xs
xsm
sm
md
lg

“วิษณุ” เอ็มโอยู 4 หน่วยงานสร้างธรรมาภิบาลลดทุจริต อ้างมีโกงมโหฬาร 30 เรื่อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายวิษณุ เครืองาม(แฟ้มภาพ)
รองนายกฯ เป็นประธานลงนามเอ็มโอยูเสริมสร้างธรรมาภิบาล 4 หน่วยงานรัฐ หวังลดทุจริต อ้างพบโกงขนาดใหญ่ก่อนรัฐบาลเข้ามากว่า 30 เรื่อง ย้ำต้องอุดช่องโหว่ให้ได้

วันนี้ (30 ส.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) การเสริมสร้างเครือข่ายเพื่อสร้างธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐ 4 หน่วยงาน ได้แก่ นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

โดยนายวิษณุแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ประชาชน ภาครัฐโปร่งใส ร่วมพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า การลงนามครั้งนี้จะช่วยให้ประเทศมีความโปร่งใส ลดการฉ้อราษฎร์บังหลวง วันนี้เรามีคนในภาครัฐกว่า 3.5 ล้านคน ถือว่าเป็นจำนวนมากหากเทียบกับจำนวนประชากร และหลักการธรรมาภิบาลถือว่าสำคัญมากในระบบของรัฐ เพราะจะลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันลงได้ วันนี้รัฐบาลรณรงค์เรื่องธรรมาภิบาลอย่างมาก เพื่อสร้างความตื่นตัวให้ประชาชน หวังลดการทุจริต  

พร้อมกันนี้รัฐบาลยังได้ตั้งศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด ไม่ต้องเสียเวลามานอนอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล จึงจะเห็นว่าไม่มีประชาชนออกมาชุมนุมปิดทำเนียบรัฐบาลเหมือนอดีตที่ผ่านมา ทั้งนี้ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไปปิดกั้นการแสดงออก แต่ว่าทุกจังหวัดล้วนมีศูนย์ดำรงธรรมที่ประชาชนสามารถไปร้องเรียนได้ เมื่อร้องเรียนแล้วก็ให้การช่วยเหลือ บางครั้งก็ออกมาตรา 44 มาจากความเดือดร้อนของประชาชนตามที่ประชาชนร้องเรียน โดยมีเรื่องทุจริตได้รับการร้องเรียนมากที่สุดในศูนย์ดำรงธรรม จึงได้ดำเนินการจัดการและชี้แจงในส่วนที่อาจเข้าใจผิด

เขากล่าวว่า เมื่อรัฐบาลนี้เข้ามามีรายงานว่ามีการทุจริตใหญ่เป็นคดีความอยู่กว่า 30 เรื่อง บางเรื่องมีมูลค่ามหาศาลเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท เช่น โครงการรับจำนำข้าว โครงการมันสำปะหลัง โดยเมื่อรายงาน คณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วก็ได้ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ย้ำว่ารัฐบาลใส่ใจกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำได้รวดเร็วในพริบตาเดียวหากไม่ปรับปรุงวิธีการทำงาน

ดังนั้น วันนี้จึงต้องเสริมคน เงิน และอำนาจเข้าไป แต่ก็ยังไม่พอ เพราะที่สำคัญจะต้องสร้างเครือข่ายทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเอกชน ประชาสังคม และประชาชน ฉะนั้นทุกหน่วยงานจึงต้องแสวงหาความร่วมมือ ขออย่าท้อถอยต่อการแก้ปัญหาการทุจริต เราจะต้องทำให้เข้มแข็งขึ้น มีช่องโหว่ต้องอุด มีช่องว่างต้องเอาอะไรมาถม เหมือนกับที่ ป.ป.ช.ตั้งเป้าว่าในปี 2564 ประเทศไทยต้องได้คะแนนดัชนีการทุจริต (ซีพีไอ) 50 คะแนน เพราะมีผลอย่างมากต่อการลงทุนของต่างชาติ ซึ่งรัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่ในการป้องกัน การที่มีข่าวตรวจสอบทุจริตที่ผ่านมาเป็นผลมาจากการปราบปรามการทุจริตของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นคดีเงินทอนวัด เงินใต้โต๊ะ หรือเงินคนไร้ที่พึ่ง เป็นต้น พยายามขุดคุ้ยเรื่องเหล่านี้ซึ่งไม่ใช่ง่าย แต่ต้องทำ เชื่อว่าจะสำเร็จได้ หากทำได้ระดับหนึ่งก็จะทำให้ระบบราชการใสสะอาด และประเทศดีขึ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...