xs
xsm
sm
md
lg

ปชป.เปิดนโยบายศก.ชูประกันราคาเกทับบัตรคนจนโอนเงินสดเดือนละ 800บ.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประชาธิปัตย์เปิดนโยบายเศรษฐกิจ ชูประกันรายได้ให้คนไทยทุกกลุ่ม “มาร์ค”ลั่น ประกันราคาข้าวเกวียนละไม่ต่ำกว่า 1 หมื่น ราคายางไม่ต่ำกว่ากิโลละ 60 สางปัญหาค่าแรง ความเหลื่อมล้ำเข้าถึงที่ดินทำกิน คงบัตรคนจนแจกเงินสดเดือนละ 800 มั่นใจอยู่ในงบประมาณ ทำได้จริง

วันนี้(21 ธค.) ที่บริษัท เจซิม ออร์คิด (ไทยแลนด์) จำกัด เขตทวีวัฒนา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าตามภารกิจ เดินทางมาพบปะนักธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงเกษตรกร เพื่อรับฟังความเห็นและปัญหาของผู้ประกอบการกับเกษตรกร

โดยภายหลังพูดคุย นายอภิสิทธิ์ ได้แถลง "นโยบายประกันรายได้คนไทยทุกกลุ่ม" ว่า ปัญหาปากท้องเป็นปัญหาอันดับ 1 ของประชาชน ทุกวันนี้ประชาชนประสบปัญหารายได้ไม่พอกับรายจ่ายคู่ไปกับปัญหาหนี้สิน เมื่อใดที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ความเดือดร้อนไม่ใช่อยู่แค่เกษตรกร แต่รวมไปถึงพ่อค้าแม่ค้าที่ไม่สามารถขายของได้ด้วย โดยวันนี้เศรษฐกิจไทยมีปัญหาใหญ่ 3 เรื่องได้แก่ ปัญหาเฉพาะหน้า คือเศรษฐกิจไม่ดี ปัญหาขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศท่ามกลางปัจจัยต่างๆ ที่เปลี่ยนไป และปัญหาความเหลื่อมล้ำ ซึ่งปัจจุบันการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกระจุกตัวอยู่แค่คนกลุ่มเล็ก สร้างความไม่เป็นธรรมให้กับสังคม

“ดังนั้นนโยบายเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์จะต้องตอบโจทย์ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะด้านคือภาวะเศรษฐกิจไม่ดี สาเหตุมาจากการที่คนส่วนใหญ่ไม่มีกำลังซื้อ รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ค่าแรงต่ำ และนโยบายที่ช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำและช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย โดยจะยกระดับความเป็นอยู่ของคนไทย ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระดับรายได้ปานกลาง แต่คนส่วนใหญ่ยังต้องประสบกับปัญหาความยากจน พรรคประชาธิปัตย์จึงจะสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตให้กับประชาชน ในการแสวงหารายได้และแสวงหาโอกาสเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การจะแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรและผู้ใช้แรงงาน ซึ่งจะแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน โดยจัดทำนโยบายเรื่องการถือครองที่ดิน ในโครงการโฉนดสีฟ้า ภายใต้หลักการที่ว่าผู้ที่ครอบครองอยู่อาศัยทำกิน ต้องมีความมั่นใจว่าจะสามารถทำกินต่อไปได้ และนำที่ดินนั้นมาสร้างโอกาสให้กับตัวเอง อาทิ เป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงิน

พร้อมทั้งจะยกระดับพื้นที่ เอกสารสิทธิ์การใช้ประโยชน์ในที่ดินทำกินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(สปก.) ที่สามารถนำเอกสารสิทธิ์ไปใช้เป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ และพัฒนาพื้นที่ สปก. ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งกำหนดให้ครอบครองพื้นที่ สปก. ได้คนละไม่เกิน 50 ไร่ยกเว้นการทำปศุสัตว์

ขณะเดียวกันจะสานต่อโครงการ โฉนดชุมชน ภายใต้การตกลงของชุมชน ที่จะรับรองสิทธิ์ในการทำกินและอยู่อาศัยภายในชุมชนด้วยกันเอง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เคยจัดทำนโยบายนี้มาก่อนและหากได้เป็นรัฐบาลก็จะเดินหน้าโครงการโฉนดชุมชน ทั้งที่ยังค้างไว้และขยายโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยจะร่วมกับธนาคารของรัฐและธนาคารที่ดิน

นอกจากนี้จะพัฒนาเรื่องน้ำ โดยจะจัดโครงการกองทุนน้ำชุมชน เพื่อจัดสร้างสระน้ำในไร่นา ภายใต้ข้อตกลงระหว่างชุมชนรัฐและท้องถิ่น ด้วยการจัดหาที่ดินที่เหมาะสมกับการจัดทำสระน้ำขนาดกลางหรือขนาดเล็ก เพื่อให้สามารถกระจายน้ำไปได้ทั่วถึงในทุกชุมชน ซึ่งต้องปลดล็อกกฎระเบียบทางราชการที่ทำให้โครงการนี้ไม่สามารถทำได้ในอดีต

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ด้านราคาพืชผลทางการเกษตร จะมีการยกระดับราคายางพาราที่ตกต่ำต่อเนื่องมาหลายปี โดยใช้ยางพาราปูพื้นถนน และส่งเสริมการใช้ยางพาราแปรรูปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องเอกสารสิทธิ์ การนำยางพารามาใช้อย่างจริงจัง โดยประกันรายได้ราคายางไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ60 บาท รวมถึงการประกันรายได้ราคาพืชผลทางการเกษตร ซึ่งในส่วนของข้าวจะรับประกันรายได้ในระดับเกวียนละไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท สำหรับค่าแรงขั้นต่ำ จะประกันรายได้ให้กับผู้ใช้แรงงาน จะต้องมีค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ต่ำกว่า 120,000 บาทต่อปี หากค่าจ้างขั้นต่ำไม่ถึงตามที่กำหนด รัฐบาลก็จะจ่ายเงินส่วนต่างให้ รวมถึงจะเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นเดือนละ 1,000 บาท พร้อมทั้งปรับหลักเกณฑ์โครงการที่เกี่ยวข้องกับการออมและสวัสดิภาพทั้งหมด เพื่อสร้างหลักประกันให้ผู้สูงอายุในประเทศไทย

“ขณะที่กลุ่มผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้ที่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้มีความแม่นยำและเป็นปัจจุบันมากขึ้น โดยต้องไม่มีเรื่องการเมือง ที่ไม่ใช่เป็นการให้ตามความพอใจหรือเป็นฤดูกาล แต่ต้องเป็นการให้ภายใต้หลักคิดที่ชัดเจน เพื่อให้เป็นสวัสดิการอย่างแท้จริง เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถนำงบประมาณให้กับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคนละ 800 บาทต่อเดือน โดยเป็นในรูปแบบของเงินสดและโอนเข้าบัญชี ซึ่งจะไม่จำกัดร้านค้าที่จะเข้าไปใช้บริการ แต่สามารถนำไปใช้ได้ที่ตลาดสดและร้านขายของชำทั่วไป ซึ่งพรรคได้มีการคิดคำนวณงบประมาณที่จะใช้ทั้งหมดแล้วจึงมั่นใจว่าสามารถทำได้จริง”นายอภิสิทธิ์ กล่าว








กำลังโหลดความคิดเห็น...