xs
xsm
sm
md
lg

ประตูหนีไฟเกมชิงอำนาจ ประตูเข้าตารางของ “7 เสือ” กกต.ผวา “คุกตอนแก่ – 4 พันล้านหาร 7” ทุบโต๊ะเลือกตั้งต้อง 10 มีนาฯเท่านั้น

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวการเมือง


ป้อมพระสุเมรุ


เหมือนมีใครอยากทำ “ประตูหนีไฟ” เพื่อเปิดทางหนีทีไล่อย่างไรชอบกล! ท่าทีของ “เนติบริกร” วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ต่อคำถามผู้สื่อข่าวว่า ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันว่า จะเลือกวันที่ ‪24 กุมภาพันธ์ 2562‬ เป็นวันเข้าคูหาตามเดิมจะทำอย่างไร

“เนติบริกร” ตอบเหมือนไม่มีอะไร แต่ถอดรหัสโทนเสียงที่โยนไปให้คณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาพิเษกพิจารณา มันแสดงให้เห็นสัญญาณบางอย่างว่า รัฐบาลไม่โอเค หาก กกต.จะทำแบบนั้น หรือ กกต.รั้นนั่นเอง

เหตุนี้การที่จะมีการเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาฯ จึงเป็นไปไม่ได้ เพราะอย่างไรเสียก็ต้องเลื่อนวันเลือกตั้งแน่นอน 100% แต่หวยจะออกวันที่เท่าไร นี่คือ ปมสำคัญ เพราะมีความหมายต่อการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอย่างมาก

ไม่ใช่เพราะเลือกช้า หรือเลือกเร็ว แต่เพราะมันสำคัญถึงขั้น “เลือกตั้งโมฆะ” โดยเฉพาะปม “ประกาศผล” ที่ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่า มันจะอยู่ในกรอบ 150 วันหรือไม่ “เนติบริกร” และ “กรธ.” แท็กทีมตรงกันว่า 150 วัน ใช้สำหรับจัดเลือกตั้งอย่างเดียว ส่วนรับรองผลจะเลยวันที่ 9 พฤษาคม ซึ่งครบ 150 วัน ภายหลังจากที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 ก็ได้ ไม่มีปัญหา

แต่ประเด็นสำคัญคือ แม้ “เนติบริกร” จะเป็นซือแป๋ของฝ่ายมีอำนาจ และ “กรธ.” คือ คนร่างรัฐธรรมนูญ แต่การชี้ขาดในเรื่องนี้ว่า ใช่หรือไม่ใช่คือ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ดังนั้น ความเห็นจากทั้งสองซีกจะเป็นแค่ “ความเห็นส่วนตัว” ไม่ได้เป็นข้อผูกมัดว่า ต้องเป็นอย่างนั้น

มีการเรียกร้องให้ กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อจะได้สบายใจ แต่ปัญหาคือ ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง จึงทำให้ กกต.ไม่สามารถประกาศวันเลือกตั้งได้ เท่ากับว่า กกต.ก็ยังยื่นไม่ได้ แม้เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพราะยังไม่เกิดปัญหาขึ้น

กกต.จะไปตีโพยตีพายล่วงหน้า แล้วไปยื่นทั้งที่ยังไม่ได้ประกาศวันเลือกตั้งไม่ได้ ขณะที่การประกาศวันเลือกตั้งเองก็ยังไม่รู้จะทำได้เมื่อไร ตราบใดที่พระราชกฤษฎีกายังไม่ลงมา ซึ่งจะครบ 90 วัน ‪ในวันที่‬ ‪10 มีนาคมนี้ ซึ่ง กกต‬.จะไปชิงล็อกวันเลือกตั้งก่อนไม่ได้ ได้แต่วางไลน์เอาไว้คร่าวๆ

ตามรัฐธรรมนูญ ถ้ามีพระราชกฤษฎีกาลงวันใด หลังจากนั้นอีก 5 วัน ให้ กกต.ประกาศวันเลือกตั้ง เช่น ลงมาวันที่ ‪10‬ ‪มีนาคมพอดี เท่ากับว่า กกต‬.จะประกาศวันเลือกตั้งได้ภายในวันที่ ‪15 มีนาคม การจะเลือกตั้งวันที่ 10 มีนาคม อย่างที่ กกต‬.มองไว้คร่าวๆ จึงเป็นไปไม่ได้

ด้วยประการนี้ จึงทำให้รัฐบาล และ คสช.เล็งไปที่ช่วงปลายเดือนมีนาคมแทน คือ ‪24 มีนาคม และ 31 มีนาคม เพราะช่วงปลายเดือน จะไม่คร่อมกับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กล่าวคือ ถ้าเลือกตั้ง 24 มีนาคม นับไปอีก ‬60 วันที่จะต้องประกาศผลคือ ช่วงวันที่ ‪24 พฤษภาคม ซึ่งเลยกรอบ ‬150 วัน ที่ต้องจัดการเลือกตั้งให้เสร็จ

หรือถ้าเลือกตั้ง ‪31 มีนาคม กรอบ 60 วันที่จะต้องประกาศผลการเลือกตั้งคือ ช่วงวันที่ 31 พฤษภาคม ซึ่งก็เลยวันที่ 9 พฤษภาคม ที่เป็นวันสุดท้ายของ 150 วัน เช่นเดียวกัน ซึ่งรัฐบาล และคสช.ต้องการให้มันเลยไป เพราะถ้ากระชั้นชิดเกินไปไม่ว่าจะก่อนหรือหลังงานพระราชพิธี บวกลบไม่เกิน 10 วัน คงไม่ควรนัก

‬ แต่ปัญหาคือ ถ้าจะเอาแบบนั้น ก็สุ่มเสี่ยงต่อการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะอย่างมาก เพราะมันเลยวันที่ ‪9 พฤษภาคม ซึ่งครบ ‬150 วันไปแล้ว ขณะที่ข้อถกเถียงกันว่า การประกาศผลควรทำให้เสร็จภายใน 150 วันหรือไม่ ก็ยังไม่สะเด็ดน้ำ

ตอนนี้มีเพียงความเห็นว่า การประกาศผล 60 วันหลังจากวันเลือกตั้ง ไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบ 150 วัน แต่มันเป็นเพียงความเห็นที่ไม่มีใครการันตีความปลอดภัย

เพราะหากบังเอิญว่า มีการประกาศผลหลังวันที่ ‪9 พฤษภาคม ไปแล้ว อยู่ๆ มีมือดีสักคน ดันไปยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะหรือไม่ เพราะเลยกรอบ 150 วันไปแล้ว และถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาเป็นลบ ต้องใช้คำว่า “บรรลัย”‬

เรื่องนี้มีการตั้งข้อสังเกตเอาไว้เหมือนกันว่า เป็น “ประตูหนีไฟ” ของผู้มีอำนาจ ที่ปล่อยให้มีความคลุมเครือ โดยเฉพาะถ้าผลเลือกตั้งออกมา “พรรคที่เชียร์” ได้ออกมาไม่ตรงตามเป้า เพียงแต่ต่อการจัดตั้งรัฐบาล หรือพรรคเพื่อไทย และสาขาได้คะแนนแบบถล่มทลาย อย่างน้อยเลือกใช้มุกนี้เพื่อ “ล้มกระดาน” ได้เหมือนกัน

ตามคิวที่ “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุนั่นแหละว่า “การเลือกตั้งแล้วเสร็จ” หมายถึงภารกิจของการดำเนินการเลือกตั้งทั้งหมดของคณะกรรมการเลือกตั้งแล้วเสร็จ ซึ่งกินความตั้งแต่ การกำหนดวันเลือกตั้ง การจัดการเลือกตั้งให้เสรีและเป็นธรรม จนถึงการประกาศผลการเลือกตั้งแล้วเสร็จภายในวันที่ ‪9 พฤษภาคม 2562‬ ด้วย

“เมื่อคณะกรรมการเลือกตั้งต้องดำเนินการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ‪9 พฤษภาคม 2562‬ และด้วยเหตุที่ข้อกฎหมายกำหนดให้คณะกรรมการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วันหลังวันเลือกตั้ง วันเลือกตั้งจึงไม่ควรช้ากว่าวันที่ ‪11 มีนาคม 2562‬ ดังนั้น การเสนอให้กำหนดวันเลือกตั้งวันที่ ‪24 มีนาคม 2562‬ จึงสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญฯ เพราะคณะกรรมการเลือกตั้งอาจไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ภายในวันที่ ‪9 พฤษภาคม 2562‬ และอาจมีผู้ไปร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ คณะกรรมการเลือกตั้งถูกฟ้องร้องทั้งแพ่งและอาญา”

ขณะที่ กกต.เองก็อยากจะ “เซฟตัวเอง” เหมือนกัน ตามกระแสข่าวที่ออกมาว่า อยากให้การเลือกตั้งเกิดขึ้น‪ในวันที่‬ ‪10‬ ‪มีนาคม เพราะนับจากนั้น ‬60 วัน ยังสามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ภายในกรอบวันที่ ‪9 พฤษภาคม ซึ่งไม่ต้องมาลุ้นระทึกกันในภายหลัง‬

อาการนี้ “กกต.” เองก็ “เสียวสันหลัง” ถึงอยากให้การเลือกตั้งเกิดขึ้น‪ในวันที่‬ ‪10 มีนาคม เพราะถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้ เกิดเป็นโมฆะขึ้นมา ตามที่ ‬“หมอเลี้ยบ” ให้ข้อสังเกต คนที่ต้องรับผิดชอบไปเต็มๆ ไม่ใช่รัฐบาล และ คสช. แต่เป็น “กกต.”

นอกจากจะโดนดำเนินคดีอาญาแล้ว ที่โทษร้ายแรง ที่โหดร้ายยิ่งกว่าคือ ทางแพ่ง ที่จะถูกเรียกร้องค่าเสียหายจากการเลือกตั้งที่โมฆะในครั้งนี้ ซึ่งมูลค่าเบื้องต้น 4 พันล้านบาท ส่วนล่งจ้งคนละเท่าไรก็ หาร 7 ตามสมาชิก กกต.กันเอง

แน่นอนว่า กกต.อาจเป็นคนที่ฝ่ายอำนาจส่งมา แต่ไม่มีใครอยากรับกรรมแทนในชั้นศาลแน่นอน และดูเหมือนว่า ข้อเสนอ ‪10 มีนาคม ของ “กกต.” อยากจะได้รับการเออออห่อหมกจากรัฐบาล เพราะถ้าเลือกวันที่ 10 มีนาคม 60 วันหลังจากนั้นจะคร่อมงานพระราชพิธีคือ ช่วงวันที่ 10 พฤษภาคม ซึ่งกระชั้นชิดกับงานพระราชพิธีที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป‬ “กกต.” อาจเข้าใจเจตนารัฐบาล แต่ “กกต.” เองก็ไม่อยากติดคุกติดตะราง และชดใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ตัดสินใจก่อขึ้นเองเป็นแน่ แต่อย่างว่า เมื่อยินดีปรีดาเข้ามาทำหน้าที่ ก็ต้องทำใจถ้าใครจะเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล เพื่อรักษาอำนาจ.


กำลังโหลดความคิดเห็น...