xs
xsm
sm
md
lg

คุกทั่วประเทศค้างค่าไฟกว่า 103 ล้าน เล็งติดโซลาร์เซลล์หลังคาคุก ปรับใช้พลังงานชีวมวลลดรายจ่าย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เรือนจำทั่วประเทศค้างค่าไฟฟ้ากว่า 103 ล้าน กรมคุกรอด! ครม.เจียดงบกลางเพิ่ม หลังพบปี 60 งบค่าสาธารณูปโภคกว่า 460 ล้าน ที่ได้รับไม่เพียงพอต่อการเบิกจ่ายจริง เหตุหนี้ค้างสาธารณูปโภคพอกมหาศาล เล็งปรับปรุงหลังคาคุกติดโซลาร์เซลล์ ปรับใช้พลังงานชีวมวลลดรายจ่าย เผยเมื่อกลางปีเพิ่งได้งบ 1 พันล้านจ่ายหนี้ค่าอาหารผู้ต้องขัง

วันนี้ (30 พ.ย.) แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมาได้อนุมัติงบประมาณ วงเงิน 103,979,500 บาท ตามที่กรมราขทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อชำระหนี้ค่าสาธารณูปโภคค้างจ่าย (รายการค่ากระแสไฟฟ้าเรือนจำ และสถานที่ราชการสังกัดกรมราชทัณฑ์) ปีงบประมาณ พ.ค. 2560

ทั้งนี้ เพื่อปรับลดการใช้พลังงาน นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้กรมราชทัณฑ์หารือร่วมกับกระทรวงพลังงาน ศึกษาความเป็นไปได้ ในการดำเนินการผลิตพลังงานทดแทนเพิ่มเติมจากแนวทางเดิมที่ได้ดำเนินการอยู่แล้ว โดยอาจน่าข้อมูลที่กระทรวงพลังงานได้สำรวจไว้แล้วมาศึกษาขยายผล เช่น การติดตั้งแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) บนหลังคาเรือนจำหรือทัณฑสถาน การใช้พลังงานชีวมวล เปีนต้น เพื่อช่วยลดภาระงบประมาณ สำหรับค่าสาธารณูปโภคของกรมราขทัณฑ์ในปีต่อๆ ไป

มีรายงานจากกระทรวงยุติธรรมว่า สาเหตุที่กรมราซทัณฑ์ขอรับสนับสมุนงบประมาณเพื่อชำระหนี้ค่าสาธารณูปโภค ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 เนื่องจากปีงบ 2560 กรมฯ ได้รับงบดำเนินงาน 6 พันล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งประกอบด้วย รายการค่าสาธารณูปโภค จำนวน 461,051,700 บาท โดยแบ่งตามแผนงานพื้นฐาน ด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ผลผลิต ผู้ต้องขังติดยาเสพติด ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ และผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ได้รับการควบคุมดูแล จำนวน 6,007,200 บาท และแผนงานพื้นฐาน ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ผลผลิตผู้ต้องขังได้รับการควบคุมดูแล จำนวน 455,044,500 บาท ทำให้กรมราชทัณฑ์ได้รับงบประมาณดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการเบิกจ่ายจริง ทำให้ยังคงมีหนี้ค้างชำระค่าสาธารณูปโภค เป็นเงิน 103,979,500 บาท จำเป็นต้องได้รับการจัดสรรงบประมาณมาเพื่อดำเนินการ

มีรายงานด้วยว่า ขณะเดียวกัน ครม.เมื่อ 26 พ.ย.ยังให้กรมราขทัณฑ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประเมินผลการดำเนินการตามแนวทางต่างๆ ในการลดจำนวนผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักขัง และผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ และนำแนวทางที่พบว่ามีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ไปขยายผลในการปฏิบัติให้มากยิ่งขึ้นต่อไป

รวมทั้งให้พิจารณากำหนดมาตรการการลงโทษในรูปแบบอื่น นอกจากโทษจำคุก หรือปรับปรุงมาตรการเดิมเพื่อให้สามารถลดจำนวนผู้ด้องขัง ผู้ต้องกักขัง และผู้เข้ารับ การตรวจพิสูจน์ได้มากยิ่งขึ้นและมีความยั่งยืน ทั้งนี้ ในการประเมินผลและการพิจารณากำหนด หรือปรับมาตรการการลงโทษดังกล่าวควรมีการรับพิงความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วนด้วย

มีรายงานว่า เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ครม.ได้ให้กรมราขทัณฑ์ ใช้งบประมาณปี 2560 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ไปชำระหนี้ค่าวัสดุอาหารผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักขัง และผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2560 วงเงิน 1,730,711,800 บาท

หลังจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 กรมราขทัณฑ์กำหนดเป้าหมายผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักขัง และผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ จำนวน 192,700 คน แต่ผลการดำเนินงาน ปรากฏว่ามีจำนวนผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักขัง และผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ จำนวน 301,222 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ จำนวน 108,522 คน ทำให้งบประมาณที่ได้รับจัดสรรเพื่อเป็นค่าวัสดุอาหารในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ไม่เพียงพอ โดยกรมราชทัณฑ์ได้ใช้เงินเหลือจ่ายมาดำเนินการ จำนวน 9,364,158 บาท ยังคงมีหนี้ค่าวัสดุอาหารผู้ต้องขัง ค้างชำระอยู่อีก จำนวน 1,634,964,200 บาท

ข้อมูลของสำนักงบประมาณ ระบุว่า ปีงบประมาณ 2560 มีหน่วยงานรัฐค้างชำระค่ากระแสไฟฟ้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมากที่สุดถึง 1,728.85 ล้านบาท โดยหน่วยงานที่ค้างชำระมากเป็นลำดับต้นๆ คือ กรมราชทัณฑ์
กำลังโหลดความคิดเห็น...