xs
xsm
sm
md
lg

แฉเบื้องหลัง“ยิ่งลักษณ์”ซื้อหุ้นบริษัทจีนได้ เพราะอาศัยพาสปอร์ตเขมร **ไฟเขียว ยาและเวชภัณฑ์ เข้ามาอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุม **เปิดโปรไฟล์ "ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" คนที่ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ประกาศจะให้เป็น รมว.เกษตร

เผยแพร่:   โดย: นกหวีด


ข่าวปนคน คนปนข่าว



**แฉเบื้องหลัง“ยิ่งลักษณ์”ซื้อหุ้นบริษัทจีนได้ เพราะอาศัยพาสปอร์ตเขมร ! หยามกันชัด กระทบสัมพันธ์ชาติอาเซียนแน่ ถ้า"รัฐบาลลุงตู่" ทำทองไม่รู้ร้อน จับตาปฏิกริยารัฐบาลจีน หลังสื่อจีนบางแห่งเริ่มลบข่าวออกจากเว็บไซต์
ทักษิณชินวัตร -ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
หลังเป็นข่าวฮือฮาปนสงสัยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และบุคคลหลบหนีคำพิพากษาจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง "จำคุก 5 ปี" จากคดีปล่อยทุจริตจำนำข้าว จู่ๆ มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น "เทกโอเวอร์" บริษัทด้านการขนส่งของจีน บริษัท ซัวเถาคอนเทนเนอร์เทอร์มินัล (Guangdong Shantou International Container Terminal)จำกัด ในเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมา มีที่มาอย่างไร ... เรื่องนี้ สื่อจีนขุดคุ้ยต่อ ด้วยความคาใจเหมือนๆ คนไทย "ยิ่งลักษณ์เป็นนักโทษหลบหนีคดี ทำไมถึงซื้อกิจการอะไรต่อมิอะไรได้" ทำไมจีนถึงปล่อยให้ดีลนี้เกิดขึ้น

ไม่นานสื่อจีน ก็ไปพบว่า ยิ่งลักษณ์ได้ใช้ “พาสปอร์ตกัมพูชา” ในการทำสัญญาซื้อขาย กลายเป็นพลเมืองของกัมพูชา เรียบร้อย และว่ากันว่า พาสปอร์ตเล่มนี้ อาจจะเป็นตัวเบิกทางที่ใช้หลบหนีจากไทยไปโผล่ที่นั่น ที่นี่ เหมือนพี่ชาย "ทักษิณ ชินวัตร" ที่เคยทำ... สองพี่น้องนี้ ไปปรากฏตัวที่ซัวเถา สับขาหลอกนักข่าวมาโดยตลอด บอกสื่อว่า เป็นการไปเยี่ยมญาติพี่น้องฝั่งพ่อ ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศในแถบเอเชีย ที่ไหนได้ มีการเจรจาธุรกิจลับๆ ...ข่าวนี้สื่อจีนเกาะติดให้ความสนใจมาก เพราะ บริษัทซัวเถาคอนเทนเนอร์เทอร์มินัล ก็ไม่ธรรมดา ก่อตั้งขึ้นในปี 2537 ด้วยทุนจดทะเบียน 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปัจจุบันผู้ถือหุ้น และข้อมูลการลงทุน ยังคงแสดงให้เห็นว่า บริษัท ฮัทชิสันพอร์ตซัวเถา จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ คิดเป็น 70% อีก 30% เป็นการร่วมทุนระหว่าง China Merchants Port Development (เซินเจิ้น) จำกัด และคณะกรรมการสินทรัพย์ซัวเถา ... เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2018 ปรากฏข้อมูลว่า ตัวแทนทางกฎหมายของ Shantou Container Terminal ได้ เปลี่ยนจาก Lindaqi เป็น Yingluck Shinawatra (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) เป็นชื่อภาษาอังกฤษของ ยิ่งลักษณ์ ตามพาสปอร์ตกัมพูชา นั่นเอง
ดอน ปรมัตถ์วินัย  – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอช
ถ้ามีพาสปอร์ตเขมรจริง ก็เป็นเรื่องที่ "น่าอับอายที่สุด" ที่อดีตนายกฯหญิงไทย ที่หนีคดี กลายสัญชาติไปเป็นเขมร ซึ่งหนักหนาสาหัสกว่า แค่แวะเข้าไปพักผ่อนเหมือนสิงคโปร์ และจะสร้างรอยร้าวชนิดที่ทำให้อาเซียนแตกเป็นเสี่ยงๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ไทยจะเป็นประธานอาเซียน ในปีนี้ ต้องแสดงถึงภาวะผู้นำ ทวงถามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด ถ้าไม่ทำ คนพูดได้คำเดียวว่า "อายเขมร" เขา ... ส่วนทางจีน ก็ต้องจับตาดูว่าจะยอมให้ยิ่งลักษณ์ ลอยชายเข้าไปบริหารท่าเรือที่ซัวเถา ได้อย่างถาวร หรือไม่ รอดู "รัฐบาลกลาง" จะมีปฏิกริยาต่อทางซัวเถา ซึ่งวันนี้ สื่อจีนบางแห่งก็ได้ลบข่าวนี้ออกจากเว็บไซต์ไปแล้ว ... แต่ก็อย่างว่า ถ้ากระทรวงต่างประเทศเราเป็นง่อย ไม่เดือดร้อน ก็แล้วแต่ "ท่านทูตดอน" กะ "ลุงตู่" รับเสียงโห่จากแฟนคลับไปกันเอง ละกัน

**ไฟเขียว ยาและเวชภัณฑ์ เข้ามาอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุม ธุรกิจโรงพยาบาลกระเทือนทันที หุ้นร่วงระนาวรับข่าวร้าย แต่เป็นข่าวดีของประชาชน จ่ายแพงเว่อร์มานาน เผยรายได้โรงพยาบาลเอกชนเกิน 35 % มาจากค่ายา
สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์
หุ้นกลุ่มการแพทย์เทรดกันดีๆ พอรู้ข่าว "สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ถกกันในที่ประชุมแล้วไฟเขียวให้เพิ่ม “ยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เป็นสินค้าและบริการควบคุม”เท่านั้นเอง จากเขียวกลายเป็นแดง หุ้นแต่ละตัว ติดลบกันระนาว

ข่าวร้ายของโรงพยาบาลเอกชน แต่เป็นข่าวดีของประชาชนผู้ใช้บริการทางการแพทย์ เพราะที่ผ่านมา ยาและเวชภัณฑ์ ไม่ได้อยู่ในบัญชีสินค้าและบริการควบคุม จะมากจะน้อยใครๆ ก็เคยโดนเช็กบิลค่ายา ค่าบริการแต่ละครั้งแทบจะลมจับ เป็นหวัด เป็นไข้ ปวดหัว ตัวร้อน ไม่ถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ อย่างน้อยต้องจ่ายหมอ และค่ายา 1,500-2,500 บาท ถ้าสงสัยจะเป็นไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ ต้องเพิ่มค่าตรวจ ค่าแล็บ อัดค่ายาเข้าไปอีก ก็เฉียด10,000 บาท … แม้ว่าจะเป็นการจ่ายที่สมยอม ตั้งแต่แรกที่ยอมรับการบริการจากโรงพยายาลเอกชนแทนโรงพยาบาลรัฐ มันก็ควรจะเป็นราคาที่สมเหตุสมผลหรือไม่ และต้องไม่ลืมว่า ถึงสถานพยาบาลของรัฐ จะมีอยู่มาก แต่โรงพยาบาลของรัฐที่ให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทาง และรักษาโรคที่ซับซ้อนมีไม่มากเมื่อเทียบกับคนไทยทั่วประเทศ

คนไข้เต็มโรงพยาบาล ไม่มีเตียง ไม่มีห้อง เป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะไปใช้บริการโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งก็เป็นปัญหาที่เผชิญกันมายาวนาน ว่ากันว่า "รายได้ของโรงพยาบาลเอกชนเกิน 35% มาจากค่ายาและเวชภัณฑ์นี่เอง" …นั่นทำให้โรงพยาบาลเอกชนเติบโตขึ้นทุกปี กำไรปีละ 13-15 % เรียกได้ว่า เป็นธุรกิจที่ดีมาโดยตลอด … การให้ยา และ เวชภัณฑ์ และบริการเข้าบัญชีสินค้าควบคุมครั้งนี้จึงต้องชม “สนธิรัตน์”และ กกร. ที่กล้าตัดสินใจ กล้าเขย่าทุนธุรกิจยักษ์ใหญ่ อย่างชนิดที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน และโปรดอย่ากระพริบตา เชื่อได้ว่า จะต้องมีมาตรการอื่นๆตามมาอีกแน่นอน

**เปิดโปรไฟล์ "ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" คนที่ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ประกาศจะให้เป็น รมว.เกษตร ดีกรีนักธุรกิจหนุ่ม-นักเรียนนอกจบ ฮาร์วาร์ด-สามีดารา และ หลานอา "คนผมขาว" ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ คนใกล้ชิดแม้ว
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
พลันที่ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประกาศว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค "ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" จะได้เป็นถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของพรรคอนาคตใหม่ คำถามก็เกิดขึ้นเขาเป็นใคร และ ลิ้มเจริญรัตน์ นามสกุลคุ้นมาก

ผู้จัดการออนไลน์ ตามไปคุ้ยประวัติหนุ่มหน้าตาดีคนนี้ จัดว่าโปรโฟล์ไม่เบา "ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ปัจจุบันเป็น นักธุรกิจ ดีกรีนักเรียนนอก รู้จักกันในวงการบันเทิง ด้วยเพราะเป็นสามีของนักแสดงสาว "ต่าย ซีซั่นเชนจ์" ชุติมา ทีปะนาถ จากภาพยนตร์เรื่อง Season Change

"ทิม พิธา"เกิดวันที่ 5 ก.ย. 2524 เป็นบุตรชายของ "พงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์" อดีตที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กับ "ลิลฎา ลิ้มเจริญรัตน์" เป็นพี่ชายของ"เทียน ภาษิณ ลิ้มเจริญรัตน์" เรียนมัธยมฯ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตรียนวิทยาลัย ก่อนไปใช้ชีวิตที่นิวซีแลนด์ นานถึง 7 ปี กลับมาเรียนที่เมืองไทย จนจบปริญญาตรี สาขาการเงิน การธนาคาร ภาคภาษาอังกฤษ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนศึกษาต่อ และจบปริญญาโท คณะการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และต่อด้วยบริหารธุรกิจ ที่เอ็มไอที สโลน สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา

จุดเปลี่ยนชีวิตของ พิธา เกิดจากบิดาที่เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อในกระแสเลือด พร้อมกับหนี้สินนับร้อยล้านบาท จากธุรกิจน้ำมันรำข้าว เขาจึงตัดสินใจดรอปเรียน และกลับมาดูแลธุรกิจแทน กระทั่งล้างหนี้สิน สร้างธุรกิจเติบโตมูลค่าเป็นพันล้านบาท ซึ่งเขาระบุว่า เป็นบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรำข้าวรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ และ อันดับ 5 ของโลก

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง "ทิม พิธา" กับ"คนผมขาว" เสี่ยเฮง- ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ คนใกล้ชิด"ทักษิณ ชินวัตร" นับว่าเป็นอา-หลานกัน


กำลังโหลดความคิดเห็น...