xs
xsm
sm
md
lg

**ศึกแย่งตัว"ฮาคีม อัล-อาไรบี" นักฟุตบอลบาห์เรน ลุกเป็นไฟ กระแสเรียกร้อง #BoycottThailand พลิกกลับเป็น #savethailand **ศึกในประชาธิปัตย์ ระหว่าง"สายพรรค" กับ"สายงูเห่า" ปะทุ เมื่อ "วิรัตน์ กัลยาศิริ" ดับเครื่องชน "ไพร พัฒโน"

เผยแพร่:   โดย: นกหวีด


ข่าวปนคน คนปนข่าว


**ศึกแย่งตัว"ฮาคีม อัล-อาไรบี" นักฟุตบอลบาห์เรน ลุกเป็นไฟ กระแสเรียกร้อง #BoycottThailand พลิกกลับเป็น #savethailand เมื่อ"ออสซี่"โดนโต้กลับ เผือกร้อนลวกมือรัฐบาลลุงตู่ ความซวยท่ามกลางความขัดแย้งที่ไม่น่ารับมาแต่ต้น เทียบกรณี "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" ผู้ร้ายข้ามแดนยังเงียบสนิท

ร้อนระอุไปทั่วในเครือข่ายสังคมออนไลน์ กรณีเสียงเรียกร้องให้ไทยส่ง"ฮาคิม อัล-อาไรบี" อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน กลับออสเตรเลีย ยิ่งเมื่อวันจันทร์ (4ก.พ) หลังจากศาลไม่ให้ประกันตัว เพราะ"ฮาคีม" คัดค้านการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้บาห์เรน ยิ่งโหมกระพือประเด็นนี้ให้ดราม่าท่วมโซเซียล พลิกไปพลิกมา...จากเสียงเรียกร้องให้คว่ำบาตรประเทศไทยกระหึ่ม ส่งผลให้แฮชแท็ก #BoycottThailand ติดอันดับยอดนิยมของทวิตเตอร์ พอๆ กับแฮชแท็ก ที่เรียกร้องให้ช่วยเหลือ ฮาคีม #SaveHakeem...ล่าสุด 5ก.พ. กระแสตีกลับ เพราะมีกลุ่มที่อยากเตือนให้หลายฝ่ายมีสติกับเรื่องนี้ พร้อมจี้จุดขยี้ปม "หมายจับ" ที่ออสเตรเลียพลาดเอง โดยติดแฮชแทกซ์ #savethailand ติดอันดับยอดนิยม ในทวิตเตอร์มาแทนที่

เอาละค่อยๆ มาว่ากัน เริ่มจาก "ฮาคีม" ถูกตัดสินโทษจากทางการบาห์เรน ด้วยปัญหาทางการเมือง และไปขอลี้ภัยที่ประเทศออสเตรเลีย ต่อมาได้รับสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองจากออสเตรเลีย แต่ถูกจับ ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 61 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะที่เขาเดินทางมาฮันนีมูนกับภรรยา ที่ประเทศไทย...ต่อมา สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ถึงกรณี "ฮาคีม" โดยระบุว่า 4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลบาห์เรน ไม่เคยแสดงความพยายาม หรือแจ้งรัฐบาลออสเตรเลีย แม้แต่ครั้งเดียวว่า ต้องการตัว "ฮาคีม"กลับประเทศ... แต่ทันทีที่ "ฮาคีมและภรรยา" เดินทางมาฮันนีมูนที่ประเทศไทยแล้วถุกจับ รัฐบาลบาห์เรน ได้ประสานมาที่รัฐบาลไทยอย่างเร่งด่วน เพื่อขอให้ควบคุมตัว"ฮาคีม" และดำเนินการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับประเทศบาห์เรนทันที
ฮาคีม อัล-อาไรบี
การกระทำของรัฐบาลบาห์เรน ทำให้ประเทศไทยอยู่ในสถานะที่ "ลำบากมาก" ซึ่งจริงๆ แล้ว ปีนี้เป็นปีที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาชนชาวไทย และประเทศไทย... รัฐบาลออสเตรเลียต้องการให้ฮาคีมกลับไปประเทศออสเตรเลีย เพราะเขาเป็นผู้ลี้ภัย และเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรที่ประเทศออสเตรเลีย โดยเร็วที่สุด ... ออสเตรเลีย บอกว่า "ฮาคีม" เป็นนักฟุตบอลที่รักของแฟนคลับฟุตบอล"ทีมพาสโคเวล" ในออสเตรเลีย ซึ่งเขาได้ทำสัญญา เป็นนักเตะตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา จึงหวังว่า ฮาคีมจะได้กลับไปหาครอบครัว และภรรยาของเขาในเร็ววัน ...

ย้อนหลังกลับไปที่บาห์เรน "ฮาคีม"ถูกกล่าวหาว่าทำลายสถานที่ราชการ ระหว่างการชุมนุมประท้วงรัฐบาลครั้งใหญ่ในบาห์เรน เมื่อปี 2555 ... อดีตนักเตะทีมชาติชะตาพลิกผัน ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว รวมถึงข่มขู่ และทำร้ายร่างกายเพื่อไม่ให้เล่นฟุตบอลอีก แต่เขายืนยันมาตลอดว่า ขณะเกิดเหตุนั้นเขากำลังแข่งขันฟุตบอล ซึ่งมีการถ่ายทอดสดด้วย เป็นพยานว่าเขาบริสุทธิ์ เหตุที่ถูกจับถูกทำร้ายให้สารภาพ เพราะพี่น้องของเขาที่ร่วมการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ... ฮาคีมและครอบครัว จึงตัดสินใจหนีออกนอกประเทศ และหลังจากยื่นลี้ภัยการเมืองกับออสเตรเลียนานกว่า3 ปี จึงได้รับสถานะ แต่ศาลบาห์เรน ตัดสินลงโทษจำคุก "ฮาคีม" เป็นเวลา 10 ปี เมื่อปี 2557 ข้อหาไม่ไปรายงานตัวต่อศาล

ขณะที่ไทยจับกุมฮาคีม ด้วยการอ้างอิงหมายแดงของตำรวจสากล "อินเตอร์โพล" ของออสเตรเลีย ซึ่งต่อมาออสเตรเลีย จะขอถอนให้กลายเป็นโมฆะเพราะขัดกับหลักมนุษยชน ที่ฮาคีมได้รับสถานะลี้ภัยจากประเทศตัวเองแล้ว ... จุด "หมายแดง" นี้เอง ที่ตลอดวันที่ 5 ก.พ. มีคนขยาย และขยี้ปม ที่ย้อนกลับไปทิ่มแทงตัวเองของออสเตรเลีย กลายเป็นกระแสปกป้องไทย ทั้ง # ประเทศกูซวย และ #savethailand...ตอนนั้นทางการไทยไม่มีทางเลือก ต้องทำตามกฎหมาย เพราะเข้าสู่ศาลแล้ว แต่ได้แจ้งทั้งบาห์เรน และออสเตรเลีย ให้ทราบก่อนจะส่งตัวฮาคีมไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ นับตั้งแต่วันที่เขาถูกเบิกตัวขึ้นศาลครั้งแรก เมื่อ 11 ธ.ค.61 ... ในระหว่างที่ฮาคีม ถูกคุมขัง มีความเคลื่อนไหวจากรัฐบาล และแวดวงนักกีฬาฟุตบอลออสเตรเลีย รวมถึงองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เรียกร้องให้ทางการไทย ปล่อยตัวฮาคีมกลับไปยังออสเตรเลีย โดยให้เหตุผลว่าฮาคีม เป็นผู้ได้รับสถานะผู้ลี้ภัยอย่างเป็นทางการแล้ว หากไทยพิจารณาส่งตัวฮาคีม กลับไปยังบาห์เรน อาจทำให้เขาตกอยู่ในอันตรายได้...

ความเห็นที่ร้อนแรงในเครือข่ายสังคมออนไลน์มากมายมหาศาล มีเป้าหมายเดียว "กดดันไทย" พร้อมกับระบุถึงสิ่งที่ทางการไทยควรทำ คือ ปล่อยตัวฮาคีม ทันที ... ฝ่ายนี้มองว่า ไทยไม่มีเหตุผลที่จะต้องจับฮาคีม เพราะจริงๆไทยไม่มีสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามกับบาห์เรน แต่แรก และทำไมเมื่อเขาได้รับสถานะลี้ภัยจากออสเตรเลียตั้งนานแล้ว เหตุใดเราจึงไม่ให้เขาไป ตามที่ขอ ... ทว่า อีกด้านของความเห็นก็อยากให้มองอย่างเป็นธรรมกับ"รัฐบาลลุงตู่" บ้าง เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันกับความมั่นคง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมไปถึงตื้นลึกหนาบางของคดีที่ ฮาคีม ถูกกล่าวหาจากบาห์เรน ที่ทางการไทยอาจจะรับรู้ แต่ไม่ได้เปิดเผยออกมาสู่สาธารณะ ... เรื่องของฮาคีม สุดท้ายเป็นเรื่องระหว่างบาห์เรน และออสเตรเลีย ไทยคงไม่ได้เข้าไปยุ่ง หากไม่ใช่อินเตอร์โพลของออสเตรเลีย ที่ได้แจ้งเตือนเรื่อง"หมายแดง" ของฮาคีมแต่แรก และหากบาห์เรน ไม่ได้ร้องขออย่างเป็นทางการกับไทย... เรื่องนี้จะด่วนสรุปคงไม่ได้ ต้องไม่ลืมว่าขณะนี้ เรื่องของ"ฮาคีม" อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ยังมีหลักฐานและข้อเท็จจริง รอการพิสูจน์อีกด้วย ... สิ่งที่รัฐบาลไทยทำได้ อาจจะมีเพียงหาทางให้บาห์เรนกับออสเตรเลีย พูดคุยกัน และคาดหวังว่าจะจบ win-win กันได้แบบจบเร็วเท่าไหร่ ยิ่งดี ...

อย่าดูเบาว่ากรณี"ฮาคีม" เป็นแค่กรณีของนักฟุตบอลธรรมดาๆ คนหนึ่งขอลี้ภัย มันกลายเป็น "เผือกร้อน" ลวกมือลุงตู่ไปเรียบร้อย... ทางหนึ่ง คำถามต้องย้อนกลับมากล่าว ตอนแรกเราไปรับเผือกร้อนนี้มาทำไม ? ทำไมไม่ผลักดันออกนอกประเทศไป ไทยไม่ได้ประโยชน์อะไร กลับมีกระดูกมาแขวนคอ กรณีแบบเดียวกันมีประเทศไหนที่เราร้องขอ หรือช่วยเหลือเราส่งตัว "ทักษิณ -ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" สองพี่น้องนักโทษหนีคดีเป็นผู้ร้ายข้ามแดนบ้าง ... ไม่มีความคืบหน้า และไม่มีการติดตาม ไม่มี เข้าทำนอง ก่อนจะเผือกเรื่องคนอื่น เอาเรื่องตัวเองให้รอดก่อนมั้ย

** ศึกในประชาธิปัตย์ ระหว่าง"สายพรรค" กับ"สายงูเห่า" ปะทุ ที่ หาดใหญ่ สงขลา เมื่อ "วิรัตน์ กัลยาศิริ" มือกฎหมายของพรรค ที่อยู่ในสาย "งูเห่า" ดับเครื่องชน "ไพร พัฒโน" ที่พรรคอุตสาห์ให้ลาออกจาก "นายกเทศบาลนครหาดใหญ่" หวังให้ลง ส.ส.เขต 3 ผลสุดท้ายถูก "เด็กสายลุงกำนัน" เบียดตกเวที
ถาวร เสนเนียม
ไฮไลต์ ของการวางตัวผู้สมัครส.ส.เขต ในพื้นที่ภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ คงไม่มีจังหวัดไหนดุเดือดไปกว่า จ.สงขลา เพราะเป็น "ศึกภายใน" ของพรรค ที่มีผลสืบเนื่องมาจากปรากฏการณ์ "งูเห่าในพรรค" ที่ "ถาวร เสนเนียม" อดีต ส.ส.สงขลา ที่เปรียบเสมือนมือขวาของ"ลุงกำนัน" สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. ที่ผันตัวมาเป็นผู้ก่อตั้ง "พรรครวมพลังประชาชาติไทย" ประกาศหนุน "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯต่อเนื่อง...

จ.สงขลา มี 8 เขตเลือกตั้ง โดยเขต 1 ในตัวเมืองสงขลา มี "เจือ ราชสีห์" ซึ่งเป็นคนในสายของ"งูเห่า" เป็นอดีต ส.ส. เจ้าของพื้นที่ แต่มาแพ้การสรรหาตามระบบไพรมารีโหวตของพรรค ให้แก่ "สรรเพชญ บุญญามณี" ลูกชายของ "นิพนธ์ บุญญามณี" นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.) และรองหัวหน้าพรรคปชป. ที่ดูแลสมาชิกพรรค และงานท้องถิ่น ..."เจือ" เลยถูกเตะโด่งขึ้นไปอยู่ในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค นับเป็นความเพลี่ยงพล้ำ พ่ายแพ้ของสายงูเห่า ในเขตนี้ ...ความดุเดือดจึงไปผุดขึ้นที่ เขต 3 พื้นที่ อ.หาดใหญ่ ที่สาย "ถาวร" ต้องแก้มือให้ได้
วิรัตน์ กัลยาศิริ
เขต 3 มี "วิรัตน์ กัลยาศิริ" มือกฎหมายของพรรคเป็นอดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่ ซึ่งก็อยู่ในสาย "งูเห่า" เหมือนกัน และก่อนหน้านี้ก็มีความไม่ลงรอยกับพรรคอยู่เป็นทุนเดิม จากกรณีที่ "วิรัตน์" พยายามผลักดันลูกชาย ลงสมัคร ส.ส.ในกรุงเทพฯ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ การวางตัวผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ในครั้งนี้ กรรมการบริหารพรรค จึงมีมติให้ "ไพร พัฒโน" ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เป็นผู้สมัครแทน "วิรัตน์" ที่พรรคระบุว่ามีปัญหาด้านสุขภาพ ...ทางพรรคจึง ให้"ไพร พัฒโน" ไปลาออกจาก นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ซึ่งเรื่องไปถึงผู้ว่าฯ สงขลา และมีการรับหนังสือไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเตรียมจะให้ "พฤกษ พัฒโน" น้องชายของตนเอง ที่รั้งตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ลงเลือกตั้งแทน ...

แต่ "สายงูเห่า" ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ตามข่าววงในมีการระบุว่า หาก "ไพร" ยังยืนยันจะลงสมัครส.ส.เขต 3 ก็จะถูกแฉถึง "ความไม่ชอบมาพากล" ระหว่างที่บริหารเทศบาลนครหาดใหญ่ ทำให้ "ไพร" ต้องคิดหนัก เพราะมีเรื่องร้องเรียนอยู่ที่ป.ป.ช.อยู่แล้ว เกี่ยวกับโครงการจัดหาทุนซื้อทองคำปิดองค์พระประจำเมืองหาดใหญ่ ...วันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการรับสมัคร ส.ส.วันแรก 7 เขต ของ จ.สงขลา มีผู้สมัครของพรรคปชป. ไปครบ ยกเว้น เขต 3 ที่ยังไม่มีผู้สมัคร ... ซึ่งเรื่องนี้ "นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" รองหัวหน้าพรรคปชป. ที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ บอกว่า "นายวิรัตน์ กัลยาศิริ มีปัญหาสุขภาพ ผมก็ไปทาบทาม นายไพร พัฒโน ซึ่งเขาก็ลาออกจากนายกเทศมนตรีแล้ว แต่บังเอิญมีปัญหาส่วนตัว ก็เลยขอลาออกจากการสมัครส.ส. ตอนนี้นายไพร ก็ว่าง เขาก็ช่วยพรรคไป จากนั้นผมก็ไปทาบทาม พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี "พี่หลวงคร" อดีต ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เพราะเห็นว่าท่านเป็นคนหาดใหญ่ เป็นนายตำรวจที่ติดดิน ประชาชนรัก มาลงสมัครแทน " และบอกด้วยว่ากรณี นายวิรัตน์ นั้น กรรมการสรรหา ได้ฟังความเห็นจากแพทย์ และมีมติให้ นายวิรัตน์ พักรักษาสุขภาพ โดยพรรคจะให้ นายวิรัตน์ ขึ้นไปอยู่ในบัญชีรายชื่อแทน ...
ไพร พัฒโน
ขณะที่นายวิรัตน์ ก็โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ แก้ข่าวที่ว่าป่วยหนัก ว่า " 1 . ผมสบายดี หมอยืนยันว่าสามารถลงสมัคร ส.ส.ได้ 2. ผมไม่ได้ขอถอนตัวจากการสมัครส.ส.เขต 3 สงขลา แต่ได้ยืนยันกับพรรคว่า ขอลงสมัคร ส.ส. สงขลา เขต 3 ที่เดิม ส่วนพรรคจะมีมติอย่างไร เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้ากระบวนการชอบด้วยกฎหมาย และหลักประชาธิปไตย ผมเคารพ หลังจากโพสต์นี้ หากมีใครยังอ้างด้วยข้อความเท็จว่า ผมป่วยจนไม่สามารถลงสมัครได้ หรืออ้างเท็จว่า ผมถอนตัว จากการลงสมัคร ส.ส. สงขลา เขต 3 ด้วยความเคารพขอให้หยุดเสีย มิเช่นนั้นผมคงมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิในการปกป้องตนเอง" ... เรื่องก็เลยร้อนไปถึง "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรค ต้องออกมาชี้แจงว่า ในการประชุม กก.การบริหารพรรค เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ตอนนั้นมีการประเมินกันว่า หากนายวิรัตน์ ลงสมัคร น่าจะมีอันตรายต่อสุขภาพ เพราะเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดเมื่อต้นปี และที่เราสอบถามไปทางแพทย์ได้บอกว่า ร่างกายอาจจะยังไม่เต็มร้อย แต่เมื่อเจ้าตัวยืนยันที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง เราก็จะให้กก.สรรหาผู้สมัครของพรรคเป็นผู้ตัดสิน...

พรรคจึงได้มีการประชุมด่วน กก.สรรหา ซึ่งนายวิรัตน์ ก็ได้เข้าชี้แจง โดยยืนยันว่า สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้ว หลังจากผ่าตัดได้พักรักษาตัว และสามารถเดินได้ ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งได้ตามปกติ สอบถามแพทย์แล้ว จึงมายืนยันจะขอลงสมัคร ส.ส.ใน เขต 3 เท่านั้น หากไม่ได้ลงก็จะขอเป็นสมาชิกพรรค ไม่ลงในระบบบัญชีรายชื่อ เพราะเห็นว่า มีผู้ใหญ่ในพรรคหลายคน มีความเหมาะสมที่จะลงในระบบบัญชีรายชื่อมากกว่า... ซึ่งที่ประชุมกก.สรรหา ได้ให้นายวิรัตน์ "เดินขึ้นลงบันได" เพื่อพิสูจน์ว่า สุขภาพยังไหวหรือไม่ ก็ปรากฏว่า สามารถขึ้นลงบันไดเองได้... "นายจุติ ไกรฤกษ์" เลขาธิการพรรค ในฐานะ กก.สรรหา จึงออกมาแถลงว่า นายวิรัตน์ ได้มาชี้แจงต่อ คณะกก.สรรหา โดยขึ้นบันไดมาเองได้ และเดินคล่องแคล่ว ทำงานได้ ขั้นตอนต่อจากนี้ คือ ประกาศรับฟังความคิดเห็น ซึ่งคาดว่า กก.สรรหา จะส่งเรื่องให้ กก.บริหารพรรคได้ ในวันนี้ (6 ก.พ.) ส่วน พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นั้นไม่ได้สมัครแล้ว ... นับเป็นการเอาคืนของ "สายงูเห่า" หลังจากพ่ายแพ้ในพื้นที่เขต 1 ...และนี่อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า พื้นที่ภาคใต้ของประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจจะไม่เหมือนเดิมเสียแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...