xs
xsm
sm
md
lg

เพื่อไทยรวน “นายใหญ่” ลังเลท่อน้ำเลี้ยงยังไม่ไหลต้องกินบุญเก่า!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา




แม้ว่าจะยังไม่ถึงเวลาเป่านกหวีดให้ทุกพรรคหาเสียงกันได้เต็มร้อย แต่เวลานี้หากมองไปทางไหนก็จะเห็นหลายพรรคการเมืองต่างซอยเท้าอยู่กับที่ เตรียมพร้อมรอสัญญาณออกตัวกันเต็มแก่แล้ว อย่างไรก็ดี สำหรับคอการเมือง หรือคนในวงการแล้วย่อมมองออกได้ไม่ยากว่าพรรคไหนอยู่ในอาการคึกคัก พรรคไหนไปเรื่อยๆ หรือว่าพรรคไหนที่อยู่ในอาการ “เหี่ยวเฉา” ไร้ชีวิตชีวา

แน่นอนว่า หากพูดกันแบบไม่ต้องคิดมากก็เห็นกันอยู่แล้วว่าเวลานี้พรรคที่อยู่ในอาการ “คึกสุดขีด” ก็คือ “พรรคพลังประชารัฐ” เพราะไม่ต้องดูอะไรมาก แค่จัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนระดมทุนคืนเดียวก็รับไปแล้ว 650 ล้านบาท นี่ขนาดว่ากันแบบเปิดเผยแบบรายย่อยบริจาคกันโต๊ะละล้านสองล้าน แม้มองว่าเงินจำนวนเกือบ 700 ล้าน อาจจะมองว่ามาก แต่สำหรับในทางการเมืองในสนามการเลือกตั้งมันถือว่า “จิ๊บจ๊อย” มาก อย่างไรก็ดี มันก็สามารถมองได้ถึงแนวโน้มข้างหน้าได้เห็นถึงความเคลื่อนไหวการสนับสนุนที่จะไหลมาเทมา

หรือแม้แต่พรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่ กำนัน สุเทพ เทือกสุบรรณ ให้การสนับสนุนอยู่นั้น ในงานจัดเลี้ยงระดมทุนก็ได้ไป 200 ล้านบาท ก็ถือว่า “ไม่เบา” อย่างไรก็ดี เมื่อยังไม่ถึงเวลาสำหรับพรรคการเมืองอื่นที่ยังไม่เริ่มทำกิจกรรมแบบเดียวกันเราก็ไม่อาจสรุปอะไรได้ แต่เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มที่เห็นมันก็พอคาดเดาอะไรได้บางอย่างได้บ้างแล้ว

แน่นอนว่า สำหรับ พรรคพลังประชารัฐที่รับรู้กันว่าตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ได้ “ไปต่อ” ในเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกรอบ และมีพรรครวมพลังประชาชาติไทย เป็นพรรคแนวร่วมให้การสนับสนุนอีกพรรคหนึ่ง ซึ่งหากพิจารณาตัดตอนกันแค่นี้ ด้วยพลังทั้งเปิดเผยและ “พลังแฝง” มันก็พออธิบายได้ว่าทำไมในเบื้องต้นก่อนออกสตาร์ทถึงได้ดูคึกคัก

ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งในฟากของอีกหนึ่ง “ขั้วหลัก” อย่างพรรคเพื่อไืทย ที่แม้ว่าแตกออกไปเป็นหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคไทยรักษาชาติ ที่ใช้เป็นกลยุทธ์ใหม่สำหรับใช้ในการเลือกตั้งคราวนี้ เพื่อให้สามารถเก็บกวาดมาได้ทั้ง ส.ส.เขต และแบบบัญชีรายชื่อ เป้าหมายก็เพื่อรวมเสียงกันแล้วหวังว่าจะสามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้

อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจากบรรยากาศและแนวโน้มความเป็นไปได้ ก็ต้องบอกว่าคราวนี้ถือว่าพรรคเพื่อไทย และเครือข่ายของ ทักษิณ ชินวัตร ที่เคยยิ่งใหญ่ ครองใจชาวบ้านไปค่อนประเทศมาตั้งแต่ปี 2544 เมื่อครั้งที่ ทักษิณ เคยใช้สารพัดวิธีตั้งพรรคไทยรักไทย จนกระทั่งมาถึงยุคพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน ที่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ต้องเจอกับ “ศึกหนัก” มากที่สุดเท่าที่มีมา เพราะมาเจอกับฝ่าย คสช. ที่มี “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวขบวน

การที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในมือ และสามารถรักษาความนิยมเอาไว้ได้ยาวนานอย่างน้อยก็เป็นเวลาเกือบ 5 ปีแล้ว อำนาจรัฐที่สร้างเครือข่ายทุกด้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งข้าราชการและกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่ดึงมาเป็นพันธมิตร ที่จะว่าไปแล้วกลุ่มทุนยุค คสช. น่าจะมีความแฮปปี้มากกว่าในยุคของ ทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องมาอยู่ใต้ชายคาของทักษิณ กลายเป็นมวยรองบ่อนในทางธุรกิจของ “กลุ่มชิน” ดังนั้น อย่าได้แปลกใจที่ในงานระดมทุนของพรรคพลังประชารัฐจะได้เห็นคนในกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่โผล่ไปร่วมงานคับคั่ง อย่างน้อยก็จำหน้าได้ชัดเจน ก็คือ ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ จากกลุ่มทีพีไอ ที่ในวงการรู้กันดี “คนละขั้ว” ประเภทผีไม่เผาเงาไม่เหยียบจากสาเหตุถูกฮุบธุรกิจปิโตรเคมีที่แค้นฝังหุ่น

วกมาที่พรรคเพื่อไทยอีกครั้ง ที่เวลานี้ถือว่า “ร่วงโรย” เต็มที ร่วงโรยทั้งบรรดากลุ่มทุนและขุนพลที่ตีจากอย่างที่เห็น แม้ว่าแกนหลักจะโยกไปพรรคไทยรักษาชาติ แต่ก็มีระดับ “ดาวฤกษ์” ที่ออกไปอยู่กับพรรคอื่น เช่น พรรคพลังประชารัฐ หรือแม้แต่พรรคเพื่อชาติ ที่เวลานี้ในความเป็นจริงแล้วก็ถือว่ามีความ “กินใจ” กันไม่น้อย

ภาพของการแตกกระสานซ่านเซ็นออกมาจากพรรคเพื่อไทย มันก็ทำให้บรรยากาศข้างในเกิดอาการหงอยเหงาไม่น้อย อย่างน้อยบรรดาขุนพลนักไฮด์ปาร์กหลายคนต่างแยกย้ายกันออกไป ที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่ “พูดได้ก็บุญแล้ว” แทบทั้งนั้น แถมยังอยู่ช่วงที่สังขารร่วงโรยเสียอีก

นอกเหนือจากนี้ ในระดับ “ขาใหญ่” ที่ได้รับ “ใบสั่ง” ให้มานำทัพสู่สนามเลือกตั้งคราวนี้ ทั้ง คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ก็รับรู้กันว่าไม่ลงรอยกันมานาน ภาพที่เห็นก็เหมือนกับต่างคนต่างอยู่ “พื้นที่ใครพื้นที่มัน”

เมื่อสภาพที่เห็นเป็นแบบนี้ มันก็ช่วยไม่ได้ที่ทำให้พรรคเพื่อไทย เวลานี้เกิด “อาการรวน” พอสมควร ที่สำคัญเมื่อระดับ “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ที่ถือว่าเป็น “เจ๊ใหญ่” ในพรรคเพื่อไทย กลับล่องหนไร้ร่องรอยแบบนี้ มันก็สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นคงภายใน “ท่อน้ำเลี้ยง” ก็ต้องสะดุด โดยเฉพาะ “การลงทุนที่มีความเสี่ยง” อย่างที่เห็นมันก็ย่อมมีความลังเล ดังนั้น สิ่งที่ทำได้ดีที่สุด ก็คือ ใช้วิธี “กินบุญเก่า” ที่เคยมี แต่จะทำได้แค่ไหน เพราะฝ่ายตรงข่ามก็รุกคืบมาเหมือนกัน ซึ่งใช้คนเก่าที่เคยอยู่ร่วมชายคานั่นแหละย้อนศร!!


กำลังโหลดความคิดเห็น...