xs
xsm
sm
md
lg

คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต!!ทษช.เอฟเฟกต์ พรรคตระกูลเพื่อจะได้ไปต่อหรือรอรับผลพวง "ผลไม้พิษ" วันนี้ กกต.ชี้ชะตา **"ฐากร"แจง ร่าง พ.ร.บ. กสทช. กระบวนการสรรหาคณะกรรมการไม่มีลัดขั้นตอน

เผยแพร่:   โดย: นกหวีด

ทักษิณ - ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร , ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช , ฐากร ตัณฑสิทธิ์
ข่าวปนคน คนปนข่าว

**คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต!! ทษช.เอฟเฟกต์ พรรคตระกูลเพื่อ จะได้ไปต่อ หรือรอรับผลพวง "ผลไม้พิษ" ที่เกิดจากหน่อเดียวกัน วันนี้ กกต.ชี้ชะตา เกมเสี่ยงที่เลี่ยงจะถูกยุบพรรคยาก ? ฤาเค้าลางเลือกตั้ง 62 จะลากยาว

ไฮไลต์การเมืองวันนี้ 11 ก.พ. จะอยู่ที่การประชุมของคณะกรรมการเลือกตั้งหรือ กกต. ต่อกรณี"พรรคไทยรักษาชาติ" หรือ ทษช. เสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิวัฒนาพรรณวดี อยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งต่อมา มีพระราชโองการฯ ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 ความตอนหนึ่งว่า "การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์ มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมือง ไม่ว่าจะโดยทางใดก็ตาม จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง"

การกระทำมิบังควรอย่างยิ่งของพรรคไทยรักษาชาติ ที่มี ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ดังกล่าว ว่ากันว่า เป็นความผิดสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้ว แนวทางการพิจารณาของ กกต.วันนี้ จะออกมาอย่างไร พรรคไทยรักษาชาติ ยังจะไปได้ต่อ หรือเป็นอย่างที่หลายฝ่ายประเมินไว้ว่า ยากจะเลี่ยงการถูกยุบพรรค นับว่าความกดดันทั่งหลายทั้งปวงมาอยู่ที่ กกต. ...เกมการเมืองต่อจากนี้ จะพลิกไปอย่างไร เงื่อนไขสำคัญย่อมต้องรอดู "ทษช.เอฟเฟกต์" ... ถ้าทษช.ถูกยุบพรรค ชนิดถูกฝังกลบก่อนจะเลือกตั้ง พรรคเครือข่ายตระกูลเพื่อชินวัตร ทั้งหลายกระทบแน่ จะไปอย่างไร หรือจะควงคู่ไปด้วยกัน โดยเฉพาะพรรคเพิ่อไทย ที่ถูกมองว่า เป็นคู่แฝด "ฮั้ว" กับไทยรักษาชาติ มาตั้งแต่ต้น ในการประกาศนโยบายหาเสียงต่อสังคม ก็สือความชัดเจนว่า เกิดจากต้นไม้ต้นเดียวกัน คือ "ไทยรักไทย" ของทักษิณ ชินวัตร และเป็นพรรคเพื่อไทยเอง ก็แสดงตัวตนว่า ทักษิณ ชินวัตร หรืออาจจะรวมถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครอบงำพรรคมาตั้งแต่เริ่ม ทั้งก่อนและหลังปลดล็อกการเมืองของ คสช.

เกมเสี่ยงของ ทักษิณ ชินวัตร ที่คิดว่าแยบยลหวังผลจะชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ เพราะคลี่กางตาข่ายกำหนดแผนครอบคลุมฐานเสียงได้แม่นเหมาะ ทั้งแตกเครือข่าย และ การเสนอ "แคนดิเดตนายกฯ" แบบเหนือความคาดหมาย... แต่ลืมไป "คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต" เกมที่เชื่อมโยงกันด้วยหน่อกอเดียวกัน พอ ทษช. ถูกจี้ให้ยุบพรรค หน่อหนึ่งเน่า ที่เหลือก็ส่อจะเน่าตาม ... นี่ต้องบอกว่า คำพูดของเขาเอง "ต้นไม้พิษ ใต้ต้นเดียวกัน ผลไม้ย่อมมีพิษ" ได้ย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเอง เข้าให้แล้ว ...พรรคไทยรักษาชาตินั้น คล้ายจะยอมรับชะตากรรมตัวเอง แถลงการณ์ของพรรคบอกว่า ขอน้อมรับและทำหน้าที่ตามระเบียบของกกต. และรัฐธรรมนูญ แต่พรรค"ตระกูลเพื่อ" ทั้งหลาย จะยอมพ่ายโดยที่ยังไม่ได้ดิ้นรนเพื่อการต่อสู้ศึกเลือกตั้งให้ถึงที่สุดตามบุคคลิกนิสัยของทักษิณ คงไม่ใช่ ... กระบวนท่า"ตกตายตามกัน" ทักษิณ ก็เคยใช้บ่อยครั้งเมื่อจวนตัว

การเลือกตั้งครั้งนี้ ส่อไปในทางที่น่าจะมีการฟ้องร้อง ยื่นกกต.กันเป็นประวัติการณ์ หลัง "ทษช.เอฟเฟกต์" ต้องติดตามกันให้ตลอด ...พรรคใหญ่แทบทุกพรรคที่ลงเลือกตั้ง ก็มีพฤติการณ์ที่เปิดช่องโหว่ให้ฝ่ายตรงข้ามส่งคำฟ้องร้องยุบพรรคได้พอๆ กัน ไม่ใช่ไม่มี แต่พรรคเครือข่ายทักษิณ ...ยกตัวอย่างเช่น พฤติการณ์ "ฮั้ว" กันของพรรคเก่าแก่ที่เปิดบ้านให้ผู้สมัครของ"พรรคกำนัน" หนุนลุงตู่ หรือ พรรคพลังประชารัฐเองก็ตาม ยากจะหลบเลี่ยง ย่อมต้องมีเรื่องให้ฝ่ายตรงข้ามร้องเรียนได้หลังเลือกตั้ง ...ความเป็นไปของหลังการเลือกตั้ง ดูแล้วคงไม่ได้ราบเรียบเหมือนโรดแมป ที่ คสช. คาดคิด ...ฤาการเลือกตั้ง 62 จะเป็นหนังชีวิต ลากกันไปยาวๆ

**ฐากร แจงสี่เบี้ย ร่าง พ.ร.บ. กสทช. กระบวนการสรรหา และคัดคนเข้าเป็นคณะกรรมการไม่มีลัดขั้นตอน และเปิดกว้างปรับมาตรฐานทุกอาชีพเข้ามามีส่วนร่วม

คราวก่อนโน้น พูดถึงเรื่อง ร่าง พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคมแห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ....หรือ ร่าง พ.ร.บ.กสทช. เกี่ยวกับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเข้าไปเป็นคณะกรรมการ กสทช. “ฐากร ตัณฑสิทธิ์”เลขาธิการ กสทช. ขอใช้สิทธิในประเด็นที่ถูกพาดพิงถึง ...

ประเด็นแรก ข้อกล่าวหาว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับคลื่นแทรก เนื่องจากเคยถูกตีตกตั้งแต่อยู่ในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ “ฐากร”เลยเอาไปยัดใส่มือ"วิษณุ เครืองาม" รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย เพื่อเข้าวาระประชุมคณะรัฐมนตรี อย่างเร่งด่วนนั้น “ฐากร”อธิบายว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวนี้ มีที่มาที่ไปชัดเจน กล่าวคือ เป็นคำสั่งของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่7/2561และ มติครม. ที่มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. แก้ไขเรื่องของกระบวนการสรรหาบอร์ด กสทช. เพราะเห็นว่าวิธีการสรรหามีปัญหาในทางปฎิบัติ ไม่เป็นไปตามเจตนารมย์ของกฎหมาย สำนักงานกสทช.แต่งตั้งบุคคลากรที่เชี่ยวชาญในข้อกฎหมาย จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา เพื่อปรับปรุงแก้ไขกระบวนการสรรหาบอร์ด กสทช. แล้วส่งให้คณะรัฐมนตรี จากนั้น สำนักงานเลขาธิการครม. นำร่าง พ.ร.บ. ส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อขอความเห็นแล้วจึงนำกลับเข้าไปพิจารณาในที่ประชุม ครม. เป็นกระบวนการปกติไม่ได้ลัดขั้นตอนผ่าน"ท่านรองฯวิษณุ" แต่อย่างใด

ในประเด็นต่อมา การกำหนดคุณสมบัติของบอร์ด กสทช. ให้มีจำนวน 7คน ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม ด้านวิศวกรรม ด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐศาสตร์ และด้านคุ้มครองผู้บริโภค หรือส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชนแต่ไม่บังคับให้เป็นด้านละ 1 คน ตามกฎหมายเดิม "เปิดช่อง" ให้คณะกรรมการสรรหา เป็นผู้กำหนด ... เหตุผลสำคัญ เพราะเห็นว่า"บอร์ดกสทช." เป็นผู้กำหนดนโยบาย ส่วน"ผู้ปฏิบัติ" คือพนักงานของสำนักงานกสทช. ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถเฉพาะในแต่ละด้านอยู่แล้ว ...

ในประเด็นเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการ กสทช. ที่ว่าต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา พนักงาน ผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนในบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน หรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมนั้น ได้ตัดช่วงเวลา"ภายใน 1ปี" ออกไป นั้น เรื่องนี้เป็นประเด็นปัญหาในกระบวนการสรรหากสทช. ครั้งที่ผ่านมา จนทำให้ "การสรรหาล่ม" อีกทั้งยังขัดเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งต้องการ กรรมการกสทช. ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เช่น ผู้บริหารของ กสท. หรือ ทีโอที ไม่สามารถสมัครได้ เพราะขัดคุณสมบัติตามกฎหมายเดิม ... ดังนั้น จึงเห็นควรให้แก้ไขเปิดกว้างโอกาสให้ผู้มีคุณสมบัติในด้านต่างๆ เข้ามาสมัครเป็นกรรมการ กสทช.ได้มากขึ้น

ประเด็น ผู้มีสิทธิเข้ารับการสรรหาเป็นบอร์ด กสทช. มีการลด หรือเพิ่มสเปก ในประเด็นนี้ สำนักงานกสทช. ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการลด หรือเพิ่มสเปก แต่เป็นการ"ปรับสเปก" ให้ทุกสาขาอาชีพมาตรฐานระดับเดียวกัน เช่น ใน พ.ร.บ.เดิมกำหนดให้ผู้เป็นบอร์ด กสทช. ที่มาจากราชการ จะต้องไม่ต่ำกว่าระดับ"รองอธิบดี" ดังนั้น จึงมีการปรับสาขาอาชีพอื่นให้มีมาตรฐานเดียวกัน เช่น กรณีทหาร ตำรวจ จากเดิมกำหนดในระดับ "พันเอก" ร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ กำหนดให้เป็น "พลตรี" ประเด็นกระบวนการลงคะแนนเสียง เดิมก็เป็นปัญหาหลักที่ทำให้ การสรรหา กสทช.ล่มเช่นกัน ร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ จึงปรับเปลี่ยนกระบวนการให้เหมือนกับการคัดเลือกสรรหาขององค์กรอิสระอื่นๆ ตามรัฐธรรมนูญ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่วนประเด็นที่กล่าวหา ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เปิดช่องให้เลขาธิการ กสทช.ได้มีสิทธิเข้ารับการสรรหาด้วยนั้น “ฐากร”ชี้แจงว่า ตามกฎหมายฉบับเดิม เลขาธิการ กสทช. มีคุณสมบัติสมัครเป็น บอร์ดกสทช.ได้อยู่แล้ว อีกทั้งกรณีที่ เลขาธิการ กสทช. เป็นนายสถานีวิทยุกระจายเสียง 1 ป.ณ. ซึ่ง สถานีวิทยุกระจายเสียง 1 ป.ณ. นั้น กสทช.รับโอนจากกรมไปรษณีย์โทรเลข คณะกรรมการกฤษฎีกา มีความเห็นว่า เป็นหน้าที่ของกสทช. ที่จะต้องดำเนินการต่อไป ฉะนั้นคุณสมบัติการเป็น นายสถานีวิทยุกระจายเสียง 1ป.ณ. ของเลขาธิการกสทช. ไม่ได้ขัดกับข้อกฎหมาย เช่นเดียวกับผู้อำนวยการสถานีวิทยุของหน่วยงานรัฐอื่นๆ
ดังนั้น การแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ เป็นการ"เปิดกว้าง" ให้ผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมทั้งด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคมได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสรรหามากขึ้น นับเป็นเรื่องที่ "เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ" อย่างแท้จริง


กำลังโหลดความคิดเห็น...