xs
xsm
sm
md
lg

“วิษณุ” ปลื้มเจโทรเผยนักลงทนญี่ปุ่นยกนิ้วรัฐบาลอำนวยความสะดวกอีอีซี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

แฟ้มภาพ
“วิษณุ” โอ่ “ประธานเจโทร” ปลื้มนักลงทุนญี่ปุ่นพอใจ 4 โครงการใหญ่ “อีอีซี” ไทยมาก มีการพัฒนาในเรื่องการอำนวยความสะดวกกับนักลงทุนและแก้ปัญหาจนแทบไม่มีข้อเรียกร้อง ระบุสิ่งที่รัฐบาลทุ่มเทหลายปีเห็นผล

วันนี้ (24 ม.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากนายฮิโรกิ มิทสึมะตะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ (เจโทร กรุงเทพฯ) เข้าเยี่ยมคารวะ ว่าเจโทรจะมาพบตนปีละ 2 ครั้ง เพราะเขามีภารกิจในการสำรวจความคิดเห็น ความต้องการ ปัญหาและอุปสรรคของนักลงทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย และแจ้งให้รัฐบาลไทยทราบ

โดยเจโทรได้แจกแบบสอบถามไปยังบริษัทต่างๆ ของญี่ปุ่นในประเทศไทย ประมาณ 1,700 บริษัท มีการตอบกลับมา 500 บริษัท ได้หัวข้อน่าสนใจที่รัฐบาลจะต้องนำไปพิจารณา เช่น เรื่องการขออนุญาตทำงานและวีซ่า ซึ่งเคยเป็นปัญหาใหญ่ติดอันดับหนึ่งในสิบหลายปีที่ผ่านมา แต่วันนี้ได้ล่วงไปอยู่ในอันดับท้ายๆ เพราะพัฒนาดีขึ้นเป็นที่น่าพอใจ จนเกือบจะไม่มีการเรียกร้องต่อไป

ขณะเดียวกัน เขาได้สำรวจบริษัทนักลงทุนญี่ปุ่นว่าต้องการอะไร ก็มีปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะวิศวกร ต้องการกี่คนกี่บริษัท ซึ่งตัวเลขเหล่านี้รัฐบาลสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

นายวิษณุกล่าวอีกว่า เขายังสำรวจในส่วนของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ปรากฏว่านักลงทุนญี่ปุ่นพึงพอใจมากเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซี โดยเฉพาะ 4 โครงการใหญ่ คือ โครงการเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูง โครงการพัฒนามาบตาพุด พัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังพอใจมากเป็นอันดับ 1

นอกจากนั้นยังพอใจเรื่องการคืนภาษี การอำนวยความสะดวกแก่การลงทุนในอีอีซี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังสะท้อนได้ว่านักลงทุนจากที่อื่น เช่นยุโรปก็อาจจะมีปัญหาที่แตกต่างกัน เราก็สามารถนำสิ่งที่เจโทรสำรวจมาเทียบเคียงและปรับปรุง ทำให้ประเทศไทยเป็นแหล่งดึงดูดความสนใจการลงทุน อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลทุ่มทำไปหลายปีนั้นได้ผล หลายอย่างที่สอบตกหรือติดอันดับต่างๆ เราก็สามารถแก้ไขปัญหาได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า เจโทรได้สอบถามถึงการเมืองไทยหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ในการหารือไม่ได้มีการสอบถามเรื่องการเมือง เขาพูดเรื่องค้าขายอย่างเดียว ทุกปีที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้พูด
กำลังโหลดความคิดเห็น...