xs
xsm
sm
md
lg

"ฮุน เซน" สั่งยกเลิก "พาสปอร์ตทูต" ยิ่งลักษณ์ คาดถูกจีนกดดัน เพราะเอาไปใช้ในทางที่ผิด ** "อยู่กับเรากระเป๋าตุง อยู่กับลุงกระเป๋าแฟบ" วาทกรรมที่ "หญิงหน่อย" หวังดึงคะแนนเสียงจากชาวนา **จับตา"คดีไร่ส้ม"มีโอกาสพลิก หลังเจอหลักฐานใหม่

เผยแพร่:   โดย: นกหวีด


ข่าวปนคน คนปนข่าว


** "ฮุน เซน" สั่งยกเลิก "พาสปอร์ตทูต" ยิ่งลักษณ์ คาดถูกจีนกดดัน เพราะเอาไปใช้ในทางที่ผิด สร้างความเสียหายให้กับประเทศจีน ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย "ดอน ปรมัตถ์วินัย" เพิ่งตื่น บอกว่าไม่ได้ไปทักท้วง ไปจี้ให้กัมพูชายกเลิก แต่เป็นเพราะเขาเกรงใจ แคร์ความรู้สึกของไทย ที่เป็นเพื่อนและยังต้องทำงานร่วมกันอีกหลายเรื่อง ฟังแล้วก็เกิดความรู้สึกว่า... เอ๊ะ นี่เรามีรัฐมนตรีต่างประเทศแบบนี้เอาไว้ทำไม

เรื่องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ที่ปัจจุบันมีสถานะเป็นนักโทษหนีคดีอาญา จำคุก 5 ปี จากเรื่องทุจริตจำนำข้าว แต่ไปถือ "พาสปอร์ตเขมร" เร่ร่อนในต่างประเทศ แถมยังเอาไปใช้ในการจดทะเบียนเป็นกรรมการบริษัทใน ฮ่องกง เมื่อเร็วๆ นี้ จนกลายเป็นประเด็นร้อนระหว่างประเทศ "ไทย-กัมพูชาและจีน" ... ขณะที่รัฐบาลไทยยังเงียบฉี่ แต่ฝ่ายที่อดรนทนไม่ได้ คือกัมพูชา เพราะ "สมเด็จฯฮุน เซน" นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ออกคำสั่งให้ยกเลิก"พาสปอร์ตทางการทูต" ที่ออกให้ชาวต่างชาติทั้งหมด ด้วยเหตุผลว่า เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการนำพาสปอร์ตดังกล่าว ไปใช้ในทางที่ผิด...แน่นอนว่าคำสั่งครั้งนี้ ต้องผูกโยงกับกรณีของ "ยิ่งลักษณ์" อย่างไม่ต้องสงสัย
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร - สมเด็จฯฮุน เซน
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การออกพาสปอร์ทางการทูตของกัมพูชา จะออกให้ชาวต่างชาติที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษา และผู้ช่วยนักการเมืองระดับสูง หรือที่ปรึกษาของหน่วยงานของรัฐ เพราะเขาถือว่าเป็นบุคคลที่มีสถานะเสมือนคนสัญชาติกัมพูชา และการที่ "ยิ่งลักษณ์" จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษา หรือผู้ช่วยนักการเมืองของกัมพูชา ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก... เพราะต้องไม่ลืมว่า "ชยาภา วงศ์สวัสดิ์" หรือ "เชอรี่" ลูกสาวของ “เยาวภา กับ สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ได้ไปแต่งงานกับ "ลีนาล นัม" ลูกชายนักการเมืองคนดังของกัมพูชา ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของสมเด็จฯ ฮุน เซน เมื่อปี 56 เรื่องจะออกพาสปอร์ตทูตให้จึงไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย ...เมื่อเป็นเหมือนคนวงใน เช่นนี้แล้วทำไม ถึงเจอคำสั่งยกเลิกพาสปอร์ตทูต ทั้งที่ทางการไทยก็ไม่ได้ติดตามถามท้วง แต่อย่างใด ... ความเป็นไปได้ก็คือ กัมพูชา อาจจะถูกทางจีน กดดันมาอีกทางหนึ่ง เพราะเรื่องนี้ได้สร้างความเสียหายกับประเทศจีน ในสายตาชาวโลกด้วยเช่นกัน เพราะเขาก็รู้ว่า ยิ่งลักษณ์ อยู่ระหว่างหนีคดี และทางการไทยก็กำลังติดตามตัวอยู่
ดอน ปรมัตถ์วินัย
หลังเว็บไซต์ "พนมเปญโพสต์" ของกัมพูชา ได้รายงานข่าวนี้ ทางฝ่ายไทยถึงเพิ่งจะตื่น โดย "ดอน ปรมัตวินัย" รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หน้าตาเฉย ว่า ที่กัมพูชา ยกเลิกพาสปอร์ตทางการทูตนั้น ไม่ใช่เพราะไทยไปจี้ขอให้ยกเลิก แถมบอกด้วยว่า เหตุผลที่ยกเลิก คงเป็นเพราะเรื่องของ "ยิ่งลักษณ์" ที่แพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง เกินกว่าที่ควรจะเป็น เขาจึงยกเลิก... ยังตีขลุมเอาดีเข้าตัวอีกว่า ที่กัมพูชาทำเช่นนี้เพราะ "เกรงใจ แคร์ความรู้สึกของไทย" เห็นไทยเป็นเพื่อน ที่ยังจะต้องทำงานร่วมกันอีกหลายเรื่อง ...ฟังการให้สัมภาษณ์ของ"ท่านรัฐมนตรีดอน" แล้วก็ให้เกิดความรู้สึกว่า ท่านไม่รู้เลยหรือว่า ตัวเองมีหน้าที่อะไร ที่ผ่านมาก็แทบไม่มีผลงานอะไรที่ออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน ทั้งเรื่องตามล่า "ทักษิณ -ยิ่งลักษณ์" กลับมารับโทษ ก็เป็นหน้าที่ของตัวเองแท้ๆ แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า มีแต่อาศัยเส้นสายที่ทำให้อยู่รอดมาถึงทุกวันนี้ มิพักต้องพูดถึงเรื่องที่ถูก กกต.ชี้มูลความผิด กรณีภรรยาถือหุ้นเกิน 5 % ดีแต่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว มีมติ 6 ต่อ 3 ว่า ภรรยาท่านรัฐมนตรี โอนหุ้นภายใน 30 วันแล้ว ตามพ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนรัฐมนตรี จึงยังกอดเก้าอี้มาได้ถึงทุกวันนี้ ... ก็ไม่รู้ว่าเรามีรัฐมนตรีต่างประเทศเอาไว้ทำไม

** "อยู่กับเรากระเป๋าตุง อยู่กับลุงกระเป๋าแฟบ" วาทกรรมทางการเมือง ที่ "หญิงหน่อย" ป่าวประกาศ ตอกย้ำกับชาวบ้าน เวลาเดินสายขึ้นเวทีปราศรัย หวังดึงคะแนนเสียงจากชาวนา ชาวไร่ ยกเอาราคาข้าวเปลือกตันละหมื่นห้า ในยุค "ยิ่งลักษณ์" มาเป็นตัวอย่าง ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า ไอ้ที่ "เป๋าตุง" เพราะไปปล้นชาวนา มาให้ตัวเองเป๋าตุง แล้วคนที่ เป๋าตุง ก็เผ่นไปแล้วทั้งนั้น แถมมีเงินไปซื้อกิจการท่าเรือที่จีนอีก
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
ช่วงนี้ คสช.คลายล็อก ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมเกี่ยวกับการแนะนำตัว แนะนำพรรคได้ "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" ในฐานะประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ว่าที่ "เบอร์1 ในบัญชีนายกฯ" ของพรรคเพื่อไทย ก็เริ่มออกเดินสายไปพบปะพี่น้องประชาชนใน ภาคเหนือ ภาคอีสาน... ทุกที่ ที่ขึ้นเวที "หญิงหน่อย" ก็จะพูดถึงปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ตามที่โพลแทบทุกสำนัก บอกว่าเป็นจุดอ่อนของ "รัฐบาลบิ๊กตู่" จากนั้น ก็ร่ายยาว ท้าวความไปถึงราคาสินค้าการเกษตร ในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือก ที่รัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" รับจำนำทุกเมล็ด ในราคาตันละ 15,000 บาท และก็ไม่เคยลืม ที่จะตอกย้ำด้วยวาทกรรมเด็ด "อยู่กับเรากระเป๋าตุง อยู่กับลุงกระเป๋าแฟบ" ด้วยเชื่อว่าชาวบ้านจะคล้อยตาม ถ้าได้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล จะทำให้ชีวิตนี้ดีขึ้นอีกครั้ง ต่างจากที่จะยอมปล่อยให้รัฐบาล"บิ๊กตู่" สืบทอดอำนาจต่อไป
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
จะว่าไปแล้ว "หญิงหน่อย" ก็รู้ทั้งรู้ว่า นโยบายจำนำข้าวในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชาวนาถูกใช้เป็นเครื่องมืออย่างไร แล้วสุดท้ายโครงการนี้ มีจุดจบอย่างไร "ใครกระเป๋าตุง ใครกระเป๋าแฟบ" สังคมก็ได้รู้กันไปแล้ว ว่า คนที่กระเป๋าตุง ตอนนี้ มีทั้งอยู่ในคุก บางคนก็เผ่นออกนอกประเทศไปแล้ว และที่ชัดคือ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ที่เผ่นหนีออกนอกประเทศ พร้อมกับเงินตุงกระเป๋า ก่อนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะตัดสินคดี "ทุจริตจำนำข้าว" ลงโทษจำคุก 5 ปี คนนี้กระเป๋าตุงหรือไม่ตุง ก็ดูเอาแล้วกัน เพราะสามารถซื้อกิจการที่ท่าเรือ เมืองซัวเถา ประเทศจีน ที่เป็นข่าวอยู่ตอนนี้ได้

มีนักข่าวไปถาม"บิ๊กตู่" ถึงวาทกรรมที่ว่า " อยู่กับเรากระเป๋าตุง อยู่กับลุงกระเป๋าแฟบ" ฟังแล้วรู้สึกอย่างไร "บิ๊กตู่" ก็ตอบย้อนเข้าให้ว่า ให้ไปถาม"หญิงหน่อย" เอาเองแล้วกัน ว่าข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร ใครเป๋าตุง ใครเป๋าไม่ตุง ก็ไม่รู้เหมือนกัน

** จับตา"คดีไร่ส้ม"มีโอกาสพลิก หลังเจอหลักฐานใหม่ ชี้ไปที่ อสมท ละเมิดเสียเอง มั่วโฆษณาเกินเวลาของเอกชน ผิดสัญญาที่ทำไว้ นักเล่าข่าวชื่อดัง "สรยุทธ สุทัศนะจินดา" น่าจะ มีความหวังในการต่อสู้คดีขึ้นมาทันที จากที่ตกเป็นจำเลยในคดีอื้อฉาว กรณีนำบริษัทไร่ส้มของตัวเอง ทำมาหากินกับ อสมท. เมื่อหลายปีก่อน
สรยุทธ สุทัศนะจินดา
เนื่องจากวานนี้ (15ม.ค.) มีรายงานการตรวจสอบของ กมธ.สื่อฯ สนช. ว่า ปมโฆษณาเกินเวลา ซึ่งเป็นข้อกล่าวหา "สรยุทธ สุทัศนะจินดา" นั้น ตามเอกสารและการสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งป.ป.ช. , สตง. และอสมท.เอง ชี้ไปในทางเดียวกัน คนที่ทำผิดอาจเป็น อสมท.เอง ถือว่าละเมิดสัญญากับเอกชน นับเป็นหลักฐานใหม่ที่จะเป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดีในชั้นฎีกาของ สรยุทธ อย่างชนิดพลิกหน้ามือเป็นหลังมือได้เลย ... ถ้าจำกันได้ ในคดีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกสรยุทธ เป็นเวลา13 ปี 4 เดือน โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างฎีกาคดี

ในขณะนั้น สรยุทธ ถูกฟ้องเป็นจำเลยร่วม บริษัทไร่ส้ม ฐานโฆษณาเกินเวลาในรายการคุยคุ้ยข่าว ระหว่างปี 2547-2549 โดยไม่ชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้กับ อสมท. เป็นเงิน 138 ล้านบาท ... แต่สิ่งที่ กมธ.สื่อฯ เจอคือ เมื่อดูในรายละเอียดสัญญาระหว่าง "อสมท.กับไร่ส้ม" ระบุถึงเงื่อนไขแบ่งเวลาโฆษณา (ไทม์แชร์ริ่ง) เป็นในส่วนของ อสมท.เอง ที่โฆษณาเกินจำนวนส่วนแบ่งเวลา คิดเป็นจำนวน 1,085 นาที 16 วินาที มีมูลค่า 237 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติในคดีพิพาทเป็นคดีปกครองระหว่าง บ.ไร้ส้ม และ อสมท.

ถามว่า ทำไมถึงไม่พบข้อเท็จจริงนี้ ณ ขณะนั้น เพราะในชั้น ป.ป.ช.และสตง.นั้น มีการยื่นร้องเรียนให้ตรวจสอบ บ.ไร้ส้ม เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น ... คราวนี้จากการตรวจสอบ คนที่ผิด อาจจะกลายเป็นผู้บริหารของ อสมท ซึ่งในช่วงเกิดเหตุ ประกอบด้วย ผู้บริหารฝ่ายขาย ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์การตลาด รวมทั้งผู้บริหารของ อสมท ที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติให้ออกอากาศเกินกว่ากฎหมายกำหนด ... คน อสมท. ที่เกี่ยวข้องอยู่ในข่ายความผิด เพราะการที่ฝ่าย อสมท. นำเวลาโฆษณาที่ขายได้เกินกว่าเวลาโฆษณาที่ได้รับอนุญาต จาก บ.ไร่ส้ม ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์รายการนั้น ย่อมถือเป็นการแสวงหาประโยชน์มิชอบ ผิดสัญญาที่ได้กระทำกับคู่สัญญาที่เป็นเอกชน ...อสมท.จะอ้างความเป็นเจ้าของสถานี ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะ อสมท. มีสถานะเป็นทั้งรัฐวิสาหกิจ ผู้ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. ตลอดจนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีกฎหมายและข้อบังคับ กำกับไว้ชัดเจน .. และอีกเด้งหนึ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อ สรยุทธ คือ หากยึดตามข้อตกลงไทม์แชร์ริ่ง และหลักฐานที่ระบุว่า ฝ่าย อสมท.โฆษณาเกิน เป็นเงินกว่า 237 ล้านบาทนั้น ทาง อสมท. จะต้องเป็นฝ่ายชำระเงินเพิ่มให้กับทาง บ.ไร่ส้ม ด้วย นั่นละฮะ ท่านผู้ชมฮะ


กำลังโหลดความคิดเห็น...