xs
xsm
sm
md
lg

เร่งผลักดัน “สวนรุกขชาติ” สานสัมพันธ์การทูต มูลค่า 10.9 ล้าน ในฝั่ง สปป.ลาว หลังนายกฯเป็นสักขีพยาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เร่งผลักดัน “สวนรุกขชาติ” สานสัมพันธ์การทูต มูลค่า 10.9 ล้าน ในฝั่ง สปป.ลาว หลังนายกฯเป็นสักขีพยานบันทึกความเข้าใจ สร้างความสัมพันธ์ไทย-ลาว เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต

วันนี้ (17 ธ.ค.) รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยโครงการก่อสร้างสวนรุกขชาติไทย-ลาว ณ สปป. ลาว ระหว่างอธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กับ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว

โดย กรมอุทยานฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมาชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายปี 2562 ภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์จัดระบบอนุรักษ์ ฟื้นฟูและป้องกันการทำลายทรัพยากร กิจกรรมโครงการสร้างสวนรุกขชาติไทย-ลาว วงเงิน 10,953,300 บาท เพื่อจัดสร้างโครงการดังกล่าว

ที่ผ่านมา เมื่อ มิ.ย.2553 กรมอุทยานฯ มีโครงการจัดสร้างสวนรุกขชาติ 60 ปี เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ลาว ขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทั้งสองประเทศได้เข้าร่วมประชุมและลงนามทวิภาคี เรื่องความร่วมมือด้านการจัดการทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม ที่นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาชนลาว

ต่อมา ก.ค. 2560 ทั้งสองประเทศเห็นชอบกรอบความร่วมมือไทย-ลาว 4 ปี (2561-2564) โดยหนึ่งในนั้นมีแผนการก่อสร้างสวนรุกขชาติฯ ด้วย ต่อมา ม.ค.2561 ครม. ไทย เห็นชอบกับโครงการดังกล่าว

มีรายงานว่า โครงการนี้เป็นการแสดงถึงมิตรภาพอันดี ในอดีต ครม. อนุมัติในหลักการตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เสนอรวมทั้งได้รับงบประมาณ จำนวน 20,460,500 บาท เพื่อนำไปจัดสร้างสวนรุกขชาติ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งกระทรวงทรัพยากรฯ จำนวน 10 ล้านบาท และอีกแห่งได้จัดสร้างในฝั่งประเทศไทยแล้วเสร็จเมื่อปี 2557 ที่บริเวณหนองกอมเกาะ อ.เมือง จ.หนองคาย จำนวน 10,460,500 บาท

ล่าสุด นายกรัฐมนตรี เป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยโครงการก่อสร้างสวนรุกขชาติไทย-ลาว ณ สปป.ลาว ระหว่างอธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กับ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งสองประเทศมีการหารือทวิภาคีโครงการจัดสร้างสวนรุกขชาติ และหารือในเรื่องที่คั่งค้าง โดยเฉพาะพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างสวนรุกขชาติฯ ณ โรงเรียนมัธยมศึกษาสมบูนนาซอน บ้านนาซอน เมืองปากงึม หลังจากเมื่อปี 2553 เคยมีแผนที่จะจัดสร้างที่บ้านดงสร้างหิน เมืองไซทานี นครหลวงเวียงจันทน์

นอกจากนี้ ยังเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องพรรณไม้ของเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมพันธุกรรมของพันธุ์ไม้มีค่าหายากพืชวิกฤติใกล้สูญพันธุ์และเพื่อเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ
กำลังโหลดความคิดเห็น...