xs
xsm
sm
md
lg

ปชป.จ่อสรุปชื่อชิง ส.ส. เชื่อเกิน 100 ที่นั่ง จี้ ป.ป.ช.เคลียร์ยุติคดีนาฬิกาป้อม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


หัวหน้า ปชป.เผยเตรียมสรุปชื่อผู้สมัคร ส.ส.ในสัปดาห์นี้ มั่นใจได้เกิน 100 ที่นั่ง จี้ ป.ป.ช.อธิบายสังคมให้ชัดเกี่ยวกับเหตุผลยุติคดีนาฬิกาหรู มองขณะนี้ยังไม่มีเหตุผลหนุนแนวทางรัฐบาลแห่งชาติ

วันนี้ (1 ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรคและผู้สมัครหน้าใหม่เขตกรุงเทพมหานคร ร่วมกันทำบุญตักบาตรในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2562 ณ ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมพรรคประชาธิปัตย์หลังจากเข้าสู่ปี 2562 ว่าพรรคยังทำงานในสมมติฐานว่าจะมีการเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 และคาดว่าสัปดาห์แรกจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการทำบัญชีผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งระบบเขต และบัญชีรายชื่อ ซึ่งผู้สมัครหลายคนก็เริ่มทยอยลงพื้นที่แล้ว และกำลังจะมีการประชุมบรรยายให้ผู้สมัครรับทราบเกี่ยวกับกฎหมายและการเงินในการเลือกตั้งในสัปดาห์ที่ 2 หรือ 3 ของเดือนนี้ ส่วนเรื่องนโยบายทางพรรคจัดทำเสร็จสิ้นหมดแล้วและกำลังทยอยเปิดนโยบายต่อเนื่อง

ส่วนปัญหาเรื่องการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง อย่างปัญหาผู้สมัครทับซ้อนกันในบางพื้นที่ นายอภิสิทธิ์บอกว่า เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อมีผู้ประสงค์จะลงเลือกตั้งหลายคนก็ต้องมีกระบวนการพิจารณา ทางพรรคมีกระบวนการตามกฎหมายครบถ้วนในการรับฟังความเห็น ส่วนจังหวัดชุมพรที่ยังไม่ได้เห็นชอบนายชุมพล จุลใส ลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับญาติที่ลงสมัครรับเลือกตั้งพรรคการเมืองอื่น และเป็นบุคคลที่เคยลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในนามพรรคประชาธิปัตย์ด้วยจึงอาจทำให้เกิดความสับสน โดยนายชุมพลจะชี้แจงต่อรองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคใต้ก่อนจะเสนอให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณา ซึ่งตอนนี้มีบุคคลประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งเขตของนายชุมพลหลายคน แต่คงต้องให้สิทธิ์นายชุมพลก่อนในฐานะอดีต ส.ส. ส่วนภาพรวมตอนนี้มีประมาณ 10 กว่าเขตทั่วประเทศที่ยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบ

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวเลื่อนเลือกตั้งเนื่องจากพิมพ์บัตรไม่ทันว่า หากนับจากวันรับสมัครเลือกตั้งไป กกต. ยังมีเวลาเหลืออีกอยู่กว่า 1 เดือน หากดูการเลือกตั้งในต่างประเทศ สามารถพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีชื่อผู้สมัครด้วยได้ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ จึงย้ำว่า กกต.มีหน้าที่สำคัญที่ต้องช่วยให้เกิดความน่าเชื่อถือ อะไรที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงจะไม่เป็นผลดีในส่วนรวม

ส่วนปัญหาเสถียรภาพขององค์กรอิสระ หลังจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ยุติคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา ยึดถือหลักการกฎหมาย ยึดถือหลักธรรมาภิบาลจะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด หากเกรงกลัวต่ออำนาจอื่นสุดท้ายจะเผชิญกับวิกฤตศรัทธา แต่ต้องยอมรับว่าขณะนี้องค์กรอิสระถูกจับจ้องและมีข้อกังขาอยู่หลายเรื่อง โดยเฉพาะกรณีนาฬิกาหรูที่สังคมส่วนใหญ่มีข้อกังขามากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีคำวินิจฉัยออกมาและไม่ได้มีคำอธิบายชัดเจน ซึ่ง ป.ป.ช.ต้องอธิบายให้ชัดถึงบรรทัดฐานการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และสิ่งที่ ป.ป.ช.ยังไม่ได้อธิบาย คือ กรณีอาจเข้าข่ายรับของที่มีมูลค่าเกินหรือไม่ขณะอยู่ในตำแหน่ง ซึ่งต้องพิจารณาทั้งลักษณะการยืม มูลค่าสิ่งของ และการครอบครองถือว่าเป็นเจ้าของมากน้อยแค่ไหน

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย โดยให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นนายกรัฐมนตรีว่า แนวคิดรัฐบาลแห่งชาติมีการพูดกันมาหลายครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นจากความเห็นพ้องต้องกันของทุกฝ่าย ไม่ใช่จะตั้งตัวเองขึ้นมาแล้วบอกให้ทุกคนมาร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ และวันนี้ยังไม่เห็นเหตุผลอะไรที่จะต้องเดินตามแนวทางนี้ ไม่ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม เพราะสิ่งที่สังคมโลกจับตา คือประเทศไทยจะกลับมาสู่ความเป็นประชาธิปไตยตามมาตรฐานสากลได้หรือไม่

นายอภิสิทธิ์มั่นใจด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์จะได้เกินกว่า 100 ที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ หากไม่ถึงตนเองก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ ส่วนจะได้มากน้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วหรือไม่ ต้องประเมินจากจำนวนพรรคการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งและการคิดคำนวณคะแนนเสียงของระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ หากเอาจำนวนคะแนนเสียงเลือกตั้งปี 2554 มาคิดคำนวณตามระบบจัดสรรปันส่วนผสม ก็จะได้ที่นั่งราว 140 กว่าที่นั่ง แต่หวังว่าจะได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่วนจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเสียงสนับสนุนจากประชาชน

สำหรับแนวความคิดที่ต้องการให้พรรคการเมืองใหญ่จับมือกันจัดตั้งรัฐบาลเพื่อสกัดกั้นการสืบทอดอำนาจนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าวุฒิสภาเคารพการตัดสินใจของประชาชนก็จะเข้าสู่หลักการประชาธิปไตยโดยปกติ และการจะจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลต้องมีความเป็นหนึ่งเดียวกันในเชิงความคิด ไม่เช่นนั้นรัฐบาลที่เกิดขึ้นจะบริหารงานบนความสับสน และอาจทำให้คนมองว่าเป็นการแบ่งผลประโยชน์ทางการเมือง วันนี้จึงต้องทำให้สังคมสนใจเกี่ยวกับแนวทางการนำพาประเทศมากกว่า ทั้งเรื่องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ทุจริตคอร์รัปชัน



กำลังโหลดความคิดเห็น...