xs
xsm
sm
md
lg

“เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้า” ลุ้น พณ.ปลดล็อค เชื่อวิน-วินทุกฝ่าย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเตรียมยื่นผลวิจัยทั่วโลกให้ “ก.พาณิชย์” ประกอบพิจารณายกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้า เชื่อวิน-วินทุกฝ่าย เปิดทางเลือกให้สิงห์อมควันเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่อันตรายน้อยกว่า รัฐได้ภาษีเพิ่ม กู้ภาพลักษณ์ด้านท่องเที่ยว หลังต่างชาติแหยงเจอจับปรับในไทย

นายอาสา ศาลิคุปต ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “ลาขาดควันยาสูบ” หรือ “ECST” และแอดมินเฟสบุ๊ค “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” กล่าวถึงกรณีที่ กระทรวงพาณิชย์ กำลังพิจารณายกเลิกสถานะสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักรของบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าว่า เครือข่ายฯ เชื่อว่าการยกเลิกการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นผลดีต่อประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้สูบบุหรี่กว่า 10 ล้านคนได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีผลวิขัยยืนยันแล้วว่าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน ในลักษณะเดียวกับการดำเนินการปลดล๊อคกัญชา หลังผลวิจัยระบุเป็นประโยชน์ต่อการแพทย์ ปัจจุบัน ผลการศึกษาจากต่างประเทศที่ระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีความเสี่ยงน้อยกว่า และยังเป็นตัวช่วยในการเลิกบุหรี่ เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ อาทิ สำนักงานสาธารณสุขอังกฤษ สถาบันวิชาการด้านแห่งชาติด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม การแพทย์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมถึงองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (US FDA) ที่ระบุว่า นิโคตินเป็นสารที่ก่อให้เกิดการเสพติด แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคจากการสูบบุหรี่ ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้ทางเครือข่ายจะนำส่งให้กระทรวงพาณิชย์เพื่อประกอบกรพิจารณาด้วย

“เราเรียกร้องมาโดยตลอดว่าบุหรี่ไฟฟ้าควรได้รับการควบคุมอย่างถูกกฎหมาย ผ่านกลไก พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ในการกำหนดอายุผู้ซื้อขั้นต่ำ ป้องกันเด็กเยาวชนเข้าถึง หรือห้ามการโฆษณาประชาสัมพันธ์และขายสินค้าออนไลน์ได้ อีกทั้งยังอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ เช่นเดียวกับที่หลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ หรือสหภาพยุโรปทำกันอยู่ ประเทศอื่นๆเค้าไปไกลแล้ว ประเทศไทยเป็นเพียง 1 ใน 30 ประเทศที่แบนบุหรี่ไฟฟ้าเท่านั้น และ WHO เองก็ไม่ได้บังคับให้ทุกประเทศแบนบุหรี่ไฟฟ้าอย่างที่หลายฝ่ายกล่าวอ้างเลย” นายอาสา ระบุ

นายอาสา กล่าวต่อว่า การกำหนดความชัดเจนเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ยังจะช่วยให้ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาก็จะสามารถเรียกความมั่นใจจากนักท่องเที่ยวกลับมาคืนมาได้ เพราะก่อนหน้านี้นักท่องเที่ยวมีความกังวลในการเดินทางเข้าประเทศไทย หลังจากที่มีข่าวนักท่องเที่ยวชาวเวียดนาม รัสเซีย จีน และญี่ปุ่นถูกจับกุมและเรียกปรับเงินเป็นจำนวนมากจากการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า อีกทั้งยังลดปัญหาการจับกุมรีดไถ และถือเป็นการกู้ภาพลักษณ์เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวไทย หลังจากเจอผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวจีนบ่อยครั้งด้วย

“การควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกกฎหมายเป็นเรื่อง วิน-วิน กับทุกฝ่าย ผู้สูบบุหรี่ก็จะได้มีแนวทางในการลดอันตราย ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติก็จะได้ไม่ต้องถูกจับดำเนินคดีเพราะมีบุหรี่ไฟฟ้าในครอบครอง และหากมีการเก็บภาษีสรรพสามิตอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้รัฐบาลได้เงินภาษีจากสินค้ายาสูบมากขึ้น รัฐบาลควรถือโอกาสนี้พิจารณาผลการวิจัยเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและแนวนโยบายของต่างประเทศที่มีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อควบคุมอย่างเหมาะสม” นายอาสา สรุป

ด้าน ผศ.ดร.อุ่นกัง แซ่ลิ้ม รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงแนวโน้มที่รัฐบาลอาจจะออกมาตรการจัดเก็บเก็บภาษีจากบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อควบคุมให้อยู่ในระบบว่า ต้องดูว่าเป้าหมายการเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้าของรัฐบาลคืออะไร หากรัฐบาลต้องการได้เงินภาษีเพิ่มขึ้น การเก็บภาษีที่สูงจนเกินไป ก็อาจทำให้ผู้บริโภคจะหันไปใช้ของเถื่อนหนีภาษี หากรัฐต้องการเป้าหมายด้านสุขภาพ การจัดเก็บภาษีจากสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพควรเป็นไปตามระดับความอันตรายของผลิตภัณฑ์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรม จูงใจให้ผู้สูบบุหรี่เปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่อันตรายน้อยกว่า เช่น การจัดเก็บภาษีตามการปล่อยก๊าซ CO2 โดยรถขนาดเล็กที่มีการปล่อยเขม่าควันน้อยก็เสียภาษีสรรพสามิตในอัตราที่ต่ำกว่า.


กำลังโหลดความคิดเห็น...