xs
xsm
sm
md
lg

สนช.โต้ กม.กัญชาไม่เอื้อต่างชาติ ผ่านกระบวนการรับฟังความเห็น ม.77

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (แฟ้มภาพ)
“สมชาย” แจง สนช.ยืนยันกฎหมายกัญชาไม่เอื้อต่างชาติ ย้ำผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นตามมาตรา 77 ทุกประการ

วันนี้ (18 ม.ค.) นายสมชาย แสวงการ อดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงข่าวว่า กระบวนการออกกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของ สนช.แล้ว และอยู่ในระหว่างการรอประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ซึ่งการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ของ สนช.ได้ผ่านกระบวนการการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญทุกประการ

นายสมชายกล่าวว่า ขณะนี้มีขบวนในการบิดเบือนเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าวใน 2 ประเด็น ได้แก่ 1. มีการกล่าวหาว่าร่างแก้ไขกฎหมายที่ให้นำกัญชามารักษาโรคจะทำให้เกิดการจำหน่ายพืชฝิ่นได้ ขอชี้แจงว่าไม่สามารถจำหน่ายพืชฝิ่นได้ เพราะฝิ่นเป็นยาเสพติดให้โทษตามกฎหมาย และที่ผ่านมาคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดก็ไม่เคยอนุญาตให้ปลูกหรือครอบครองหรือทำการวิจัยได้ เว้นแต่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพียงหน่วยงานเดียวเพื่องานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเท่านั้น

นายสมชายกล่าวว่า 2. มีการกล่าวหาว่าร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการนิรโทษกรรม ทำให้ผู้วิจัยศึกษาที่เป็นบริษัทหรือบุคคลต่างชาติได้เปรียบผู้ศึกษาวิจัยที่เป็นคนไทยที่จะทำการศึกษาได้เมื่อกฎหมายนี้มีผลใช้บังคับ และอาจมีผลกระทบต่อการยื่นจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับการงานวิจัย และมีผลให้ประเทศไทยเกิดความเสียหายและไม่ได้รับประโยชน์จากกฎหมายเท่าที่ควร ขอชี้แจงว่า เมื่อกฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับจะมีการยกเว้นโทษให้กับผู้ศึกษาวิจัยที่มีกัญชาไว้ในครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่บุคคลดังกล่าวจะต้องยื่นขออนุญาตตามกฎหมาย

นายสมชายกล่าวว่า บุคคลทั่วไปที่จะยื่นขออนุญาตตามกฎหมาย จะต้องเป็นบุคลที่มีสัญชาติไทยและมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย แต่หากเป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย และกรรมการของนิติบุคคล หุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นอย่างน้อยสองในสามต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย และมีสำนักงานในประเทศไทย ดังนั้น กรณีที่ผู้ศึกษาวิจัยเป็นคนต่างชาติที่ได้ดำเนินการมาก่อนร่างกฎหมายใช้บังคับ จึงไม่อาจขออนุญาตเพื่อศึกษาวิจัยได้ และหากผู้ศึกษาวิจัยเป็นนิติบุคคล ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการจดทะเบียนตามกฎหมายไทย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เอื้อประโยชน์กับชาวต่างชาติแต่อย่างใด


กำลังโหลดความคิดเห็น...