า แม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บค่าไฟฟ้า และการตรวจสอบข้อมูลการใช้ไฟฟ้าของผู้ใข้ไฟฟ้ารายใหญ่ในพื้นที่รับผิดชอบของ กฟภ. โดยช่วยลดข้อผิดพลาดในการจดหน่วยลดค่าใช้จ่ายในการอ่านและตรวจสอบมิเตอร์ ลดการสูญเสียรายได้จากการละเมิดการใช้ไฟฟ้า และมีส่วนสนับสนุนการดำเนินการตามแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดฯ ของประเทศไทยในระยะสั้น (พ.ศ. 2560-2564)

อย่างไรก็ตาม โครงการฯ มีผลตอบแทนการลงทุนค่อนข้างตํ่า รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากระบบมิเตอร์อัจฉริยะตามโครงการนี้เพื่อรองรับแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริด (Smart Grid) ยังต้องอาศัยปัจจัยขับเคลื่อนอื่นๆ เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ กฟภ.ไม่สามารถควบคุมได้ อาทิ นโยบายภาครัฐ ความพร้อมของระบบการบริหารจัดการไฟฟ้าของประเทศ ตลอดจนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนา

บอร์ดสภาพัฒน์ มีความเห็นและข้อสังเกต ดังนี้ เพื่อมิให้มีการจ่ายงบประมาณลงทุนที่ซํ้าซ้อน รวมทั้งเพื่อให้เกิดความขัดเจนในการพิจารณาวงเงินลงทุน และการประมาณการผลตอบแทนการลงทุนของโครงการฯ เห็นควรให้ความเห็นชอบโครงการฯ ในกรอบวงเงินลงทุนจำนวน 1,810 ล้านบาท โดยในส่วนงานติดตั้งฯ กฟภ.เป็นหน่วยงานดำเนินการเปลี่ยนทดแทนให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ที่ใช้ระบบมิเตอร์เดิมอยู่เท่านั้น ซึ่งข้อมูล ณ ปี 2561 มีอยู่ประมาณ 70,000 ราย และให้ กฟภ.เร่งดำเนินโครงการฯ ให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อให้ทุ้นต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับการจัดหามิเตอร์อัจฉริยะให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ที่ขอติดตั้งมิเตอร์ใหม่ในอนาคต เห็นควรให้ กฟภ.นำเสนอขออนุมัติตามขั้นตอนการดำเนินงานปกติของ กฟภ. ทั้งนี้ การพิจารณาจำนวนมิเตอร์ที่จะจัดซื้อและติดตั้งใหม่ควรสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพื่อให้การจัดซื้อมิเตอร์เป็นไปอย่างเหมาะสมตามความจำเป็นและส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยที่สุด

กฟภ.จะต้องพิจารณาดำเนินโครงการฯ โดยคำนึงถีงความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ และการเชื่อมต่อกันระหว่างระบบข้อมูลสารสนเทศของโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เนื่องจากทุกหน่วยงานดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินงานตามแผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดฯ ของประเทศไทย พ.ศ. 2558-2559 รวมทั้งวางแผนการทำงานให้มีความยืดหยุ่น สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโลยืและรองรับอุปกรณ์ที่มีประลิทธิภาพมากขึ้นในอนาคตได้

ประเด็นต่อมา ควรหารือให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศนํ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เร่งพิจารณาจัดสรรคลื่นความถี่ แบบ Licensed Band สำหรับใช้ในงานด้านสมาร์ทกริด เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ทั้งนี้ ในการพิจารณารูปแบบโครงข่ายระบบลื่อสาร เห็นควรให้ กฟภ.ศึกษาเทคโนโลยีโครงข่ายระบบสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ และทิศทางการพัฒนาของเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตประกอบด้วย โดยควรเลือกใช้เทคโนโลยี ระบบโครงข่ายสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และประหยัดต้นทุนมากที่สุด รวมทั้งวางแผนด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) ของระบบ AMI อย่างรัดกุม

นอกจากนี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะต้องพิจารณากำกับและตรวจสอบค่าใช้จ่ายลงทุนที่จะนำมาคำนวณในโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้ารอบใหม่ ตลอดจนอัตราผลตอบแทนการลงทุนของโครงการหรือแผนงานเกี่ยวกับการติดตั้งระบบมิเตอร์อัจฉริยะที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกราย

นอกจากนี้ ควรพิจารณาทบทวนค่าบริการรายเดือนที่เรียกเก็บกับผู้ใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งมิเตอร์อัจฉริยะ เนื่องจากการใช้ระบบมิเตอร์ดังกล่าวจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจดหน่วยมิเตอร์ได้ กรณีนี้ กกพ.เห็นว่า กฟภ.ควรมีการจัดการบริหารความเสี่ยงของโครงการฯ เพื่อดำเนินการให้มีประทธิภาพกับการเติบโตของผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่

สภาพัฒน์ยังเห็นควรให้กระทรวงพลังงานเร่งจัดทำแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทยในระยะปานกลาง (พ.ศ. 2565-2574) เพื่อให้การขยายผลการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดไปสู่ระดับประเทศ (National Rollout) มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยมุ่งเห้นให้มีการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบครบถ้วน มีระบบศูนย์ข้อมูลกลาง หรือ Data Cloud Storage เพื่อให้หน่วยงาน ต่างๆ นำข้อมูลไปใช้วางแผนการผลิตและส่งพลังงานไฟฟ้าของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด

รวมถึงให้ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับข้อมูลการใช้ไฟฟ้าของตนเพื่อปรับพฤติกรรมให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การจัดหาไฟฟ้าให้พื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ควรพิจารณาวางแผนก่อสร้างระบบส่งไฟฟ้า รวมทั้งใช้การพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด เพื่อบริหารจัดการให้พื้นที่ดังกล่าวมีไฟฟ้าใช้อย่างมั่นคงต่อไป

มีรายงานว่า สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่เข้าร่วมโครงการจะประกอบด้วย กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าในเขตนิคมอุตสาหกรรมทุกรายเป็นลำดับแรก, กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทธุรกิจและอุตสาหกรรมนอกนิคมอุตสาหกรรม ที่ติดตั้งหม้อแปลงขนาด 100 KVA ขึ้นไป, กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทุรกิจและอุตสาหกรรม นอกนิคมอุตสาหกรรม ที่มีการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 30 kW ขึ้นไป, กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหม่ที่ยังไม่ได้ติดตั้งมิเตอร์ตามโครงการพัฒนาการอ่านหน่วยไฟฟ้าอัตโนมัติสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ (AMR) ระยะที่ 1 และ 2
กำลังโหลดความคิดเห็น...