xs
xsm
sm
md
lg

จับโกหก ทอท.!! “กูรู”ชำแหละบิดเบือน-แถไถ ปมแก้“ผังแม่บท”สุวรรณภูมิ

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวการเมือง


ป้อมพระสุเมรุ

“มติเอกฉันท์” ผลการลงมติของ 12 องค์กรวิชาชีพ-สถาบันการศึกษา ทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ที่มีความเห็นพ้องกันว่า “ไม่เห็นด้วย” ที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “ทอท.” จะเดินหน้าก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิ

ภายหลังร่วมเป็น “ฝ่ายประเมิน” รับฟังการเสวนาบนเวทีสาธารณะในหัวข้อ "กะเทาะเปลือกสนามบินสุวรรณภูมิ" ซึ่งจัดโดยสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

“เนื่องจากมาสเตอร์แพลนเดิมเหมาะสมอยู่แล้ว และในอนาคตจะมีสนามบินมากถึง 3 แห่ง คือสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอู่ตะเภา ดังนั้นในส่วนของสนามบินสุวรรณภูมินั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนเพิ่มเพื่อให้รองรับผู้โดยสารสูงสุดให้ได้ถึง 150 ล้านคน ตามเป้าหมายของ ทอท. ควรจะลงทุนเพียงแค่การต่อขยายอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1 ทางด้านฝั่งตะวันตกและตะวันออก ซึ่งเป็นไปตามมาสเตอร์แพลนเดิม สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 100-120 ล้านคนก็เพียงพอแล้วแต่ให้ไปบริหารจัดการการให้บริการเชิงคุณภาพแทน”

คือความเห็นแนบท้ายมติ ที่จะมีการนำไปเสนอต่อรัฐบาลเพื่อให้หาทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยมีการพูดกันว่าอาจจำเป็นที่จะต้องใช้อำนาจพิเศษของ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เลยด้วยซ้ำ

เนื่องเพราะโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ ทอท.กำลังผลักดันท่ามกลางข้อสังเกต-ข้อท้วงติงจากปลายฝ่ายอย่างกว้างขวางในขณะนี้นั้น เป็นเมกะโปรเจ็คต์ขนาดใหญ่ ใช้งบประมาณลงทุนถึงกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท

ไม่เท่านั้นผู้สันทัดกรณียังชี้ว่าหาก ทอท.ดันทุรังเดินหน้าโครงการที่ดำเนินการภายใต้ “แผนแม่บทใหม่” อาจทำให้ประเทศชาติสูญเสียงบประมาณถึงกว่า 1 แสนล้านบาท โดยที่ไม่ได้ผลลัพธ์ในการรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้

ต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หนึ่งในผู้ร่วมงานและเป็นฝ่ายซักค้าน บนเวทีเสวนาของสมาคมสถาปนิกสยามฯ เล่าบรรยากาศในวันนั้นว่า “สมาคมสถาปนิกสยามฯ จัดได้ดี ได้ผลเกินคาด มีจัดเก้าอี้ ให้ ทอท.เป็นฝ่ายเสนอ และมีฝ่ายค้านคือ ผม (ต่อตระกูล) และผู้ที่มีความเห็นตรงข้ามกับการเปลี่ยนแปลงแผนแม่บทของ ทอท. รวมทั้งมีฝ่ายผู้ประเมิน คือ คนกลางจากสมาคมวิชาชีพ อาจารย์จากหลายมหาวิทยาลัยด้วย”

ในการซักถามนอกเหนือจาก “ต่อตระกูล” แล้ว ก็ยังมี สมเจตน์ ทิณพงศ์ อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) ผู้พัฒนาโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ และสถาปนิกอาวุโส ชัชวาลย์ พริ้งพวงแก้ว ประธานกรรมการ บริษัท ดีไซน์ 103 อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองฯผู้ว่า กทม. เป็นหัวหอกสำคัญในการประเคนคำถาม-ข้อสงสัยใส่ “ฝ่ายเสนอ”

โดย “ฝ่ายเสนอ” มี เอนก ธีระวิวัฒน์ชัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. (ด้านวิศวกรรมและก่อสร้าง) ที่ นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.ส่งมาเป็นมวยแทน เป็นผู้ตอบคำถามของ “ฝ่ายค้าน”

รายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดการอภิปรายที่ใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมงเต็มนั้น “รองฯเอนก” ตอบข้อซักถามที่ส่วนใหญ่เป็น “เรื่องทางเทคนิค” ได้พอสมควร แต่หลายๆคำถามก็ “จนแต้ม” ต้องขอรับเอากลับไปเป็น “การบ้าน” และจะชี้แจงในโอกาสต่อไป

อาการพูดไม่ออก-บอกไม่ถูกของ “รองฯเอนก” ที่ดูจะ “เป็นมวย” ในเรื่องวิศวกรรมและการก่อสร้างที่สุด ในแผงผู้บริหาร ทอท. ก็ไม่ต่างจากถูกจับขึงพืดกลางสปอตไลท์

“เป็นการใช้ความจริงล้วนๆ จับโกหก ผู้บริหารที่พูดไม่จริง กลางที่ประชุม” ไพโรจน์ จีรบุณย์ ผู้ก่อตั้งเพจ “สถาปนิกเพื่อสังคม” ที่เคลื่อนไหวในประเด็นนี้มาอย่างต่อเนื่อง และได้ไปร่วมการเสวนาด้วยสรุปไว้เช่นนั้น

“ไพโรจน์” ระบุด้วยว่า ในที่การประชุมเพื่อแสดงข้อเท็จจริงของแต่ละฝ่าย ต่อหน้ากัน เป็นครั้งแรก ทั้งฝ่าย ทอท. และฝ่ายคัดค้านโครงการ โดยมีผู้สนใจติดตามประเด็นนี้อย่างมากมาย จากเวทีที่่ “ทอท.” คิดไว้ว่าจะใช้เป็น “ตรายาง” ฟอกตัวเอง กลายเป็นเวทีที่เต็มไปด้วย “ผู้รู้-ผู้เชี่ยวชาญ” แนวหน้าในวิชาชีพต่างๆที่มากันครบครัน

บนเวทีมีการแสดง “หลักฐานข้อเท็จจริง” ในสาระสำคัญ ที่มีเนื้อหา “ตรงกันข้าม” กับที่ทาง ทอท.ให้ข้อมูลต่อสาธารณะ มาโดยตลอด แสดงถึงความไม่ชอบธรรม ความไม่มีธรรมาภิบาล ของผู้รับผิดชอบ

2 ประเด็นใหญ่ที่ “ไพโรจน์” หยิบยกขึ้นมา “ตบหน้า” ทอท. คือ

1.ที่ ทอท.บอกว่า ส่วนต่อขยายเทอร์มินอล 1 ด้านทิศตะวันออก สร้างยาก มีผลกระทบ ก็เลยยังไม่สร้า’ก็ “จำนนด้วยหลักฐาน” ว่า "ไม่จริง"

และ 2.อาคารเทอร์มินอล 2 (ที่ไพโรจน์เรียกว่า “Terminal Shit”) ได้รับรองจาก องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ว่า ให้สร้างตรงนั้นได้ ก็ “จำนนด้วยหลักฐาน” ว่า “ไม่จริง”

แค่ 2 เรื่องนี้ “ไพโรจน์” ถึงขนาดบอกว่า “ถ้าเป็นผม ก็คงอาย แทบจะขอลี้ภัย … แต่นี้ไป ยังมีศักดิ์ศรี พอที่จะทำงานตำแหน่งนั้น กันต่ออีกหรือเปล่า”

มี “โจ๊ก” ระหว่างการดีเบตในประเด็นการรับรองจาก ICAO ด้วยว่า ตอนแรกทาง ทอท.ยืนยันว่า เทอร์มินอล 2 ที่กำลังจะสร้าง (ซึ่งไม่ตรงตามมาสเตอร์แพลนเดิม” นั้นทำตามคำแนะนำของ ICAO ทุกประการ ก่อนที่ “ดร.สมเจตน์” จะนำเอกสาร ICAO มาแสดงให้เห็นว่า "แนะนำให้ขยาย “คองคอร์ส” (อาคารเทียบเครื่องบิน) เฉยๆ ไม่ได้ให้ฉวยโอกาสทำ “เทอร์มินอล” ใหญ่ขนาดนั้น (เพิ่มพื้นที่เชิงพาณิชย์)"

ฝ่าย ทอท.ตอบกลับมาว่า "เราไม่จำเป็นต้องเชื่อ ICAO" ทำเอาขำไม่ออกกันทั้งห้องประชุม

น่าติดตามต่อไปว่า เมื่อ ทอท.ถูกจับได้ว่า “พูดไม่จริง” หรือ “โกหก” มาตลอดแล้ว ทิศทางของเมกะโปรเจ็คต์นี้จะเป็นไปอย่างไรต่อ จะ “สำนึก ยอมรับ แก้ไข” หรือไม่ยอมรับ แล้ว “บิดเบือน แถไถ ดันทุรัง" ต่อไป

จริงอยู่ที่มติเอกฉันท์ของ 12 องค์กรวิชาชีพ จะไม่ได้มีผลบังคับใช้เหมือนกฎหมายหรือมติจากหน่วยงานภาครัฐ แต่ก็สะท้อนว่าเป็นความเห็นจากการสดับรับฟังข้อมูลจาก 2 ฝ่ายแล้ว อันชี้ให้เห็นถึงผลเสียที่ตามมาหาก “ดันทุรัง” เดินหน้าโครงการก่อสร้างเทอร์มินอล 2 ตามแผนแม่บทที่ถูกปรับแก้โดยไร้การรับรองจาก ICAO องค์ที่ยอมรับในระดับโลก

แรงกดดันนี้ ไม่ใช่กระทบเฉพาะแค่ ทอท. แต่ยังมีผลพวงไปถึงการตัดสินใจทางหนึ่งทางใดของ “รัฐบาล คสช.” ด้วย จนทำทางจะดันทุรังต่อไปไม่ไหว แม้จะมีความพยายามไปพึ่ง ICAO เพื่อให้รับรองแผนแม่บทสนามบินสุวรรณภูมิฉบับแก้ไขก็ตาม

เชื่อกันว่าในฐานะ “มืออาชีพ” มุมมองของ ICAO ก็คงไม่ต่างจาก “ฝ่ายคัดค้าน” เท่าใด จึงขึ้นอยู่กับ “รับบาล คสช.” มากกว่าว่าจะกล้าตัดสินใจหรือไม่ และจะเร็วหรือช้าแค่ไหน

หรือมีผลประโยชน์อะไรบังตาอย่างที่ใครต่อใครตั้งข้อสังเกตกันไว้ จนหลับตาข้างหนึ่งแล้วผลักดันโครงการต่อไป โดยที่ไม่คำนึงว่าประเทศชาติจะเสียหายมหาศาลเพียงใด.
 


กำลังโหลดความคิดเห็น...