xs
xsm
sm
md
lg

“กอบศักดิ์” ปัดไทยแชมป์เหลื่อมล้ำตอกข้อมูลเก่ายุค “แม้ว” ย้ำ 4 ปี รัฐบาลแก้จนทุกมิติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

แฟ้มภาพ
“กอบศักดิ์” ปัดไทยแชมป์เหลื่อมล้ำโลก ระบุ CS ข้อมูลเก่าดีเลย์ 12 ปี ไร้ความน่าเชื่อถือ ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ยัน 4 ปี รัฐบาลตอบโจทย์ช่วยประชาชนทุกมิติ

วันนี้ (8 ธ.ค.) นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่ CS Global Wealth Report 2018 ออกมาเมื่อเดือน ต.ค. แล้ว ระบุว่า ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งมากที่สุดในโลก ว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งด้านรายได้และความมั่งคั่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกประเทศประสบอยู่ในขณะนี้ โดยรัฐบาลไทยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ได้พยายามแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องด้วยนโยบายต่างๆ เช่น ดูแลพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเป็นระบบ การจัดสวัสดิการประเภทใหม่ๆ เช่น สวัสดิการเด็กเล็กระหว่าง 0-3 ขวบ 600 บาท/เดือน การเพิ่มเงินเลี้ยงชีพให้ผู้สูงอายุ

การจัดตั้งกองทุนลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา การช่วยเกษตรกรผ่านโครงการช่วยเหลือต่างๆ การจัดการกับเจ้าหนี้นอกระบบ รวมถึงการออกกฎหมายภาษีสำคัญ เช่น ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน กฎหมายขายฝากเป็นครั้งแรก และการพยายามขยายฐานภาษี เพื่อกระจายรายได้จากคนที่มีรายได้สูงไปให้ผู้มีรายได้น้อย

โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวต่อว่า ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะฟื้นตัวดีขึ้น ราคาข้าวสูงสุดในรอบหลายๆ ปี แต่ปัญหาราคาสินค้าเกษตรโลกที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมาได้ ส่งผลกระทบต่อการกระจายรายได้และเกษตรกรบางกลุ่มของไทยอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้พี่น้องประชาชนที่ฐานรากบางส่วนยังลำบาก โดยเฉพาะผู้ปลูกยางพารา จากราคายางโลกและราคาน้ำมันโลกที่ลดลง และผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของอียู (EU) ที่ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันลดลง ซึ่งมาตรการล่าสุดของรัฐบาลก็น่าจะช่วยบรรเทาไปได้บางส่วน

นายกอบศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน จะต้องทำอย่างเป็นระบบ โดยต้องช่วยสนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็งที่แท้จริงจากฐานราก คือ การให้โอกาสที่เท่าเทียมแก่ทุกคน โดยเฉพาะด้านการศึกษา การหางาน และการเข้าถึงแหล่งเงิน ลดการใช้อำนาจของรายใหญ่เอาเปรียบรายย่อย ซึ่งถ้ารัฐบาลมีหน่วยงานกลางที่ต่อสู้แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยตรง (เหมือนกรณีที่มีการตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเข้ามาแก้ปัญหาเกี่ยวกับน้ำทุกในระบบ) ก็จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการบูรณาการหน่วยงานต่างๆของรัฐและช่วยลดความเหลื่อมล้ำของรายได้และความมั่งคั่งในระยะยาวได้

“ส่วนข้อมูลความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งของเครดิตสวิสที่ทุกคนพูดถึงนั้น ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง อย่าเชื่อทั้งหมด เพราะอ้างอิงจากข้อมูลความเหลื่อมล้ำเก่า เมื่อปี 2549 สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้มาจากการศึกษาของ นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา และคณะ ในปี 2551 ที่ได้สอบถามผู้เขียนแล้ว พบว่า ใช้ข้อมูลความมั่งคั่ง เพียงแต่ในส่วนของบัญชีเงินฝากเท่านั้น ในส่วนของหุ้น ที่ดิน และสินทรัพย์อื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นตัวเงินนั้น ไม่ได้รวมอยู่ด้วย และทางเครดิตสวิสได้ประมาณการเพิ่มเติมต่อมาอีก 12 ปี ซึ่งมีโอกาสผิดพลาดได้มาก” นายกอบศักดิ์ ระบุ
กำลังโหลดความคิดเห็น...