xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ ไฟเขียว “มาตรการหยุดกรีดยางทั่วประเทศ” พัฒนาอาชีพไม่เกิน 10-15 ไร่ ก.เกษตรฯ จ่อชงเข้า ครม.พรุ่งนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายกฯ ไฟเขียว “มาตรการหยุดกรีดยางทั่วประเทศ” ก.เกษตรฯ จ่อชงเข้า ครม. พรุ่งนี้ พร้อมเร่งจัดทำ “โครงการพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกร” รายละไม่เกิน 10-15 ไร่ เร่งรัดการใช้ยางภายในประเทศให้มากขึ้นด้วย เผย รอ “กนย.” มาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือชาวสวนยางพารา ทั้ง โครงการเร่งด่วนพัฒนาอาชีพ สร้างความเข้มแข็งชาวสวนยางรายครอบครัว หวังเพิ่มรายได้ ลดปริมาณการผลิต เน้นส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนต้นยางพาราที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป หรืออายุ 15 ปี ส่วนแก้ปัญหา “ปาล์ม” จ่อแผนพัฒนา B20 เพิ่มเติม

วันนี้ (19 พ.ย.) แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ส่วนตัว “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” ระบุว่า “บ่ายนี้ผมเรียกประชุมด่วนเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เช่น สวนยางก็มีโครงการพัฒนาอาชีพคนละไม่เกิน 10-15 ไร่ ลดปริมาณการผลิต ชะลอการกรีด ส่งเสริมการใช้ยางในประเทศ พรุ่งนี้ (20 พ.ย.) เร่งเข้าที่ประชุม ครม. พิจารณาครับ”

โดยหลังจากการประชุม มีรายงานว่า นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะนำผลสรุปการหารือ จัดทำเป็น “มาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือชาวสวนยางพารา” เสนอต่อคณะกรรมการยางพาราและคณะกรรมการนโยบายยางพาราธรรมชาติ (กนย.) ประกอบด้วย โครงการเร่งด่วนพัฒนาอาชีพ เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรชาวสวนยางเป็นรายครอบครัวเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้นระหว่างราคายางพาราตกต่ำ ลดปริมาณการผลิตยางพาราโดยส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนต้นยางพาราที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไปหรืออายุ 15 ปี แต่ต้นโทรมให้น้ำยางน้อยไม่คุ้มค่าเพื่อไปปลูกพืชอื่นๆ

รวมทั้งสนับสนุนให้ปลูกพืชต่างๆ แซมในสวนยาง โดยอาจพิจารณาให้แรงจูงใจกับเกษตรกรมากกว่าปัจจุบันเพื่อเร่งการตัดสินใจลดปริมาณการผลิตยาง ซึ่งจะทำควบคู่กับการให้แรงจูงใจกับผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ไม้ยางพาราในประเทศเป็นวัตถุดิบหรือลดภาษีสินค้าเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ไม้ยางพาราในประเทศเป็นวัตถุดิบเพื่อเพิ่มอุปสงค์ไม้ยางพาราให้สอดรับกับอุปทานไม้ยางพาราที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น

มาตรการสำคัญซึ่งคาดว่า จะลดปริมาณยางพาราออกสู่ตลาดได้อย่างแน่นอนคือ การหยุดกรีดยาง (tapping holiday) เป็นเวลา 1-2 เดือน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ และการยางแห่งประเทศไทยเชิญชวนให้ชาวสวนยางทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการฝากน้ำยางไว้กับต้นยางช่วงราคาตกต่ำซึ่งจะทำให้ยางพาราลดลงจากตลาดไปในทันทีจำนวน 500,000 ตันต่อเดือนเพื่อกระตุ้นราคายางพาราในตลาด (short price) ให้ปรับตัวสูงขึ้นเพราะการซื้อขายยางนั้นเป็นแบบส่งมอบสินค้าและซื้อขายล่วงหน้า โดยมีสัญญาส่งมอบสินค้าเมื่อครบอายุสัญญา 

สำหรับ วิธีการหยุดกรีดยางนั้น หากสามารถควบคุมการหยุดกรีดได้จริงจะมีผลให้การราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้นมาก จึงต้องการสื่อสารถึงเกษตรกรชาวสวนยางทั้งประเทศที่เห็นด้วยกับมาตราการดังกล่าว โดยหากมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการมากกว่าร้อยละ 80 ของเกษตรกรชาวสวนยางทั้งประเทศ จะมอบหมายให้กยท.ไปจัดทำโครงการส่งเสริมอาชีพชาวสวนยางระหว่างโครงการเพื่อให้มีรายได้มาชดเชยช่วงหยุดกรีดยางต่อไป

ล่าสุด กระทรวงเกษตรฯ ได้ขอความร่วมมือบริษัท หรือภาคเอกชนที่มีธุรกิจแปรรูป หรือโรงงานอุตสาหกรรมผลิตล้อยางส่งขายในต่างประเทศและหรือภายในประเทศเพื่อขอให้เข้าร่วมรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนเปลี่ยนยางล้อรถยนต์ในช่วงเทศกาลปีใหม่เพื่อความปลอดภัยทางถนนในราคาถูก โดยสามารถนำใบเสร็จซื้อยางล้อรถยนต์ไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลหรือนิติบุคคลประจำปีได้ ในขณะที่บริษัทเอกชนหรือโรงงานที่เข้าร่วมโครงการผลิตล้อรถยนต์ราคาถูกจะได้สิทธิพิเศษทางภาษีเช่นกัน

โดยมีเงื่อนไขและหลักฐานว่า ซื้อยางพาราจากกลุ่มเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรที่ กยท. รับรองโดยตรงด้วย อีกทั้งได้เชิญชวนบริษัทเอกชนทั้งของไทยและต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนผลิตหรือรับแปรรูปยางส่งไปขายต่างประเทศโดยมีสิทธิพิเศษทางการลงทุนตามที่หน่วยงานรัฐและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะได้กำหนดต่อไป สำหรับการส่งเสริมและเร่งรัดการใช้ยางพาราในประเทศให้มากขึ้นอย่างเร่งด่วนโดยส่งเสริมการใช้ยางพาราและผลิตภัณฑ์จากยางพาราในทุกรูปแบบโดยจะเริ่มจากหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐก่อน แล้วจึงขยายไปสู่ตลาดหรืออุตสาหกรรมต่างๆ ต่อไป

“เกษตรกรชาวสวนยางประสบปัญหา เพราะมีรายได้ไม่เพียงพอ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือตามมาตรการต่างๆ เหมือนเช่นในอดีตที่ราคายางพาราตกต่ำ”

ทั้งนี้ ล่าสุด พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการด่วนที่สุดให้มีการพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำอย่างเร่งด่วนในที่ประชุม ครม. ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นด้วยกับมาตรการหยุดกรีดยางทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ จะต้องจัดทำโครงการพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกรรายละไม่เกิน 10-15 ไร่ รวมถึงจะเร่งรัดการใช้ยางภายในประเทศให้มากขึ้นด้วย
กำลังโหลดความคิดเห็น...