xs
xsm
sm
md
lg

“ไก่(อู)” ขันไม่ดัง ต้องใช้ “นกหวีด” ปลด “สรรเสริญ” ตั้ง “พุทธิพงษ์” เสียหน้าเล็กๆ แต่อนาคตใสปิ๊ง

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวการเมือง

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด
ป้อมพระสุเมรุ

กระต๊ากๆ ร้องจ๊ากทั้งทำเนียบรัฐบาล ก็จู่ๆ “นายกฯ ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็โพล่งออกมาเองภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า “สัปดาห์หน้าเป็นต้นไปจะมอบหมายให้ บี(นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง) ทำหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ หลายคนอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯไปทำหน้าที่รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ แบ่งงานกันไปแต่ยังช่วยกันไปเหมือนเดิม”

“เปลี่ยนบรรยากาศ -ปรับภาพลักษณ์ลุคใหม่” คือเหตุผลที่ “ประยุทธ์” ระบุ พร้อมปกป้อง “บิ๊กไก่อู” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด นายทหารคู่ขวัญของตัวเอง ด้วยว่า “ไม่ได้บกพร่องอะไร”

สิ้นเสียงท่านนายกฯ ทำเอาทั้งกระจอกข่าว ทั้งคนในข่าว งงเป็นไก่ตาแตก เช็กข่าวกันให้วุ่น ด้วยไม่มีสัญญาณอะไรออกมาก่อนหน้านี้ ถึงขนาดข้ามวันแล้ว วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ยังบอกว่า ไม่ทราบเรื่องมาก่อน และเรื่องนี้ยังไม่ได้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เป็นเรื่องการเมือง เพิ่งได้ยินตอนที่นายกฯ แถลงเหมือนกัน

ขณะที่ “คนในข่าว” ทั้งผู้มาใหม่อย่าง “เสี่ยบี” พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯ และคนเก่าอย่าง “บิ๊กไก่อู” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เจ้าของเก้าอี้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (โฆษกรัฐบาล) ก็บอกว่า ไม่รู้มาก่อนเช่นกัน โดย “พล.ท.สรรเสริญ” ก็พูดแบบ “กลืนเลือด” ตามสไตล์นายทหารว่า “น้อมรับคำสั่ง” พร้อมเปิดเผยว่าเตรียมทำเรื่องโอนย้ายมาเป็น อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เต็มตัว เพียงตำแหน่งเดียว ซึ่งต้องรอระเบียบขั้นตอนของการโอนย้ายจาก “ข้าราชการทหาร” มาเป็น “ข้าราชการพลเรือน” ให้เรียบร้อยก่อน

“เมื่อผู้บังคับบัญชาโดยตรงของตน ซึ่งหมายถึงเลขาธิการนายกฯ และนายกฯ ตกลงใจเลือกสิ่งใดให้แล้วย่อมถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผู้บังคับบัญชาให้ความไว้วางใจ” พล.ท.สรรเสริญ ว่าไว้

ขณะที่ “เสี่ยบี” ที่ออกตัวว่าไม่รู้ล่วงหน้า ก็เด้งดึ๋งรับบทบาทใหม่ทันทีว่า ต้องปรับแผนในการสื่อสารกับสื่อมวลชนในหลายมิติ โดยเฉพาะ “โซเชียลเน็ตเวิร์ก” ที่ต้องเพิ่มอีกหลายระดับ เพื่ออำนวยความสะดวกกับสื่อมวลชนในทุกด้าน และสื่อสารถึงประชาชนให้ดีขึ้น

เหตุผลกลใดไม่ต้องพิเคราะห์ให้มากความว่าเหตุใด “บิ๊กตู่” ถึงเฉดหัว “น้องไก่อู” แล้วให้อดีตแกนนำ กปปส. หรือม็อบนกหวีด มาทำหน้าที่ “โทรโข่ง” แทน ก็ด้วย “ผลงานมันฟ้อง” หลังจากที่ “บิ๊กไก่อู” ได้ขึ้นเป็นโฆษกรัฐบาลเต็มตัวตั้งแต่สิงหาคม 2558 เป็นต้นมา ก็ถูกตำหนิหลายครั้งว่า การทำงานไม่เข้าเป้า ไม่เปรี้ยง ไม่ปัง หลายครั้งแถลงล้นเกินเนื้อหา หรือบางครั้งก็ตกหล่น ต้องกลับมาเก็บกวาดอยู่บ่อยครั้ง

ไม่เท่านั้นยังสร้างความร้าวฉานกินแหนงแคลงใจกับผู้คนไปทั่ว ล่าสุดหลงลืมหรือตั้งใจไม่ทราบได้ ไม่ยอมแถลงประเด็นการบริหารจัดการน้ำ ผลงานเรือธงส่วนตัวของ “บิ๊กนมชง” พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ เพื่อนซี้นายกฯตู่ ทำเอา “ฉัตรชัย” ฉุนขาด หรือผู้บังคับบัญชาโดยตรงอย่าง “บิ๊กอ้อ” พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ ก็มีประเด็น “ขบเหลี่ยม-ปีนเกลียว” กลายเป็น “ไม้เบื่อไม้เมา” กันมาตลอด

รวมไปถึงกรณีข่าวปล่อยแซะเก้าอี้ “4 รัฐมนตรีประชารัฐ” ให้ลาออกไปลุยการเมืองเต็มตัว ก็มีชื่อ “นายพลไก่อู” เป็นผู้ต้องสงสัยในฐานะ “เจ้ากรมข่าวลือ” ด้วย

กับสื่อมวลชนที่ต้องทำงานร่วมกันแบบ “น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า” ก็ความสัมพันธ์ไม่สู้ดี เฉกเช่นเดียวกับ “ผู้ใต้บังคับบัญชา” ทั้งที่สำนักโฆษก ทำเนียบฯ หรือที่กรมประชาสัมพันธ์ ก็ดูจะไม่ให้ความเคารพเท่าไร

ผิดกลับ “เสี่ยบี” อดีตแกนนำม็อบนกหวีดที่พกเอาประเด็นจุดอ่อน “ผลประโยชน์ต่างตอบแทน” ปิดบ้านปิดเมืองจนได้มากินตำแหน่งรองเลขาฯ นายกฯ โดยเปิดหัวโชว์ผลงานเปรี้ยงปร้าง โดยเฉพาะโปรเจ็กต์ “ตู่ดิจิทัล” ดัน “ลุงตู่” ลุยสังเวียนโซเชียล จนกลายเป็นกระแส

หากตัดเสียงด่าทอออกไป เรื่องปริมาณที่พรวดเดียวใกล้ทะลุ 4 แสนไลค์ อยู่รอมร่อ ก็กินขาดแล้ว
พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์
อีกทั้ง “เสี่ยบี” ยังมีชื่อเป็นหนึ่งในว่าที่กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็น “นั่งร้าน” ให้ “ลุงตู่” เบิ้ลเก้าอี้ผู้นำประเทศ การมอบตำแหน่งแห่งที่ออกสื่อบ่อยๆ ย่อมเป็นผลดีกับพรรคมากกว่าการใช้ “นายพลทหาร” ที่ดูท่าจะ “ไม่ได้ไปต่อ”

อย่างไรก็ดีในมุมของ “บิ๊กไก่อู” แม้จะ “เสียหน้า-เสียความรู้สึก” บ้าง แต่มองในแง่ดีก็ถือว่าพ้นเคราะห์ไม่ต้องเเบกหน้าเป็น “หนังหน้าไฟ” อีกต่อไป อีกทั้งก็ไม่ได้ตกต่ำหมดวาสนาซะทีเดียว เมื่อได้ “ตั๋วทางลัด” ข้ามห้วย-ข้ามรั้ว จาก ผู้ชำนาญการกองทัพบก ที่ตีบต้นทางอนาคตทางราชการ ไปกินตำแหน่ง อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ แบบที่ใครก็ทำไม่ได้ เลิกถ่างขาคร่อม 3 ตำแหน่ง “ผู้ชำนาญการกองทัพบก-โฆษกรัฐบาล-อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์” ซักที ทิ้งเกียรติภูมิชีวิตราชการทหารไว้เบื้องหลัง หอบอายุราชการยาวๆ 5 ปี มาเป็นใหญ่ที่กรมประชาสัมพันธ์

หนึ่ง-ยศ “นายพลโท” ก็ยังติดตัว สอง-โยกมาเป็น อธิบดีกรมประชาฯ อัพเกรดขึ้น “ซี 10” แบบไม่ต้องวิ่งเต้นให้เหนื่อย อายุราชการก็เหลือเฟือ ถ้า “รัฐบาลทหาร” ได้รีเทิร์นควงอำนาจ โอกาสเล็งเป้าปลัดสำนักนายกฯ-ปลัดกระทรวง ระดับ “ซี 11” ส่วนยอดข้าราชการไทยก็ไม่น่าพลาด

หรือแย่จริงๆ ก็ขอโอนย้ายกลับกลาโหม รอวันเกษียณ ฟาดยศ “นายพลเอก” ปิดฉากชีวิตราชการแบบสวยๆ ก็ยังได้

ช่วงนี้ก็เอาเวลาไปสนุกกับบทบาท “ดีเจไก่อู” จัดรายการ “ศุกร์สบาย สไตล์ไก่อู” เปิดเพลงลูกทุ่งตามคอนเซ็ปต์ “โฆษกคณะรักษาความสนุกแห่งชาติ” อะไรนั่นไปก่อน ส่วน “ฝันใหญ่” ที่เคยประกาศจะเป็น “รัฐมนตรี” สักหนในยุค คสช.เรืองอำนาจ ก็ค่อยหาทางกลับมา เข้าสู่เข้าเลน เข้าหานาย อีกทีละกัน.


กำลังโหลดความคิดเห็น...