xs
xsm
sm
md
lg

“อุเทนโพล” ฟันธง “เพื่อไทย” มาวินเลือกตั้ง หวั่นประเทศเข้าวังวนเดิม ยุ “ดาวฤกษ์ พปชร.” ลง ส.ส.เขตเผื่อมีลุ้นพลิกกระดาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“อุเทน” กางโพลส่วนตัว ฟันธง “เพื่อไทย” เข้าป้ายที่ 1 “ปชป.” ยังรั้งรองแชมป์ พรรคเล็ก-พรรคใหม่ไม่รอด เชื่อ “พลังประชารัฐ” ลำบาก ห่างเป้า 150 ที่นั่งลิบ แนะ “ดาวฤกษ์-ตัวเก๋า” ต้องกล้าออกศึก ลง ส.ส.เขตเอง ถ้าหวังได้ที่นั่งมากขึ้น ห่วง “เพื่อไทย” ชนะแล้ว จะผลักประเทศเข้าวงจรขัดแย้งเดิมๆ ชี้หากกลับมามีอำนาจต้องยึดสโลแกน “หัวใจคือประชาชน” อย่างจริงจัง ไม่หลง-เหลิง-ลุแก่อำนาจเหมือนที่เคยทำมา

นายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตหัวหน้าพรรคคนไทย เปิดเผยว่า ภายหลังจากยุติบทบาทพรรคคนไทยไปแล้ว เมื่อช่วงเดือน พ.ย.61 แต่ก็ยังเฝ้าสังเกตสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ได้เห็นการสร้างวาทกรรมทางการเมืองของพรรคต่างๆว่า กระแสของพรรคของตัวเองดีเช่นนั้นเช่นนี้ ตนจึงตั้งสมมติฐานส่วนตัวว่าการที่นักเลือกตั้งต่างแสดงความมั่นใจว่าจะชนะการเลือกตั้งนั้น ตรงกับความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่ จึงได้เริ่มทำแบบสอบถามความคิดเห็นจากประชาชน หรือโพล เกี่ยวกับความนิยม ที่มีต่อพรรคการเมืองต่างๆขึ้นมาในหลายจังหวัด ทั้ง ใน กทม.จำนวน 7 เขตเลือกตั้ง โดยเลือกทำโพลในพื้นที่รอบนอกที่เป็นชายขอบติดกับ จ.สมุทรปราการ และ จ.สมุทรสาคร นอกจากนี้ยังทำโพลในต่างจังหวัดด้วย อาทิ จ.สมุทรสาคร ทั้ง 3 เขต และบางเขต ใน จ.หนองคาย และ จ.อุดรธานี ซึ่งผลปรากฎว่าแนวโน้มการเลือกพรรคที่ชนะ ยังคงเป็นเหมือนการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 โดย พรรคเพื่อไทย ก็ยังสามารถรักษาแชมป์ไว้ได้ เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ก็เหนียวแน่นในเขตเดิมของตัวเองโดยเฉพาะในพื้นที่ กทม.ฝั่งธนบุรี และภาคใต้ จนพอสรุปได้ว่าผลการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นนั้น พรรคเพื่อไทย จะได้ที่นั่งเป็นอันดับ 1 และพรรคประชาธิปัตย์จะได้ที่นั่งมาเป็นอันดับ 2 เช่นเดิม

“การสำรวจครั้งนี้ผมเน้นที่จำนวนกลุ่มตัวอย่างกว่า 6-7% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่นั้นๆ กระจายไปทั่วทั้งเขต เพื่อให้ได้ผลที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด โดยใช้การนักศึกษาในเครื่องแบบ อีกทั้งผมยังลงไปควบคุมการทำผลสำรวจด้วยตัวเองทุกขั้นตอน เหมือนเมื่อครั้งที่เคยทำโพลให้กับพรรคไทยรักไทยเมื่อปี 2543 ใน จ.สมุทรปราการ ซึ่งก็เป็นที่ยอมรับว่าผลอุเทนโพลนั้นมีความแม่นยำสามารถอ้างอิงผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นได้” นายอุเทนระบุ

นายอุเทนกล่าวด้วยว่า ในแบบสอบถามความคิดเห็นที่ตนออกแบบขึ้นมาเองนั้น ได้สอบถามทั้งการลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองใดในอดีต สมัยที่แล้ว ตลอดจนจะลงคะแนนให้กับพรรคไหนในการเลือกตั้งที่จะมาถึง ปรากฎว่าส่วนใหญ่พฤติกรรมของประชาชรยังนิยมเลือกเฉพาะ 2 พรรคการเมืองใหญ่ คือ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะที่พรรครองๆลงมาถูกเลือกค่อนข้างน้อย ไม่เว้นกระทั่งพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่อีสาน ที่หนักไปกว่านั้นคือพรรคการเมืองใหม่ๆ ทั้งพรรคพลังประชารัฐ พรรคอนาคตใหม่ พรรคไทยรักษาชาติ และพรรคเสรีรวมไทย ที่หลายพรรคถูกกล่าวขานถึงและมีกระแสความนิยมที่ดีในสังคมออนไลน์นั้นกลับได้รับเลือกในจำนวนที่น้อยกว่าที่คาดไว้ ทำให้ผลอุเทนโพลครั้งนี้ตรงกับสมมติฐานของตน และทำให้มั่นใจว่าเลือกตั้งปี 2562 นี้ พรรคเพื่อไทยก็ยังครองแชมป์ได้เป็นที่ 1 อีกสมัย ซึ่งน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อสถานการณ์หลังการเลือกตั้ง จึงขอส่งความห่วงใยไปที่พรรคการเมืองต่างๆว่าอย่าไปหลงเชื่อกับกระแสลวง หรือกระแสมโนในโลกโซเช่่ยลฯมากนัก

นายอุเทนกล่าวต่อว่า สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคงหนีไม่พ้น พรรคพลังประชารัฐ ที่ดูจะมีความพร้อมในด้านต่างๆ มากกว่าพรรคการเมืองใดๆ และมีนักการเมืองใหญ่ นักเลือกตั้งที่มีประสบการณ์เต็มพรรค แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจชาวบ้านให้มาเลือกผู้สมัครของตัวเองได้ เพราะนโยบายที่มียังไม่โดนใจพอ ห่างไกลเป้าหมาย แม้คนในพรรคพยายามขายฝันไว้ว่าอาจจะได้ถึง 150 ที่นั่ง ซึ่งเชื่อว่าคนภายในพรรคเองก็คงมีการทำโพลในลักษณะเดียวกับตน แม้จะไม่ละเอียดเท่า แต่ก็พอจะประเมินถึงโอกาสของพรรคที่เรียกได้ว่าริบหรี่ในหลายพื้นที่ สะท้อนผ่านนักการเมืองชื่อดัง และนักเลือกตั้งมากประสบการณ์ ที่เข้ามาเป็นแกนนำพรรคพลังประชารัฐ แทบไม่มีรายใดกล้าที่จะลงสมัครเลือกตั้งในระบบเขต แต่กลับหนีขึ้นไปอยู่ในบัญชีรายชื่อ เนื่องจากเกรงว่าจะแพ้ในระดับเขต แต่ถ้าอยู่ในบัญชีรายชื่อยังพอนำคะแนนรวมจากทั่วประเทศมาคำนวณตามที่นั่ง ส.ส.พึงมีได้

“แนวโน้มเช่นนี้เหมือนเป็นการบังคับให้ พรรคพลังประชารัฐ ต้องปรับกลยุทธ์อย่างเร่งด่วน โดยให้นักการเมืองที่เป็นดาวฤกษ์ทั้งหลายที่มีพื้นที่ของตัวเองกลับมาสมัคร ลงส.ส.เขต แทนที่จะไปอยู่ในบัญชีรายชื่อ เพราะชื่อชั้นหลายคนอาจจะพอขายได้ และดึงดูดให้ฐานเสียงเทคะแนนให้ ถือเป็นเรื่องที่เหล่าดาวฤกษ์จำเป็นต้องเสียสละ ยอมเหนื่อยลงพื้นที่ มากกว่านั่งกระดิกเท้ารอพรรคอุ้มเข้าสภา ที่สำคัญหากต้องการชนะการเลือกตั้ง หรืออย่างน้อยให้ได้ที่นั่ง ส.ส.มากที่สุด เพื่อลดทอนที่นั่งของพรรคเพื่อไทย ก็ควรเสนอตัวลงเขตกันให้มากที่สุด ต้องจำไว้ว่า เป็นนักรบ อย่าไปกลัวที่จะทำศึกสงคราม หรือกลัวจะมีบาดแผล” นายอุเทนกล่าว

นายอุเทนได้กล่าวถึงพรรคเพื่อไทยที่คาดว่าจะชนะเลือกตั้งด้วยว่า ข้อห่วงใยของตนต่อกรณี พรรคเพื่อไทย นั้นคือ โอกาสที่การเมืองจะวนเข้าสู่วงจรเดิมๆ เป็นวงจรแห่งความไม่สงบ สร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้ง เนื่องจากจะใช้อำนาจทำเรื่องต่างๆ โดยอำเภอใจ จะมีการอ้างเสียงของประชาชน จนเป็นที่มาของ พ.ร.บ.ลักหลับ หรือกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย ที่ทำให้รัฐบาลชุดที่แล้วอยู่ไม่ได้ ดังนั้นก็ขอฝากไปถึง พรรคเพื่อไทย อย่ามัวแต่หลง เหลิง หรือลุแก่อำนาจ แล้วนำอำนาจที่มีอยู่ ไปใช้เพื่อประโยชน์ของคนเพียงไม่กี่คน ขัดกันสโลแกนขององค์กรที่ว่า “หัวใจคือประชาชน” ที่ผู้มีอำนาจต้องมองถึงประโยชน์ส่วนรวม ตรงนี้พรรคเพื่อไทยต้องทำให้ได้ หากต้องการมีอำนาจ ปราศจากความขัดแย้งไปนานๆ


กำลังโหลดความคิดเห็น...