xs
xsm
sm
md
lg

ขบวนการเสือนอนกิน!! "กองทุนส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานฯ" ส่งกลิ่นฉาว เจอลากไส้ความไม่ชอบมาพากลรัวๆ **แฟนเพจโวย “บิ๊กป้อม” หวั่นดึงตัว“บิ๊กโจ๊ก”ไปถาวร ทิ้งงานช่วยเหลือประชาชน **เกมยั่วประสาท!! “ลุงตู่”ปืนลั่นแซวคนชื่อ “ยิ่งลักษณ์”เปิดช่อง “น้องปู”แซะกลับ

เผยแพร่:   โดย: นกหวีด


ข่าวปนคน คนปนข่าว



**ขบวนการเสือนอนกิน!! "กองทุนส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานฯ" ส่งกลิ่นฉาว เจอลากไส้ความไม่ชอบมาพากลรัวๆ “คมชัดลึก” แฉแหลก “ฮั้วหมื่นล้าน” ส่วน “กรุงเทพธุรกิจ” ล็อกเป้า “สนพ.”เป็น “หัวหมู่ทะลวงฟัน” ที่มี “บิ๊ก สนพ.” แอบอ้างใกล้ฤดูเลือกตั้งต้องหา “เสบียง”ให้ “ผู้ใหญ่”ร้อนถึง “ดร.โจ๊ะ-ทวารัฐ” ผอ.สนพ. ต้องออกมาแจงแล้วแจงอีก ยกคำอมตะ “โปร่งใส-ตรวจสอบได้”ที่ดูจะฟังไม่ค่อยขึ้น
ทวารัฐ สูตะบุตร  และ  ศิริ จิระพงษ์พันธ์
ท้วงทักไปหนแล้ว .. กับข้อครหาการบริหาร "โครงการ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2562" ของสำนักบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เมื่อไม่นานมานี้ .. หลังจากที่มีการร้องเรียนว่า ออกประกาศให้ “หน่วยงานต่างๆ” ยื่นข้อเสนอโครงการอย่าง “ฉุกละหุก” และ “มีเลศนัย” .. จน “หน้าใหม่”หลายแห่ง ไม่สามารถดำเนินการได้ทันเวลา เข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้ “ขาประจำ” ที่ทำโครงการเสนอมาทุกปี .. หลังเป็นข่าว “ดร.โจ๊ะ” ทวารัฐ สูตะบุตร ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน และในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการกองทุนฯ ก็ได้ประกาศขยายเวลาการเปิดรับข้อเสนอออกไปอีกหน่อย .. แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น เมื่อ “เพื่อนสื่อหลายแห่ง” ได้ทำการ “ชำแหละ” ความไม่ชอบมาพากลของ “กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน” กันต่อ ..

แรงหน่อย ก็เป็นทาง “คมชัดลึก” ที่ให้หัวไว้ว่า “ฮั้วหมื่นล้าน 2 เรื่องฉาวกระทรวงพลังงาน!” สอดคล้องกับค่ายเดียวกันอย่าง “กรุงเทพธุรกิจ” ที่ขึ้นหัว “ชำแหละ! กองทุนพลังงานหมื่นล้าน สนพ.หัวหมู่ทะลวงฟัน” ทำเอาสะดุ้งทั้งวงการ .. ไล่เรียงให้เห็นถึง “ขบวนการหากิน” เสมือน “เสือนอนกิน” มากว่า 20 ปี ที่ทั้งแอบอ้างภารกิจของกองทุนฯ เข้ามาแสวงหาประโยชน์ของพรรคพวกตน .. “วันนี้ยิ่งหนักข้อ แอบอ้างผู้ใหญ่ของบ้านเมือง บั่นทอนจิตใจผู้ประกอบการที่ทำมาหากินสุจริต” .. เบื้องลึกเบื้องหลังของ “ขบวนการเสือนอนกิน” ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “อดีตคนกันเอง” ทั้งข้าราชการ-อดีตข้าราชการ-บริษัทเอกชน ที่แท็กทีมกัน “ผูกขาด” การประกวดประขันเอางบจากกองทุนฯ .. สำคัญที่งบประมาณกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานแต่ละปีไม่ใช่น้อยๆ ระยะหลังยิ่งมีการสนับสนุนพลังงานทางเลือก จนวงเงินพุ่งกระฉูดไปแตะหลักหมื่นล้านบาทต่อปี .. กล่าวคือ ปีงบประมาณ 2561 เปิดรับคำขอการสนับสนุน วงเงิน 5,200 ล้านบาท ภายใต้กลุ่มโครงการไทยนิยม ยั่งยืน .. ขณะที่ปีงบประมาณ 2562 กำหนดวงเงินไว้ 9,148 ล้านบาท ภายใต้ยุทธศาสตร์พลังงานตามแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEDP) และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ..
ธนธัช จังพานิช  และ  พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง
“กรุงเทพธุรกิจ” ระบุด้วยว่า “...มีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงใน สนพ. เป็นหัวหน้าทีม คิดและทำเสมือน สนพ. เป็นเจ้าของเงินกองทุน ผู้ที่ได้รับการจัดสรรงบจากกองทุนจึงเป็นรายเดิม ผ่านขั้นตอนการจัดการอย่างเป็นขบวนการ บางโครงการมีตอบแทนกลับมาอย่างน้อย 20%...” โดยอ้างว่า “ใกล้เลือกตั้งหางบการเมือง” .. พร้อมเล่าย้อนถึง “ไคลแมกซ์” เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 61 มีการประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนอนุรักษ์ฯ มี ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน .. ก่อนปิดการประชุม “ดร.โจ๊ะ”เสนอวาระขอโอนการจัดสรรโครงการไทยนิยมยั่งยืน และขอเปิดประเด็นพิจาณางบประมาณประจำปี 2562 ทั้งๆ ที่ “ไม่มีบรรจุในวาระ” .. ก่อนจะเสนอให้ ธนธัช จังพานิช ผู้จัดการสำนักบริหารกองทุนฯมอบอำนาจให้ “สนพ.” ที่ “ดร.โจ๊ะ” เป็น “ผู้อำนวยการ” อยู่ ดำเนินการแทน .. จากนั้น 2 วัน 21 ก.ค. “สนพ.” ทำหนังสือให้ “ธนธัช” ลงนามประกาศ ที่มีเนื้อหาหลายประการ “ขัดแย้ง” ระเบียบว่าด้วยการบริหารเงินกองทุนเพื่อการส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2560 ที่ “บิ๊กจิน” พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฯ แต่ในที่สุด “ธนธัช” ก็จำต้องลงนามตามที่ สนพ. ต้องการ ..

ร่ำลือว่าต้องสยบต่อ “เหตุผลหลังไมค์”ที่ว่า ต้องเร่งรัดเรื่องเนื่องจากกำลังจะเข้าสู่ “ฤดูเลือกตั้ง”ทำให้ “ฝ่ายการเมือง” จำเป็นต้องมี “เสบียง” .. หลังเป็นข่าว “ดร.โจ๊ะ” ก็โร่ออกมาชี้แจงอีกครั้ง ปฏิเสธการใช้อำนาจแทรกแซงการทำงานของคณะอนุกรรมการกองทุนฯ ระบุว่า สนพ.เพียงแค่เข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระเพื่อให้ทันกับงบประมาณ ที่จะเริ่มในวันที่ 1 ต.ค.61 เท่านั้น พร้อมสร้อยท้ายอมตะด้วยว่า “โปร่งใส-ตรวจสอบได้” .. ส่วนจะฟังขึ้นไม่ขึ้น ก็อยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละคน โดยเฉพาะ “ฝ่ายการเมือง” หรือ “ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง” ได้ยินแล้วจะว่าอย่างไร .. ที่ว่าไปเป็นแค่ “หนังตัวอย่าง” วันต่อๆไป จะมี “ภาคต่อ”ที่ไล่ชำแหละลงลึกถึง “ขบวนการ” ที่หากินในกองทุนฯมานาน .. แย้มๆไว้อีกหน่อย ความฟอนเฟะที่เกิดขึ้นนี่เอง ที่เป็นเหตุสำคัญทำให้ “คนนอก”ปาดหน้าคว้าเก้าอี้ “ปลัดพลังงาน”ส่วน”บิ๊กพลังงาน” ที่เคยเป็น “แคนดิเดตปลัด” กำลังจะตกสวรรค์ไปเข้ากรุ “ผู้ตรวจฯ”เร็วๆนี้ .. ส่วนใครเป็นใครต้องติดตาม.

** แฟนคลับจะไม่ทน!! แฟนเพจ “บิ๊กโจ๊ก” โวย “บิ๊กป้อม” ตั้งนั่ง ผช.โฆษกรองนายกฯ หวั่นถูกดึงตัวไปถาวร ทิ้งงานช่วยเหลือประชาชน เหน็บรัฐบาลหวังใช้ “บิ๊กโจ๊ก”เป็นเครื่องมือในการสร้างภาพลักษณ์ ก่อนเจ้าตัวออกโรงแจง "ผมไม่ได้หนีหาย หรือย้ายไปไหน" ยังคงทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนเหมือนเดิม
 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  และ  พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล
แบบนี้ก็มีด้วย .. ฮือฮาพอสมควร เมื่อ “ลุงป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ สะบัดปากกาเซ็นตั้งน้องรักอย่าง "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ให้นั่งตำแหน่งผู้ช่วยโฆษกรองนายกฯ อีกตำแหน่ง .. โดยให้เข้ามาแบ่งเบางานของ “เสธ.ต้อง” พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ที่เป็นทั้งโฆษกกลาโหม และโฆษกประจำตัว “บิ๊กป้อม” .. โดย “บิ๊กโจ๊ก” จะเสริมในมิติงานด้านความมั่นคง ที่ตัวเองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ หรือแก๊งคอลเซนเตอร์ ตลอดจนภารกิจของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่ “ท่านป้อม” กำกับดูแล .. ที่น่าสนใจหลังจากข่าวออกไป ทำเอา “แฟนคลับบิ๊กโจ๊ก” ถึงกับ “หัวร้อน” เมื่อปรากฏว่า มีคอมเมนต์ในแฟนเพจเฟซบุ๊ก "สุรเชษฐ์ หักพาล" ออกไปในเชิง “ไม่พอใจ” เป็นส่วนใหญ่ กลายเป็น “ดรามา” เล็กๆ ขึ้น ..

หลายความเห็นระบุว่า “เราไม่โอเค” หากรัฐบาลดึงตัว “บิ๊กโจ๊ก”ไปทำงานเป็นผู้ช่วยโฆษกรองนายกฯ ด้วยอยากให้ "บิ๊กโจ๊ก" ทำงานเป็นตำรวจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แก้ไขความเดือดร้อนให้ประชาชนเหมือนเดิมมากกว่า .. แล้วยังมี “ผู้หวังดี” เตือนไปอีกว่า รัฐบาลอาจจะใช้ “บิ๊กโจ๊ก” เป็นเครื่องมือในการสร้างภาพลักษณ์ ว่ากันไปนู้น .. ร้อนถึง “บิ๊กโจ๊ก”ต้องออกมาชี้แจงแฟนคลับว่า "ผมไม่ได้หนีหาย หรือย้ายไปไหน" ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนตกใจกันว่าผมจะหายไปไหน ไปนั่งจ้อหน้าไมค์อย่างเดียวหรือเปล่า "ไม่ใช่นะครับ" ผมยังทำงานปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิมทุกอย่าง ใครร้องทุกข์มาพร้อมแก้ไขให้เช่นเดิม ส่วนหน้าที่ ที่เพิ่มขึ้นมา ก็ถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผมต้องรับผิดชอบแค่นั้นเองครับ # ขอบคุณครับ” .. เป็นอันจบดรามาด้วยเวลาอันรวดเร็ว

** เกมยั่วประสาท!! “ลุงตู่”ปืนลั่นแซวคนชื่อ “ยิ่งลักษณ์”เปิดช่อง “น้องปู”แซะกลับ “อดีต ผบ.ทบ. ว่ายังจำชื่อนี้ได้อยู่เหรอคะ" ก่อนปล่อยแคมเปญ “ยิ่งลักษณ์ที่ฉันคิดถึง”ชิงรางวัล ของขวัญพร้อมลายเซ็นจาก “แดนไกล” บังคับแฟนคลับแชร์รูปเปิดสาธารณะ หวังให้เพ่นพ่านไปทั่วโลกโซเชียลเมืองไทย ตามเกม “ยอกย้อน-ยั่วประสาท”
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  และ  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ตาไวไปหน่อย .. ควันหลง ครม.สัญจร ระนอง-ชุมพร เสียงเชียร์ “ลุงตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังกระหึ่มเหมือนในหลายพื้นที่ที่ยกคณะไปเยี่ยมเยือน .. ฟีดแบ็กดีก็สนองด้วยการโปรยงบประมาณ-หว่านโปรเจกต์ ซื้อใจ “ชาวปักษ์ใต้” สนุกมือ ไม่ว่าจะเป็น "ออยปาล์มซิตี้-เมืองนวัตกรรมยาง-เมืองสมุนไพร" ที่จะร่วมอยู่ในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) หรือ “ไทยแลนด์ ริเวียร่า” ที่ต่อยอดจากเมื่อครั้ง ครม.สัญจรเพชรบุรี-ประจวบฯ .. กำลังปั้นผลงานแบบสวยๆ อยู่แล้วเชียว “ลุงตู่” ดันไปเผลอหล่น “ประเด็นการเมือง”ให้เป็นข่าวขึ้นมาอีก .. กับคิวที่ได้เดินทักทายข้าราชการ-ประชาชน ที่มาต้อนรับ ที่ท่าเรือระนอง เผอิญไปเห็นป้ายชื่อเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งที่ดันชื่อ “ยิ่งลักษณ์” ก็เลยอดแซวไม่ว่า “ยิ่งลักษณ์ ชื่อดีโว้ย ชื่อเพราะดี เป็นนายกฯ ด้วย แต่ไม่ได้ว่าอะไรใคร ทำให้ถูกก็แล้วกัน" .. ก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วบ่นพึม “ไอ้เราก็ตาไว ซะด้วย” ก่อนหัวเราะกลบเกลื่อนไป อย่างอารมณ์ดี ..

ทีนี้ก็เข้าทางปืน “คนแดนไกล”เมื่อ “คุณหนูปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หนีคดี ใช้ “ทวิตเตอร์”โพสต์ข้อความว่า "ทราบว่า นายกฯไปพื้นที่ ที่จ.ระนอง พบคนชื่อยิ่งลักษณ์ และบอกว่าให้คนที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ทำให้ถูกก็แล้วกัน เลยขอถาม อดีต ผบ.ทบ.ว่ายังจำชื่อนี้ได้อยู่เหรอคะ" .. ตามต่อด้วย “หลานโอ๊ค”พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายทักษิณ ชินวัตร ที่รับลูกมารีทวีต ต่อว่า "เจ็บตรง อดีต ผบ.ทบ. ชื่อจำได้แต่อย่างอื่นผมว่า..." .. ไม่เท่านั้นยังมีการใช้แฟนเพจ “Yingluck Shinawatra Forever” ผุดกิจกรรม “ยิ่งลักษณ์ที่ฉันคิดถึง” ชิงรางวัลของขวัญพร้อมลายเซ็นจาก “แดนไกล” .. กติกาให้แฟนคลับแชร์ภาพถ่ายของ “ยิ่งลักษณ์”ใส่คำบรรยายภาพ โดยบังคับว่าต้อง “เปิดสาธารณะ”เสียด้วย .. กำหนดหมดเขตร่วมสนุกประมาณหนึ่งสัปดาห์ แน่นอนว่าคงหวังให้ภาพ “น้องสาวทักษิณ”เพ่นพ่านไปทั่วโลกโซเชียลเมืองไทย .. กลายเป็นว่าความ “ตาไว-ปากไว” ของ “ลุงตู่”เปิดช่องให้ “ฝ่ายตรงข้าม”เดินเกม “ยอกย้อน-ยั่วประสาท”เสียเอง แล้วถ้าอารมณ์บูดบึ้งขึ้นมาอีก ก็คงโทษใครไม่ได้นะท่านนะ .. ก็ขนาดข้ามวัน รู้แล้วว่าเป็นประเด็น ยังไม่วายวนเวียนเรื่อง “พ่อปู-แม่ปู”เลี้ยวไป เลี้ยวมา อะไรไปเรื่อยเจื้อยอีก.


ช.ชฎา


กำลังโหลดความคิดเห็น...