xs
xsm
sm
md
lg

จับทาง“เทือก”จอมเสี้ยม ไล่แซะ ปชป.ให้ยวบ กรุยทางยึดพรรคอีกรอบ

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวการเมือง

“ไพบูลย์ เกกินะ” คนไม่เอา “เทพเทือก”
ครบเดือนพอดิบพอดี สำหรับอีเวนท์ของ “กำนันเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่ยังลุย “เดินคารวะแผ่นดิน” ไม่รู้เหน็ดเหนื่อย

โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปักหมุดไล่เก็บพื้นที่โซนปักษ์ใต้ ตั้งแต่ปลายด้ามขวาน ไล่ขึ้นมานราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา สตูล ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ภูเก็ต อันเป็นกำลังสำคัญสมัยทำ “ม็อบนกหวีด”

ภาพบรรยากาศส่วนใหญ่ผ่าน “สื่อของพรรค” ออกมาแช่มชื่น มีประชาชนมาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น แตกต่างจากในช่วงแรกที่ย่ำต๊อกทั่ว กทม.ด้วยความเงียบเหงา หรือโซนภาคตะวันออกก็ดูหงอยๆ ไม่แพ้กัน

เข้าใจดีว่าการจัดระเบียบ ออกแบบอีเวนท์ เซตคิว-เส้นทาง เริ่มลงตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ “แดนสะตอ” ที่มักคุ้นกับ “อดีตเลขาฯประชาธิปัตย์” กันเป็นอย่างดี

จะมีบ้างเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ไม่ปลื้มปริ่มกับ “อดีตเลขาฯ กปปส.” ซักเท่าไร ยังมี “อดีตแนวร่วม กปปส.” บางส่วน ที่ตั้งคำถามถึงการ “กลืนน้ำลาย” กลับมาเล่นการเมืองทั้งที่เคยประกาศจะไม่ยุ่งเกี่ยวอีก ซึ่ง “สุเทพ” ก็ใช้ลูกพลิ้วตามเคยว่า แค่มาช่วยทำพรรค ไม่รับตำแหน่งใดๆ แน่นอน

หรืออย่างกรณีที่ จ.นราธิวาส ที่มี “ชายคนหนึ่ง” แฝงตัวเป็น “แฟนคลับ” มาขอชักภาพเป็นที่ระลึกกับ “ลุงกำนัน” โดยทำท่าฮิต “มินิฮาร์ท” ที่โดยปกติแล้วจะใช้ “นิ้วโป้ง - นิ้วชี้” ทำเป็นรูปหัวใจดวงเล็ก แต่ชายคนนั้นกลับใช้ “นิ้วกลาง” แทน “นิ้วชี้” ท่ามินิฮาร์ทก็เลยออกมา “ทะแม่งๆ” พอเจ้าของท่าแปลกเอาไปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ก็กลายเป็นกระแสไวรัล แชร์กันไม่หวาดไม่ไหว ตีความท่าแปลกว่า “แจกของกำนัน” สร้างความขบขันในโลกออนไลน์ในวงกว้าง แม้จะถูกวิจารณ์ว่า ไม่ค่อยเหมาะสมก็ตาม

จากนั้นก็ดู “กำนันเทือก” จะเดินในทุกพื้นที่ได้อย่างสบาย ด้วยความคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ประกอบกับการที่มี “ลูกน้องเก่า” ในฐานะ “เจ้าของพื้นที่” มาให้การต้อนรับ อย่างที่ จ.สงขลา ที่ ถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำ กปปส. ที่ตอนนี้ยังอยู่พรรคประชาธปัตย์ แม้จะโค่นเก้าอี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ไม่สำเร็จก็ตาม

เป็น “ถาวร” ที่ไม่เพียงไปต้อนรับ ยังเปิดบ้านพักที่เป็น ศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ ให้ “สุเทพ” ปราศรัยหาเสียง ไม่เท่านั้นบางช่วงบางตอนยังโจมตีถึงพรรคประชาธิปัตย์ ต้นสังกัดอย่างเป็นทางการของ “ถาวร” ด้วย เพ่งเล็งเป้าไปที่ “เสี่ยเล็ก” ศิริโชค โสภา คนสนิทของ “อภิสิทธิ์” ที่เป็นจุดอ่อนให้ “พรรคสุเทพ” มาปักธงได้ที่นั่ง ส.ส.เขตที่สงขลาด้วย

เช่นเดียวกับที่ “เมืองคอน” ที่มี วิทยา แก้วภราดัย อดีตแกนนำ กปปส.ไปให้การต้อนรับ “พี่เทพ” พร้อมพาลงพื้นที่หาเสียง และหาสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติ แต่ไม่ได้เป็นประเด็นเท่าที่สงขลา ที่ทางต้นสังกัดอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งสั่งตั้งกรรมการสอบสวนกันวุ่นวาย ด้วยเข้าข่าย “ชักศึกเข้าบ้าน”

อันอาจทำให้องคาพยพในพรรคเดือดร้อน หากถูกชี้ว่าเข้าข่าย “ฮั้วกัน” แต่เรื่องวก็จบลงด้วยดี เมื่อ “ถาวร” พร้อมด้วย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตผู้ท้าชิงเห้าอี้หัวหน้าพรรค โร่เข้าไปเคลียร์ใจกับ “หัวหน้ามาร์ค” เป็นที่เรียบร้อย

ไคลแมกซ์เดิน “คารวะปักษ์ใต้” อยู่ที่ จ.กระบี่ เมื่อคณะของ “กำนันเทือก” กำลังพบปะพูดคุยพ่อค้าแม่ค้า ประชาชน ที่บริเวณตลาดสดมหาราช เทศบาลเมืองกระบี่ ขณะที่ “สุเทพ” กำลังเดินแจกใบสมัครสมาชิกพรรคอยู่นั้น ก็ได้มีเสียงของชายคนหนึ่งถามด้วย “สำเนียงทองแดง” ว่า “ใบอะไรที่มาเดินแจกอยู่” ทาง “สุเทพ” ก็ตอบว่า ใบสมัครเป็นสมาชิกพรรค

ทำให้ชายคนดังกล่าวตะโกนเสียงดัง “ไม่เอา ผมไม่เอาไอ้เทือก” ด้วยซาวน์แทรกภาษาใต้ อีกฝ่ายก็ตอบกลับอย่างใจเย็นว่า “ไม่เอา ก็ไม่เป็นไร ธรรมดา เป็นสิทธิของประชาชน”

แต่ยังไม่จบเมื่อชายคนดังกล่าวตะโกนอีกว่า “ไปให้พ้นๆ” ทำให้ “สุเทพ” อาศัยลีลานักการเมืองรุ่นเก๋าหันกลับมาถามว่า “คุณอยู่ไหน ไอ้บ่าว ดีได้รู้จักกันไว้” ก่อนที่ทางการ์ดจะกันตัวเจ้าของเสียงไล่ตะเพิดออกไป โดยไม่มีเหตุวุ่นวาย
เหตุการณ์ที่ตลาดมหาราช สะท้อน “กระแสชิงชัง” ที่มีต่อตัว “อดีตลุงกำนัน” ได้ไม่มากก็น้อยว่า ขนาดเขตปักษ์ใต้ เมืองกระบี่ แท้ๆ ยังไม่รอด หลังก่อนหน้านี้ โดนกระทำในลักษณะเดียวกันมาแล้วทั้งที่ กทม.ในหลายเหตุการณ์ หรือเมื่อครั้งอดีตแนวร่วม กปปส.บุกประชิดตัว “คืนนกหวีด” ที่เมืองแปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา แสดงออกให้เห็นถึงความผิดหวังในตัว “อดีตลุงกำนัน” เป็นอย่างมาก

หลังเหตุการณ์ทุกครั้ง “ทีมสุเทพ” ก็มักแก้ต่างว่า ยังได้รับเสียงตอบรับที่ดี มีคนต้อนรับเป็นพัน คนด่าเพียงไม่มีคน บ้างก็เปรียบว่า “ปลาตัวเดียว” ไม่ทำให้เสียกำลังใจ หรือกล่าวหาไป “มีคนจ้างมา” สร้างกระแสเท่านั้น
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรมกับถาวร เสนเนียม ที่วิ่งโร่เข้าไปเคลียร์กับหัวหน้ามาร์ค
เป็นคำแก้ต่างที่ไม่ยอมรับความจริงว่า สิ่งที่ “สุเทพ” กำลังทำในตอนนี้ ตลอดจน “สิ่งที่ไม่ได้ทำ” มาตลอด 4-5 ปียุค คสช.เรืองอำนาจ คือการ “ทรยศ” มวลมหาประชาชน

ทำให้ภาพลักษณ์ “ฮีโร่กู้ชาติ” ที่เคลือบฉาบไว้ หลุดล่อน กลายมาเป็น“เทพเทือก” นักการเมืองเขี้ยวลากเจ้าของวีรกรรม สปก.4-01, ที่ดินเขาแพง, น้ำมันปาล์มขาดตลาด หรือ “โรงพักร้าง” ที่ยังมีคดีคาอยู่ที่ ป.ป.ช.

อีกทั้งวาทกรรม “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ก็ถูกโยนทิ้งตั้งแต่ คสช.เข้ามายึดอำนาจ ไม่มีเสียงเรียกร้องใดๆ จาก “สุเทพ” แล้วยังมาตั้งพรรคการเมืองประกาศขอ “ร่วมรัฐบาล” เท่านั้น ก็เหมือนตบหน้า “มวลมหาประชาชน” ฉาดใหญ่

ไม่เพียงแต่ก้าวย่างในฐานะ “เจ้าของพรรคการเมือง” เท่านั้น ก้าวย่างของ “อดีตเลขาฯพรรคประชาธิปัตย์” ก็ยังเต็มไปด้วยกลเกมทางการเมือง ยืมมือ “ลูกน้อง”ที่ฝากเลี้ยงไว้ ปั่นป่วนสังกัดเก่า “ประชาธิปัตย์” ไม่หยุดหย่อน

ตั้งแต่ครั้งศึกชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค “เด็กในสังกัด”อย่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม - ถาวร เสนเนียม ตั้งก๊กท้าชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค แต่ไม่สำเร็จ ไล่มาถึงการลงพื้นที่ที่ก้าวข้ามคำว่า “มารยาททางการเมือง” อย่างรุนแรง จนอาจนำพา “พรรคเก่าแก่” ตกเหวถูกยุบพรรคได้ง่ายๆ

กระทั่งการไล่ “ชกใต้เข็มขัด” หาเรื่องไปเรื่อย ตามคิวที่ “ผู้กองปูเค็ม”ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล นายทหารบกนอกราชการ หัวหมู่-ตัวป่วนสมัยม็อบ กปปส. ไปร้องเรียนกล่าวหา “เฮียมาร์ค” ว่ามีส่วน “ทุจริต”การหยั่งเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ทั้งที่ไม่ได้มีสถานะเป็นสมาชิกพรรค ที่สำคัญผู้มีส่วนได้เสียอย่าง “หมอวรงค์-นายหัวถาวร” ก็ไม่ยักจะหยิบมาเป็นประเด็น

เป็นที่รู้กันว่า “ผู้กองปูเค็ม” ไม่ใช่ใครที่ไหน มือไม้คนทำงานให้กับ “สุเทพ” มาตั้งแต่ก่อนมี กปปส. ด้วยซ้ำ ดังคำถามของ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ยิงหมัดฮุกเข้าหน้า “ผู้กองปูเค็ม” ว่า “ไม่ทราบว่าไปรับงานใครมาหรือเปล่า”

อ่านไม่ยากว่า ก้าวย่างของ “สุเทพ” มาจากการประเมินในฐานะ “เซียนการเมือง” ว่า “รวมพลังประชาชาติ” คงไปไม่รอด จำเป็นต้องใช้ฐานพรรคประชาธิปัตย์ในการต่อรองผลประโยชน์ในอนาคต

เป็นเหตุให้ต้องคอยเสี้ยมคอยแซะให้ “ประชาธิปัตย์” รังเก่าอ่อนแรงมากที่สุด ตามคิวหลังเลือกตั้งโอกาสชนะได้ ส.ส.มากที่สุดเป็นไปได้ยาก ไฟต์บังคับ “หัวหน้ามาร์ค” ต้องลาออก ตีให้ยวบ ก่อนสบช่องหาทางเข้ายึดพรรค ไว้เสริมบารมี-อำนาจต่อรองให้กับตัวเองอีกคำรบ

อย่าลืมว่าขี้หมูขี้หมา หลังเลือกตั้ง “ค่ายสะตอ” มีแน่ ส.ส.หลายสิบ ดีไม่ดีได้ถึง 100 ที่นั่งบวกๆ หยิบมาต่อยอดสวมตอได้บานตะไท

แค่นี้แหละเกมตื้นๆของ “สุเทพ” ผู้หมดราคาทางการเมืองไปนานแล้ว.


กำลังโหลดความคิดเห็น...