xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ สั่งเร่งช่วย “ผู้ปลูกใบยาสูบ” หลังราคาตก แนะระหว่างรอมติบอร์ดรับซื้อ ให้ไปปลูกพืชชนิดอื่นเสริม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายกฯ สั่ง ก.เกษตร-ก.คลัง เร่งออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบที่ได้รับผลกระทบใบยาสูบราคาตกต่ำ ระหว่างรอมติ “บอร์ดยาสูบ” รับซื้อใบยาฤดูผลิตใหม่ แนะให้ไปหาทางออกส่งเสริมปลูกพืชชนิดอื่นแทนยาสูบ หรือปรับเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่นที่เหมาะสมกว่า

วันนี้ (16 ต.ค.) แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เวียนหนังสือข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ส่งถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบทั่วประเทศ โดยให้ร่วมกับกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณากำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ใบยาสูบมีราคาตกตํ่าโดยเร็ว โดยให้พิจารณาแนวทางการส่งเสริมให้มีการเพาะปลูกพืชชนิดอื่นแทนยาสูบ หรือสนับสนุนให้เกษตรกรที่มีความพร้อมปรับเปลี่ยนไปประกอบอาซีพอื่นที่เหมาะสมกว่าด้วย

ก่อนหน้านั้นกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบหลายจังหวัด ออกมาเรียกร้องขอให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือ หลังจากได้รับผลกระทบจาก พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวงพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต โดยได้รับแจ้งจากการยาสูบแห่งประเทศไทยว่าจะไม่รับซื้อใบยาจากเกษตรกรไปอีก 3 ปี ในฤดูผลิต 2561/2562 และยังมีแนวคิดจะยกเลิกการรับซื้อใบยาในประเทศ โดยขอให้ช่วยหาวิธีการระบายสต๊อกที่มีอยู่ออกเพราะการงดสั่งใบยาสูบนานถึง 3 ปี ชาวบ้านจะไม่มีอาชีพ

“โดยเฉพาะจังหวัดแพร่มีเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบพันธุ์เวอร์ยิเนียร์ ที่ขออนุญาตเพาะปลูกในฤดูกาลผลิตปี 2559/2560 เป็นชาวไร่บ่มเอง จำนวน 1,081 ราย ผู้บ่มอิสระ 6 ราย พื้นที่เพาะปลูก 13,211 ไร่ มีโควตาที่รับซื้อ 2,650,000 กิโลกรัม รับซื้อในราคาเฉลี่ย 89 บาท 16 สตางค์ต่อกิโลกรัม มูลค่า 235,920,000 บาท”

มีรายงานด้วยว่า ขณะนี้คณะกรรมการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) หรือบอร์ดยาสูบ กำลังพิจารณาแนวทางการซื้อใบยาและผลกระทบอื่นๆ เนื่องจากตลาดบุหรี่มีแนวโน้มหดตัวจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ลดการสูบบุหรี่ลงซึ่งเป็นเหมือนกันทั่วโลก และกระแสบุหรี่ไฟฟ้าเป็นที่นิยมมากขึ้น ประกอบกับการปรับขึ้นอัตราภาษีบุหรี่ที่จะมีผลในวันที่ 1 ต.ค. 2562 ขณะที่สต๊อกใบยาสูบยังคงเหลือใช้ได้ถึงปี 2566-2567 ซึ่งการตัดสินใจซื้อใบยาจะต้องดูตามความเหมาะสม

“บอร์ดยาสูบกำลังพิจารณา โดยตั้งสมมุติฐานทั้งเรื่องแนวโน้มยอดขายที่ลดลงเหมือนกันทั่วโลก สต๊อกใบยา และกรณีที่ภาษีขยับขึ้นเป็น 40% ในปีงบ 2562 รวมถึงกรณีหากกระทรวงการคลัง เห็นชอบให้ขยายเวลาการขึ้นภาษีออกไปก่อน ซึ่งถ้ามีการซื้อใบยาน่าจะใช้วิธีการทยอยซื้อ เพื่อบริหารจัดการสต๊อกให้เหมาะสมด้วย โดย ยสท.เองก็เร่งหาคนมารับซื้อใบยาเพื่อระบายสต๊อกอีกทางหนึ่งด้วย” รายงานข่าวระบุ
กำลังโหลดความคิดเห็น...