xs
xsm
sm
md
lg

อ้างชื่อ“ลุงตู่”หากิน!! “ขบวนการป๋าดัน”เอาจนได้เข็น “กมลศักดิ์”จ่อ ผอ.การท่าเรือฯ **ล้างบางมาเฟีย!! “หมอธี”สรุป 4 ปี ลุยปราบทุจริตกระทรวงศึกษาฯ จาก 631 เรื่อง **ผมอายครับ!! ผลงาน “ทัพช้างศึก”ล้มเหลว ตกรอบทัวร์นาเมนต์

เผยแพร่:   โดย: นกหวีด


ข่าวปนคน คนปนข่าว

**อ้างชื่อ“ลุงตู่”หากิน!! “ขบวนการป๋าดัน”เอาจนได้เข็น “กมลศักดิ์”จ่อ ผอ.การท่าเรือฯ รอ “บอร์ดใหญ่”เคาะขั้นสุดท้าย ทั้งที่ขั้นตอนสรรหาเหม็นหึ่ง จน “บอร์ด”ไขก๊อกหนีไปหลายราย ข้อสงสัย “สื่อมวลชน”เรื่องร้องเรียนสารพัด ไม่ยักตอบ ปมทับซ้อน“กงสีผัวเมียพรหมประยูร”ก็ทำนิ่ง จนโค้งท้าย “ใบสั่งลงอาคม”ชักไม่ขลัง งัดไม้ตายอ้าง “นายกฯจะเอาคนนี้”ดื้อๆ ไม่รู้ป่านนี้ “ลุงตู่”รู้หรือยัง โดนเอาชื่อไปอ้างเรื่องไม่ค่อยเป็นมงคล
ร.ท.กมลศักดิ์-อัฌนา พรหมประยูร
ไม่ฟังอีร้าค่าอีรม .. อัพเดตข่าวจาก “อาณาจักรคลองเตย”การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ที่ปิดกล่อง “ของขวัญปีใหม่”สรรหา ผู้อำนวยการ (ผอ.) กทท. คนใหม่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว .. ไม่เหนือความคาดหมาย หวยไปออกที่ ร.ท.กมลศักดิ์ พรหมประยูร รอง ผอ.กกท. สายบริหารสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจ ที่จ่อขึ้น “เบอร์ 1 คลองเตย”คุม “ขุมทรัพย์แสนล้าน” ..ทักท้วงไปหลายหน กับความไม่ชอบมาพากลของ “ขบวนการ” อุ้ม “รองฯกมลศักดิ์”เข้าป้าย .. สรรหากันท่าไหนก็ไม่รู้ เล่นเอา “บอร์ด กทท.”หลายคนต้องจำใจทิ้งตำแหน่ง ประท้วง“กระบวนการ-ผลการสรรหา”ที่ “ไม่ครบ ถ้วน” .. ย้อนไปครั้งที่ 4 ผู้ผ่านคุณสมบัติรอบแรกเข้าสัมภาษณ์-แสดงวิสัยทัศน์ เมื่อต.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏ “บอร์ดสรรหา”ไม่ครบองค์ประชุม .. ข่าวว่า “กรรมการสรรหาบางคน”ติดภารกิจ แจ้งลาล่วงหน้า แถมไม่มีใครบอกว่า ประชุมนัดสำคัญ ลงคะแนนเลือกผู้สมัคร .. สรุปบอร์ดสรรหาได้ลงคะแนนแค่บางคน ส่วนคนที่ไม่เข้าประชุมก็แล้วไปแล้ว ทั้งที่ส่งผลเป็นคุณ-เป็นโทษ ต่อการเลือก“ผู้ชนะ” ..ถัดจากนั้น ก็ลุกลี้ลุกลน ชงเรื่องเข้า “บอร์ดใหญ่”แต่กลับเสนอ “วาระลับ”โดยเร่งด่วน ผ่านฉลุย เคาะชื่อ “กมลศักดิ์”ออกมา เดินหน้าต่อรองค่าจ้างกันต่อ .. เป็นเหตุให้ “บอร์ด กทท.”ที่ไม่อยากตกพุ่มซวย ทำเรื่องไม่ถูกต้องตามครรลอง ขอลาออกไปหลายราย ..

ลือหึ่งๆ วงใน "คนท่าเรือ" ว่ามี "ใบสั่ง" ที่ไม่ธรรมดาเป็น "ใบสั่งลงอาคม" อ้างชื่อ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เป็น “แบ็ก”ให้ .. ขนาด “คนท่าเรือ”ที่คุ้นเคย "กมลศักดิ์" ในฐานะ "ลูกหม้อ-คนใน" อยู่กันมานาน ยังไม่วางใจ “ท่านรองฯ”ให้รับผิดชอบ "งานใหญ่" เลย .. ก็ "งานใหญ่" ที่ต้องรับผิดชอบมัน "ย้อนแย้ง" กับวีรกรรมเก่าของ "กมลศักดิ์" ที่ดูแลสายงานบริหารสินทรัพย์ และพัฒนาธุรกิจ .. ที่เผอิญมีเรื่องร้องเรียนเป็นหางว่าว เกี่ยวกับการบริหารค่าเช่าที่ดิน ปล่อยเช่าสินทรัพย์ของ กทท.ในราคาถูกเกินจริง .. แล้วยังมีกรณีปล่อยปละ บุกรุก ล้วนโยงใยกับ "เครือญาติ-คนรู้จัก" ที่เป็นผู้เช่าอีกด้วย .. ห่วงไปถึงการที่ กทท. เป็นกลจักรสำคัญในระบบ "ลอจิสติกส์" ที่เชื่อมไปถึงการขับเคลื่อน "โปรเจกต์ยักษ์ EEC" เรือธงของรัฐบาล คสช. .. หรือ "เค้กก้อนโต" อย่างการประมูลงานเป็นแสนๆ ล้านบาท ที่คอยท่าอยู่ในช่วง 1-2 ปีนี้ ทำให้ กทท.ถูกขนานนามว่าเป็น "ขุมทรัพย์แสนล้านสุดขอบน้ำ" .. ที่หนักสุดเห็นจะหนีไม่พ้นเรื่อง "ประโยชน์ทับซ้อน" ประเภท "ผัวเป็นผอ. เมียเป็นรองฯ ผอ." ที่หากได้ "กมลศักดิ์" มาทำหน้าที่เบอร์ 1 การท่าเรือฯ .. ก็จะได้ “ของแถม”ภรรยา อัฌนา พรหมประยูร ผู้ช่วย ผอ. การท่าเรือฯ สายบริหารทรัพยากรบุคคลฯ ที่มีโอกาสขึ้นเป็น "รอง ผอ." มาช่วยงานด้วย .. งานหนักของ "อัฌนา" ต้องเป็นทั้ง "แม่บ้าน" ที่บ้าน แล้วยังต้องมาเป็น "แม่บ้านใหญ่" ในการท่าเรือฯ ด้วย .. จากการท่าเรือฯ รัฐวิสาหกิจใหญ่ในสังกัดกระทรวงคมนาคม ต้องเปลี่ยนสถานะใหม่ไปเป็น “กงสีผัวเมีย พรหมประยูร” ..
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ  อาคม เติมพิทยาไพสิฐ
พื้นที่นี้รวมทั้ง “เพื่อนสื่อมวลชน”สะกิดเตือนไปแรงๆ หลายหน แต่ไร้ซึ่งคำตอบ ได้สิ่งตอบแทนเป็นผลการสรรหาได้ชื่อ“กมลศักดิ์”ตอกหน้าหงาย .. ประธานคณะกรรมการสรรหาอย่าง กฤชเทพ สิมลี รองปลัดกระทรวงคมนาคม ไม่คิดตอบข้อสงสัย ยันแค่ว่า สรรหาถูกต้องชอบธรรม .. ส่วนเรื่อง “ข้อร้องเรียน”ที่ค้างคา กำปั้นทุบดิน “แค่เรื่องปกติ”ขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับบอร์ด กทท. จะพิจารณา .. โยนเผือกร้อนๆไปที่ สมศักดิ์ ห่มม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า หัวโต๊ะบอร์ดการท่าเรือฯ คนปัจจุบัน .. น่าสนใจว่า “กฤชเทพ”คนชง แล้วมี “สมศักดิ์”เป็นคนตบ ก็เป็นลูกน้องในบังคับบัญชาของ “อาคม”ทั้งคู่ .. เห็นว่าก่อนคลอดชื่อ “รองฯกมลศักดิ์”ออกมาได้ “ใบสั่งลงอาคม”ที่ว่าเข้มขลังชักเอาไม่อยู่ เลยมี “คนหัวหมอ”งัดไม้ตายออกมาใช้ .. อ้างดื้อ “นายกฯ จะเอาคนนี้”แต่ไม่บอกต่อว่า นายกฯสมาคมไหน แต่ถ้าเป็น “นายกฯแห่งประเทศไทย”นี่ก็ท่าจะยุ่ง .. ไม่รู้ว่าป่านนี้ “ลุงตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รู้หรือยังว่า ถูกอ้างชื่อไป “หากิน”ที่ไม่ค่อยเป็นมงคลกับตัวแบบนี้หรือยัง

**ล้างบางมาเฟีย!! “หมอธี”สรุป 4 ปี ลุยปราบทุจริตกระทรวงศึกษาฯ จาก 631 เรื่องสอบเสร็จเกินครึ่ง เรื่องใหญ่ เคลียร์มหากาพย์ “อควาเรียมหอยสังข์” จับ “บิ๊กราชการ”จาก 6 กระทรวง สอบวินัยร้ายแรง ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เอาแค่“บิ๊ก ศธ.”ถูกตั้งสอบไปมากกว่า 100 ราย ตัวเลขมันฟ้องว่า“ข้าราชการไทย”น่ากลัวกินเก่งไม่แพ้ “นักการเมือง”เหมือนกัน
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
ตาเถรตกใต้ถุน .. ได้ยิน“หมอธี”นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ แถลงภารกิจคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ แล้วตกใจ .. เหลือเชื่อ “กระทรวงแม่พิมพ์”มีคดีทุจริตคอร์รัปชันอื้ออึง รวมถึง 631 เรื่องด้วยกัน ค้างคามาตั้งแต่สมัยไหนบ้างไม่รู้ .. เบาใจหน่อยก็ตรง หลัง “หมอธี”เข้ามาเป็นรัฐมนตรีศึกษาฯ จาก “รมช.”เมื่อ ส.ค.58 จนมาเป็น “รมว.”ร่วมปี ถึงปัจจุบัน สะสางคดีโกงไปได้แยะ .. โดยได้มือดีอย่าง “บิ๊กเล็ก”พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ มารับบท “มือปราบ”ช่วยด้วย .. 4 ปีที่ทำงานใน “กระทรวง เสมา”จาก 631 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 365 เรื่อง หรือ 57.48% อยู่ระหว่างดำเนินการ 266 เรื่อง หรือ 42.16% ภาพรวมถือว่า “คืบหน้าไปมาก” ..
อควาเรียมหอยสังข์
ยกตัวอย่างเรื่องที่สังคมสนใจอาทิ ทุจริตสร้างสนามฟุตซอล ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สอบเสร็จแล้ว เขี่ยลูกไปตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง .. ส่วนมหากาพย์ “อควาเรียมหอยสังข์”โครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา ที่ยืดเยื้อมานาน ก็ไล่เบี้ยได้เพียบ .. ไม่โกงได้ไง เริ่มมา 11 ปี ยังไม่แล้วเสร็จ งบเดิม 800 กว่าล้านบาน ไปแตะ 1,400 ล้านบาท เข้าให้แล้ว.. ชงให้ “นายกฯตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงผู้เกี่ยวข้อง ไม่เฉพาะ “คน ศธ.”ยังรวมถึงคนกระทรวงอื่นอีกถึง 5 กระทรวง .. ที่น่าติดใจคงเป็น โครงการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV)พื้นที่การศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ .. ที่เบื้องต้นอัดงบประมาณลงไปให้โครงการจบ ใช้งานเพื่อความปลอดภัยของครูและนักเรียนก่อน .. ควบคู่ไปกับการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ผู้ที่เกี่ยวข้องถึงกว่า 70 ราย ที่ส่วนใหญ่เป็นระดับ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา-ผอ.โรงเรียน .. รวมๆ แล้วมีข้าราชการระดับสูง ในกระทรวงศึกษาฯ ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงไปมากกว่า 100 รายเลยทีเดียว .. ตัวเลขมันฟ้องว่า “ข้าราชการไทย”น่ากลัว กินเก่งไม่แพ้ “นักการเมือง”.. ตรงนี้ต้องนับถือใจ “หมอธี”ที่ไม่ลู่ตามลม-กินตามน้ำ หาญกล้าต่อกรล้างบาง "มาเฟีย ศธ.” ถึงขนาดนี้

**ผมอายครับ!! ผลงาน “ทัพช้างศึก”ล้มเหลว ตกรอบทัวร์นาเมนต์ของตาย “ย่ำอยู่กับที่”รอวันถูก “อดีตลูกไล่”แซง ทวงถาม “เสี่ยอ๊อด”ผู้เคยประกาศ "ทำฟุตบอลไทยแล้วไม่พัฒนา ผมขอลาออก" งวดนี้ดันแถ “วัดแต่ผลงานในสนามไม่ได้”ฟังแล้วถอนหายใจ อายเหมือนกัน อายที่มีนายกฯ สมาคมฟุตบอล “หน้าไม่อาย”แบบนี้
พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง และ  วิทยา เลาหะกุล
เหลวไม่เป็นท่า .. ผลงานทัพช้างศึกทีมชาติไทย ในรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018 ศึกชิงจ้าวลูกหนังอาเซียน .. หลังตกรอบรองชนะเลิศไป เอาชนะทีม "เสือเหลือง" มาเลเซีย ไม่ได้ เสมอกันไปที่ 2-2 คาบ้าน จำต้องตกรอบด้วย “กฎประตูทีมเยือน” ..ต้องยอมรับว่า ความคาดหวังของแฟนบอลชาวไทยค่อนข้างสูง ทั้งในฐานะเราเป็น “เต้ยลูกหนัง (อาเซียน)”และฐานะแชมป์เก่า 2 สมัย .. แถมเปิดหัวอย่างเว่อร์วัง ไล่ถลุงทีมรองบ่อน “ติมอร์ เลสเต” ไป 7-0 ในนัดที่ อดิศักดิ์ ไกรษร เหมาคนเดียว 6 เม็ด .. จากนั้นก็มีสัญญาณเนืองๆ ว่า ฟอร์มนักเตะทีมชาติไทย ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด ลงสนามนัดต่อๆไป เริ่ม “หืดขึ้นคอ” .. สัญญาณชัดในแมตซ์ไปเยือนฟิลิปปินส์ ที่ทำได้เพียงเสมอ และแมตซ์ไปเยือนมาเลเซีย รอบรองฯ นัดแรก เจ๊ากันจืดๆ ไป 0-0 .. กระนั้นก็ดี “ติ่งช้างศึก”ก็ยังหวังลึกๆว่า จะเอาตัวรอดคว้าเข้าไปแชมป์อีกสมัยได้ .. อย่างว่า “ลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้” เมื่อทำได้ไม่ดีกว่าคู่แข่ง ก็ต้องถูกลงโทษ .. พอล้มเหลวในทัวนาเม้นต์ “ของตาย”เช่นนี้ ก็ต้องยอมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ตามมา .. โดยเฉพาะเรื่องพัฒนาการของทีม ที่ออกไปในแนว “ย่ำอยู่กับที่” จนถูก “อดีตลูกไล่”หลายชาติ ขยับเข้ามาใกล้ และพร้อมที่จะแซงได้ทุกเมื่อ ..

ในส่วนของนักฟุตบอล ก็หนีไม่พ้นถูกด่า พอหอมปากหอมคอ .. หนักกว่าคงเป็น ย้อนฟังอีกครั้ง “เสี่ยอ๊อด”พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่เคยประกาศไว้เมื่อต้นปีนี้เอง หลังทีมชาติไทย แพ้ ญี่ปุ่น 0-4 เกมรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 ประมาณว่า "ผมอายครับ ทำฟุตบอลไทยแล้วไม่พัฒนา ผมขอลาออก" .. คุยไว้คำโต คำพูดเป็นนายตัว พอล้มเหลวครั้งนี้ ก็ถูกทวงสัญญาเรื่อง “ขอลาออก”ทันที ด้วยผลงานมันฟ้องว่า “บอลไทยไม่พัฒนา”..แต่ “เสี่ยอ๊อด”ก็ยังมีหน้าแถไถไปอีกว่า "การพ่ายแพ้ หรือตกรอบในทัวร์นาเมนต์ใดทัวร์นาเมนต์หนึ่ง ไม่ใช่สิ่งที่การันตีว่าใครจะต้องรับผิดชอบในการลาออก แต่ต้องดูภาพรวมในหลายๆ อย่างด้วย" .. อ้างไปอีกว่าไม่ใช่ทีมชาติชุดใหญ่ ขาด 4 ตัวหลัก ที่ค้าแข้งในต่างแดน ทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์ - ธีราทร บุญมาทัน - ธีรศิลป์ แดงดา - กวินทร์ ธรรมสัจจานันทน์ .. แล้วยังโยงไปถึงเรื่องอื่น ฟุตบอลลีกภายในประเทศ การจัดการต่างๆ ที่ล้วนแล้วแต่ “ตกต่ำ”อย่างหน้าตาเฉย .. ฟังคำอ้างของ “เสี่ยอ๊อด”ก็ต้องถอนหายใจ แล้วบอกว่า “อายครับ”อายที่มีนายกฯสมาคมฟุตบอล “หน้าไม่อาย”อย่างนี้

ช.ชฎา


กำลังโหลดความคิดเห็น...