xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ สั่งป้องกันข่าวเท็จ มท.เป็นศูนย์กลางแจง ติงไอเดีย ภท.ครม.สัญจรทุกสัปดาห์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ประยุทธ์” เป็นสักขีพยานลงนาม MOU สร้างการรับรู้สู่ชุมชน สั่งทุกกระทรวงป้องกันข่าวเท็จ บิดเบือน ให้ มท.เป็นศูนย์กลางชี้แจง ปชช. ย้อน ภท.เล็งจัด ครม.สัญจรทุกสัปดาห์ มันใช่หรือไม่

วันนี้ (11 ก.พ.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการสร้างการรับรู้สู่ชุมชน โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ยุติธรรม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ พล.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงทุกกระทรวง อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมในพิธีลงนาม

โดยทันทีที่นายกฯเดินทางมาถึงได้กล่าวกับผู้เข้าร่วมงานว่า “ขอให้ทุกคนช่วยกันทำความดี” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปาฐกถาว่า การบูรณาการสร้างความรับรู้ให้ประชาชน เป็นสิ่งสำคัญและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่จะเห็นมีข่าวต่างๆ แพร่หลายมากมาย มาสร้างความไม่เข้าใจให้ประชาชน สร้างความสับสนอลหม่านมากพอสมควร เราจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพราะถือเป็นอันตรายที่สุด เพราะจะทำให้ประชาชนเกิดความไม่เข้าใจ วันนี้มีข่าวเท็จ ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือนแพร่หลายในโซเชียลมีเดียและสื่อบางฉบับ ซึ่งตนไม่เข้าใจตรงนี้ ดังนั้น เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันและการเรียนรู้ให้ประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นการออกคำสั่งมาตรา 44 หรือประกาศราชกิจจานุเบกษา ต้องให้ประชาชนเข้าใจ ว่ามีขั้นตอนอย่างไร เราต้องให้ความสำคัญกับการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริง แต่ต้องยอมรับว่าข่าวสารต่างๆจากรัฐบาลนั้น ไปไม่ถึงประชาชน บางคนฟัง บางคนไม่ฟัง เป็นสาเหตุให้ประชาชนรับรู้ข่าวสารที่ผิด สูญเสียโอกาสรับรู้ข้อมูล ทั้งนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานกลางในการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน โดยให้ทุกหน่วยงานส่งข้อมูลมาที่กระทรวงมหาดไทยได้ อย่างไรก็ตาม กฎหมายที่รัฐบาลออกมานั้น ไม่ได้มุ่งหวังที่จะลงโทษ แม้หลายคนจะอยากให้มีกฎหมายที่แรงขึ้นในบทลงโทษ แต่เราทำเช่นนั้นไม่ได้ทั้งหมด เพราะกฎหมายที่ดีต้องสร้างความร่วมมือจากประชาชนให้ได้มากที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราต้องพัฒนาระบบการแจ้งเตือนภัยพิบัติ ป้องกันในด้านสาธารณภัย ลดความเสียหายในทรัพย์สินประชาชน เพราะถ้าเรามีการเตรียมการอย่างดีแล้ว ก็จะสามารถลดความสูญเสียได้

ตอนหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระบุถ้าได้เป็นรัฐบาล จะประชุม ครม.สัญจรเกือบทุกสัปดาห์ เพื่อรับฟังปัญหาประชาชน ว่า “การที่รัฐบาลนี้เดินทางไปประชุม ครม.สัญจรในที่ต่างๆ นั้น ถือเป็นการสื่อสาร 2 ทาง หลายคนพูดว่าจะไปประชุม ครม.สัญจรในทุกสัปดาห์ มันใช่หรือไม่ แต่รัฐบาลนี้ ลงพื้นที่ไปรับฟังข้อเสนอจากระดับจังหวัดขึ้นมา เพื่อมาดูทั้งในส่วนของนโยบายและความต้องการ ก่อนให้ ครม.อนุมัติต่อไป ทุกคนต้องอธิบายให้เข้าใจตรงนี้”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่โดยตรงในการสร้างความเข้าใจต่อประชาชน ผ่านโครงสร้างและกลไกที่มีอยู่ นอกจากนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งถือว่ามีความใกล้ชิดกับประชาชนมากสุด จะต้องสามารถถ่ายทอดให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจได้ การสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งนี้ ไม่ได้ต้องการให้รับรู้แค่บางพื้นที่หรือบางกิจกรรม ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ตื่นตัวกับความเชื่อมโยงในการสร้างความรับรู้เกี่ยวกับบ้าน วัด โรงเรียน ซึ่งควรจะเป็นแหล่งพูดคุยสาระประโยชน์ การพัฒนาประเทศ การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมาย โดยต้องนำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในรูปแบบประชารัฐ

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า กลุ่มพีมูฟที่ชุมนุมประท้วงอยู่ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลว่า “วันนี้มีการโหวกเหวกกันอยู่ข้างนอก ก็ไม่เป็นไร ประชาธิปไตยก็ว่ากันไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ชี้แจงกันไป บางทีทุกคนก็ใจร้อน เราต้องทำความเข้าใจให้ได้มากที่สุด ถ้าทำความเข้าใจได้มาก ก็จะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก เราต้องร่วมมือกันหาวิธีการที่เหมาะสม โดยไม่ทำให้กฎหมายเสียหาย และต้องหาทางปรับแก้”


กำลังโหลดความคิดเห็น...