xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กป้อม-บิ๊กเต่า” ร่วมวง มท.ชูแผนกำจัดภูเขาขยะ 324 คลัสเตอร์ ดันแนวคิด “ผลิตเชื้อเพลิงก้อนจากขยะ” ขายเอกชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“บิ๊กป้อม-บิ๊กเต่า” ร่วมวง มท. ชูแผนกำจัดภูเขาขยะ 324 คลัสเตอร์ ดันแนวคิด “ผลิตเชื้อเพลิงก้อนจากขยะ” ของ กมธ.สิ่งแวดล้อม สนช. เน้นขายเอกชน เข้ากระบวนการจัดการแบ่งกลุ่มนโยบายมหาดไทย ระบุ เชื้อเพลิงขยะที่ผลิตได้ มีศักยภาพในการซื้อ-ขาย หวังแก้ปัญหาลักลอบทิ้งขยะที่ยังไม่แปรรูป เผย มท.เร่งตรวจสัญญา อปท. ที่ผ่านขั้นตอนการพิจารณาโครงการร่วมลงทุนกับเอกชน เตรียมประยุกต์ใช้ประกอบการจัดทำสัญญารับขยะและการรับผลิตก้อนเชี้อเพลิงขยะจาก อปท. เสนอ “กรมควบคุมมลพิษ” รับแนวทางปฎิบัติรองรับซื้อ-ขาย เชื้อเพลิงขยะกับภาคเอกชน หลังพบหลายแห่งกำหนดคุณลักษณะรับซื้อแตกต่างกัน เสนอใช้เครื่องมือจัดเก็บค่าขยะมูลฝอย่ “คิดเพิ่มจากค่าไฟฟ้า” ก่อนจัดสรรงบให้ท้องถิ่น

วันนี้ (9 ก.ย.) แหล่งข่าวจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รับคำสั่งจาก พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้สั่งการและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักเพื่อรับข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (กมธ.สนช.) เรื่อง ก้อนเชื้อเพลิงขยะ (RDF)ทางออกของการกำจัดขยะชุมชน ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมข้อเสนอแนะดังกล่าว และสรุปผลการพิจารณา หรือผลการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในภาพรวม ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) 4 ก.ย.ได้รับทราบรายงานผลแล้ว

ทั้งนี้ การหารือของหน่วยงานดังกล่าว ได้สรุปข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2561 เห็นชอบต่อข้อเสนอแนะของ กมธ.สนช. รวมทั้งสอดคล้องกับการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ยังมีบางประเด็นที่จะต้องมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความชัดเจนและรายละเอียดในการดำเนินการต่อไป ซึ่งสามารถสรุปข้อคิดเห็นเพื่มเติมในภาพรวมได้ ดังนี้

1. ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการประกาศกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมในการควบคุมและออกแบบมาตรฐานการทำงานที่ดีแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ในการจัดการขยะมูลฝอย ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง โดยได้กำหนดอำนาจและหน้าที่ให้ราชการส่วนท้องถิ่นดำเนินการ

“ในขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ ได้ดำเนินการจัดทำหลักเกณฑ์ทางวิชาการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของ อปท. แต่ยังไม่มีหน่วยงานตามกฎหมายหน่วยงานใดที่ทำหน้าที่ควบคุม/กำกับการดำเนินงานของราชการส่วนท้องถิ่นโดยตรงในการจัดการขยะมูลฝอย ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทางให้เป็นไปตามกฎ/ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เสนอว่า หน่วยงานอาจมีศักยภาพสนับสนุนในการกำกับ/ตรวจสอบการดำเนินงานของราชการส่วนท้องถิ่น ได้เพื่อผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ของรัฐเป็นหลัก”

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เสนอว่า อาจพิจารณาใช้ตัวชี้วัดเรื่อง การจัดการขยะมูลฝอยให้มีการถ่ายทอดและเขื่อมโยงถีงระดับจังหวัดและระดับ อปท. เพื่อให้การแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยเป็นรูปธรรม สำหรับกรณีที่มีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ หรือผลิตก้อนเชี้อเพลิงจากขยะชุมชน (RDF) หรือรีไซเคิลขยะชุมชนบางประเภท ยกเว้นการคัดแยกขยะชุมชน หากองค์ประกอบเข้าข่ายเป็นโรงงาน ผู้ประกอบการต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน

2. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดการมูลฝอย พ.ศ. 2560 กำหนดให้คณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยของจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานฯ และมีท้องถิ่นจังหวัด เป็นเลขานุการฯ มีอำนาจหน้าที่พิจารณาและกลั่นกรองโครงการในการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยของ อปท.ในระดับจังหวัด ซึ่งที่ประชุมเสนอให้ กระทรวงมหาดไทย พิจารณาดำเนินการศึกษาข้อมูลและสัญญาที่ อปท.ต่างๆ ที่ได้ทำร่วมกับภาคเอกชน รวมทั้งนำประเด็นข้อเสนอแนะต่าง ๆ จากสำนักอัยการสูงสุด ที่ไดัดำเนินการตรวจสัญญาของอปท.ที่ผ่านขั้นตอนการพิจารณาโครงการร่วมลงทุนกับเอกชน ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐมาประยุกต์ใช้ประกอบการจัดทำสัญญารับขยะและการรับผลิตก้อนเชี้อเพลิงขยะจาก อปท.

3. ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทย ได้มีการแบ่งกลุ่มพื้นที่ (Cluster) สำหรับจัดการขยะมูลฝอยทั้งหมด 324 กลุ่ม แต่ยังไม่ได้มีการกำหนดรายละเอียดในแต่ละกลุ่มพื้นที่ ซี่งที่ประชุมเสนอให้ กระทรวงมหาดไทย พิจารณากำหนดรายละเอียดของแต่ละกลุ่มพื้นที่ (Cluster) ว่า จะสนับสนุนพื้นที่ใดในการผลิตเชื้อเพลิงขยะ โดยให้พิจารณาจากศักยภาพของ อปท. ในการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ระยะทาง และสถานที่ที่รับชื้อ หรือที่ใช้ประโยชน์เชื้อเพลิงขยะ (โรงปูนหรือโรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะ)

ทั้งนี้ ให้พิจารณาถึง สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยของภาครัฐ/ภาคเอกชน ที่มีอยู่เดิมเป็นหลัก หากมีความจำเป็นที่จะต้องก่อสร้างเพิ่มเติม ให้พิจารณาให้ครอบคลุมถึงกลุ่มพื้นที่อื่นที่อยู่ใกลัเคียงด้วย ซึ่งจะสามารถประเมินถึงศักยภาพของ อปท. ในแต่ละกลุ่มพื้นที่ในการผลิตเป็นพลังงานได้ รวมทั้งสามารถใช้ประกอบในการกำหนดแผนการชื้อขายไฟฟ้าในแต่ละกลุ่มพื้นที่ได้ นอกจากนี้ ยังมีความเห็นว่า ในกรณีที่จำเป็นตัองมีการขนย้ายขยะมูลฝอยข้ามเขตหรือจังหวัดเพื่อการกำจัดหรือใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม จะต้องดำเนินการตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัด ในการนำเชื้อเพลิงขยะไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์หรือโรงไฟฟ้าที่อยู่ต่างกลุ่มพื้นที่ (Cluster)

“นอกจากนี้ ผลการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2561 พฤษภาคม รม.มหาดไทย ได้มีแนวคิดให้เอกชนร่วมดำเนินการลงทุนในการก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอย ในกลุ่มพื้นที่ทั้ง 324 กลุ่ม แทนการให้งบประมาณสนับสนุน และในขณะเดียวกันต้องหาแนวทางในการเก็บค่าบริการการจัดการขยะมูลฝอย ให้ได้ตามกฎหมาย สำหรับการจัดการขยะมูลฝอย โดยนำมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ หรือ RDF ควรดำเนินในกรณีที่หาผู้ใช้ประโยชน์หรือรับชื้อได้เท่านั้น”

สำหรับการควบคุมคุณภาพของเชื้อเพลิงขยะ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลัอม โดยกรมควบคุมมลพิษ อยู่ระหว่างการยกร่างประกาศ กรมควบคุมมลพิษ เรื่องหลักเกณฑ์ทางวิชาการเกี่ยวกับคุณลักษณะของเชื้อเพลิงขยะที่เหมาะสมสำหรับขยะมูลฝอยขุมชน และได้จัดประชุมเพื่อรับฟ้งความคิดเห็น ต่อร่างประกาศดังกล่าว เมื่อ 12 มิ.ย.61 ซึ่งผลการรับฟ้งความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นชอบต่อร่างประกาศฯ แต่เสนอให้กรมควบคุมมลพิษ พิจารณาออกเป็นแนวทางปฎิบัติ (Guideline) แทนประกาศกรมควบคุมมลพิษ เนื่องจากการซื้อ-ขาย เชื้อเพลิงขยะ เกี่ยวข้องกับภาคเอกชนหลายแห่ง ซี่งแต่ละแห่งมีการกำหนดคุณลักษณะที่รับซื้อแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ของทารใข้งานหรือกระบวนการผลิต

5. ปัจจุบันภาครัฐได้มีมาตรการจูงใจด้านการเงินในการนำขยะมูลฝอยมาผลิตเป็นพลังงาน ในหลายรูปแบบนอกเหนือจากมาตรการส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Feed-in tariff:Fit)อาทิ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินปันผล และการนำต้นทุนทางด้านสิ่งแวดล้อม มาใข้พิจารณาในการลดการปลดปล่อยก๊าชเรือนกระจก (Carbon Credit) เป็นต้น ชึ่ง ผู้ประกอบการหรือราชการส่วนท้องถิ่น อาจไม่ทราบถึงช่องทาง จึงจำเป็นต้องมีการขยายองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการและท้องถิ่นได้รับทราบต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เสนอว่า การจัดเก็บและค่าธรรมเนียม ในการจัดการขยะมูลฝอย ควรมีการศึกษาในเรื่องของการใช้เครื่องมือทางด้านเศรษฐศาสตร์ มาพิจารณาความเหมาะสมในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการจัดการขยะมูลฝอย่ โดยหน่วยงานส่วนกลางอาจพิจารณาจัดเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการขยะโดยคิดเพิ่มจากค่าบริการไฟฟ้าจากประขาชน แล้วจัดสรรงบประมาณดังกล่าวไปให้ราชการส่วนท้องถิ่นเป็นหมวดเฉพาะกิจ

5. เนื่องจากเชื้อเพลิงขยะที่ผลิตได้ ส่วนใหญ่มีศักยภาพในการซื้อ-ขาย จึงไม่พบปัญหาการลักลอบ ทิ้งเชื้อเพลิงขยะ แต่พบปัญหาการลักลอบทิ้งขยะมูลฝอยชุมชนที่ยังไม่ได้มีการแปรรูป ซึ่งปัจจุปันกระทรวงสาธารณสุข ได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดมาตรการควบคมกำกับการขบมูลฝอยทั่วไปเพื่อป้องกันการลักลอบทิ้ง พ.ศ. 2560 มากำกับการขนส่งขยะมูลฝอยชุมชน

6. การส่งเสริมการผลิตเชื้อเพลิงขยะ ควรอยู่ใกล้แหล่งรับซื้อ หรือใกล้กับเตาเผาขยะมูลฝอย ซึ่งควรมีความชัดเจนในรายละเอียดของแต่ละกลุ่มพื้นที่เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง

มีรายงานว่า ก่อนหน้านั้น กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมซาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประชุมหารือร่วมกับ หน่วยงานตามข้อสั่งการดังกล่าว และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทาง และความเหมาะสมของข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ โดยมีอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เป็นประธานการประชุมฯ นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้จัดส่งข้อคิดเห็นต่อรายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ มายังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง


กำลังโหลดความคิดเห็น...