xs
xsm
sm
md
lg

“โฆษกไทยศรีวิไลย์” ให้กำลังใจประธาน ป.ป.ช. ขออย่าแก้ไข-ผ่อนปรนการยื่นบัญชีทรัพย์สินนายก-กรรมการสภามหาวิทยาลัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ภคอร จันทรคณา” โฆษกไทยศรีวิไลย์ โวย “มีชัย-พรเพชร-พระเถระชั้นผู้ใหญ่” ทำตัวน่าสงสัย ไม่น่านับถือ

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของชาติ (ภตช.) นำโดย น.ส.ภคอร จันทรคณา รองเลขาธิการ ภตช. และโฆษกพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมคณะ ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.เพื่อให้กำลังใจและขอให้คงประกาศ ป.ป.ช. เรื่องกําหนดตําแหน่งของเจ้าพนักงานของรัฐซึ่งจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 103 พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ไม่ต้องแก้ไข

โดย น.ส.ภคอรกล่าวว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากข้าราชการมหาวิทยาลัย พนักงานมหาวิทยาลัย อดีตกรรมการสภามหาวิทยาลัย เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบของอธิการบดี รองอธิการบดี นายกสภา-กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันงบประมาณแผ่นดิน ทุจริตการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ มีฐานะที่ร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งช่วง 5 เมษายน 2561 ทาง ภตช.ได้ยื่นเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ออกประกาศกำหนดตำแหน่งเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน เพราะเป็นตำแหน่งที่สามารถหาประโยชน์ได้ ให้คุณให้โทษได้ เช่น นายกสภา-กรรมการสภามหาวิทยาลัย รองอธิบดี รองเลขาธิการ รองปลัดกระทรวง ฯลฯ และเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2561 ป.ป.ช. ได้ออกประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องกําหนดตําแหน่งของเจ้าพนักงานของรัฐซึ่งจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 103 พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งกำหนดให้นายกสภา-กรรมการสภามหาวิทยาลัย รองอธิการบดี รองอธิบดี รองเลขาธิการ รองปลัดกระทรวง กรรมการ สปสช. ฯลฯ ต้องยื่นชี้แจงบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภายใน 30 วัน จากนั้นจึงมีข่าวว่าจะมีนายกสภา-กรรมการสภามหาวิทยาลัย กรรมการ สปสช.จะลาออกเนื่องจากไม่อยากชี้แจงบัญชีทรัพย์สิน และ ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีข้อสรุปเห็นด้วยที่จะให้ รองอธิการบดีชี้แจงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ด้วยความยินดี แต่ในส่วนของนายกสภา-กรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่เห็นด้วยไม่สามารถชี้แจงบัญชีทรัพย์สินได้เพราะยุ่งยาก จึงจะลาออกจากตำแหน่งจำนวนมากหรือทั้งหมด ถ้า ป.ป.ช.ยังไม่ยกเลิกกฎหมายดังกล่าว

น.ส.ภคอรกล่าวว่า ตรงความเห็นว่าตำแหน่งนายกสภา-กรรมการสภามหาวิทยาลัย กรรมการ สปสช.อื่นๆ มีความสำคัญมากสามารถให้คุณให้โทษกับอธิการบดีหรือฝ่ายบริหารได้ ถ้าไม่ใช่พวกเดียวกัน ก็ทำงานไม่ได้ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งซ่องสุมกำลังทางวิชาการ ผลประโยชน์ ในหมู่ผู้บริหาร กรรมการสภามหาวิทยาลัย ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐตั้งแต่ 1.5 หมื่นล้านบาท ลดหลั่นกันไปตามขนาดของมหาวิทยาลัย ความนิยม ผู้บริหารแต่ละท่านเงินเดือนร่วม 3-7 แสนบาทต่อเดือน ไม่รวมค่ากรรมการหลักสูตร ไม่นับเงินที่เอาไปทุจริตกัน ข้อสังเกต นายกสภา กรรมการสภา อธิการบดี รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยดังๆ บางแห่งจะมีฐานะร่ำรวยมากกว่านายกรัฐมนตรีหลายเท่าตัว ถือว่าแต่ละตำแหน่งมีจุดเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชัน

“สิ่งที่น่าตกใจมาก คือ บุคคลสำคัญระดับปรมาจารย์ทางกฎหมายอย่างนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. และ 60 สมาชิกของ คสช. พ่วงนายกสภามหาวิทยาลัย-กรรมการสภามหาวิทยาลัย กว่า 8 แห่ง กลับจะหนีการตรวจสอบไม่ยอมยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. อีกทั้งกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะลาออกยกคณะ หรือแม้แต่กรรมการสภามหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยของสงฆ์ก็จะลาออกเช่นกัน ซึ่ง กรรมการสภามีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ระดับพระราชาคณะ ชั้นพราหมณ์ขึ้นไปเป็นกรรมการ ก็จะชิ่งไม่ชี้แจงบัญชีทรัพย์สิน เป็นแบบนี้แล้วประเทศไทยจะยึดถือผู้ใหญ่ ครู อาจารย์ พระ ได้อย่างไร แม้กระทั่งความโปร่งใสเบื้องต้นยังไม่สามารถทำตัวเป็นแบบอย่างให้แก่เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ครู ผู้ใต้บังคับบัญชาได้เลย ยิ่งในส่วนของ สนช.แม้แต่ตัวนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.พร้อมพวกก็จะไม่ยอมให้ ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะ นี่คนร่างกฎหมายยังทำตัวไม่โปร่งใส จะให้ประชาชนเชื่อถือได้อย่างไร” น.ส.ภคอรกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...