xs
xsm
sm
md
lg

“รสนา” ปูดรัฐบิดเบือนใช้เงินกองทุนอนุรักษ์พลังงาน เพื่อหาเสียง ถ่ายโอน กฟภ.ให้เอกชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

น.ส.รสนา โตสิตระกูล(แฟ้มภาพ)
อดีต ส.ว.กทม. ชำแหละเงินกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ตั้งคำถามรัฐมีการใช้เงินจากการรีดภาษีน้ำมัน ปชช.อย่างบิดเบือน ทั้งเพื่อการหาเสียงล่วงหน้า และการถ่ายโอนกิจการของ กฟภ.ให้เอกชน เป็นยุ้งฉางของ ขรก.-เอกชน

วันนี้ (21 ส.ค.) น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านพลังงาน ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก รสนา โตสิตระกูล ในหัวข้อ “จับตาการใช้เงินกองทุนอนุรักษ์พลังงานอย่างบิดเบือน ทั้งเพื่อการหาเสียงล่วงหน้า และการถ่ายโอนกิจการของ กฟภ.ให้เอกชน ใช่หรือไม่?!” โดยมีเนื้อหาระบุว่า ที่ผ่านมา ตนเองเคยตรวจสอบและร้องเรียนเรื่องกองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานตั้งแต่ปี 2558 ว่า มีเงินหายไปจากการรายงานตัวเลขรับจ่ายในหน้าเว็บไซต์ของกองทุนอนุรักษ์พลังงานเองประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท หลังจากที่ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อรองประธาน สนช. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ผ่านไปทาง กมธ.พลังงาน ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ตรวจสอบการใช้เงินของกองทุนนี้ย้อนหลัง 10 ปี และเงินที่หายไปจากเอกสารการรายงานการรับจ่ายของกองทุนนี้

หลังจากเป็นข่าวในสื่อมวลชน ทางสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ก็ออกมาชี้แจงผ่านสื่อ ว่า มีการโอนเงินกองทุนประมาณ 8 พันกว่าล้านบาท กลับเข้างบประมาณแผ่นดิน เพื่อให้รัฐบาล คสช. นำไปทำโครงการที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ (ไม่ได้มีรายละเอียดว่าเงิน 8 พันกว่าล้านบาท ใช้ทำโครงการอะไรบ้าง) ซึ่งระเบียบกองทุนที่เก็บเงินโดยตรงจากประชาชนที่ใช้น้ำมันลิตรละ 50 สตางค์นั้น ไม่ควรมีการโอนเงินไปให้รัฐบาลใช้ในลักษณะนี้ แต่ก็อาจเป็นเพราะ คสช.เป็นรัฐบาลอำนาจพิเศษกระมัง ย่อมทำอะไรก็ได้ ใช่หรือไม่

แต่กระนั้นเงินอีกประมาณ 9 พันล้านบาท ก็ไม่มีการชี้แจงว่าหายไปไหน ทาง กมธ.พลังงาน ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รับฟังการบอกเล่าของเจ้าหน้าที่กองทุนนี้ และทำหนังสือตอบดิฉันเพียงแค่ว่า “เงินไม่ได้หายไปไหน” แต่ไม่ได้ชี้แจงว่า เงินประมาณ 9 พันล้านบาท ที่กระทบยอดรายรับรายจ่ายในรายงานของกองทุนนี้ ผิดพลาดอย่างไร ไม่มีรายละเอียดคำชี้แจงใดๆ ประกอบคำกล่าวว่า “เงินไม่ได้หาย” แต่อย่างใด

กรณีที่ร้องเรียนผ่าน กมธ.พลังงาน ของ สนช.ให้ตรวจสอบย้อนหลังการใช้เงินของกองทุน 10 ปี และให้มีการประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของการใช้เงินของกองทุนนี้ และรายงานให้ทราบนั้น กรรมาธิการการพลังงานไม่ได้ดำเนินการแต่ประการใด

ส่วนข้อร้องเรียนให้กำหนดเพดานเงินของกองทุนนี้เหลือปีละไม่เกิน 4 พันล้านบาท เหมือนกองทุนสสส.นั้น ด้วยเหตุที่กองทุนอนุรักษ์พลังงานมีเงินสะสมกว่า 4 หมื่นล้านบาท มากกว่างบประมาณแต่ละปีที่กระทรวงพลังงานได้รับจากงบประมาณแผ่นดินเสียอีก แต่ไม่มีการพิจารณาตอบข้อร้องเรียนว่าไม่ปฏิบัติเพราะเหตุผลใด แม้ว่าต่อมา รมว.พลังงาน คนใหม่ จะมีมติให้ลดการเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันจากลิตรละ 25 สตางค์ เหลือลิตรละ 15 สตางค์ แต่ก็ไม่มีกำหนดเพดานเงินของกองทุนฯนี้แต่อย่างใด

การที่มีเงินมหาศาลในมือ แต่มีการตรวจสอบที่หย่อนยาน ย่อมทำให้มีการรั่วไหล มีการใช้เงินไปอย่างบิดเบือน และผิดต่อวัตถุประสงค์เดิมที่ตั้งไว้และอาจนำไปสู่การทุจริตในเงินกองทุนนี้ได้ง่าย ทั้งไม่เคยเปิดผลการปฏิบัติต่อประชาชนที่เป็นเจ้าของเงินว่ามีการใช้จ่ายเงินอย่างคุ้มค่าและเป็นประโยชน์อย่างไรต่อประชาชน

ที่น่าสังเกตคือ ในกระบวนการร้องเรียนของประชาชน ไม่ได้ทำให้มีกระบวนการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลแต่ประการใด ทั้งที่เป็นกองทุนที่รีดเงินโดยตรงจากประชาชนผ่านการใช้น้ำมันแต่ละลิตร

กองทุนนี้เป็นยุ้งฉางของบรรดาข้าราชการ อดีตข้าราชการในกระทรวงพลังงาน และกลุ่มธุรกิจเอกชนที่ได้ประโยชน์จากเงินของประชาชนอย่างเงียบเชียบมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี และอาจจะรวมนักการเมืองแต่ละยุคที่สามารถเข้ามาล้วงเงินเหล่านี้ได้ง่าย

กองทุนใดที่นักการเมืองล้วงเงินไม่ได้ หรือล้วงยาก ก็จะมีการตรวจสอบเข้มงวด หรือหาทางยุบทิ้ง แต่กองทุนใดที่มีเงินมหาศาลที่ล้วงจากกระเป๋าประชาชนโดยตรงอย่างกองทุนอนุรักษ์พลังงาน และกองทุนน้ำมัน ที่ไม่ใช่เงินจัดสรรมาจากงบประมาณ หรือภาษีที่รัฐจัดเก็บโดยตรง มักจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน แม้จะมีการตรวจสอบที่หย่อนยาน ไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายเงิน ไม่มีการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลใดๆ มีแค่ลมปากของข้าราชการที่พูดว่าโปร่งใส แต่ไม่เคยตรวจสอบได้จริง ใช่หรือไม่

ปัจจุบันรัฐบาล คสช.เข้ามาขอเอี่ยวใช้กองทุนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากเงิน 8 พันกว่าล้านบาท ทีแรกๆ มีข่าวเล็ดรอดจากอดีตกรรมการกองทุนบางคนบอกว่าเป็นการขอยืม ต่อมาทาง สนพ.ออกมาชี้แจงว่าโอนเข้างบประมาณให้ คสช.นำไปใช้ ปัจจุบันเริ่มมีข่าวเปิดออกมาจากสื่อมวลชนว่า จะมีการนำงบจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานโอนเข้าไปให้ สนพ.บริหารเอง โดยมีเอกชนมาเป็นผูพิจารณาโครงการปีละหมื่นล้านบาท และมีการนำไปใช้ในโครงการไทยนิยมยั่งยืน ซึ่งถูกตั้งคำถามได้ว่าเป็นการบิดเบือนการใช้เงินกองทุน ทั้งเพื่อผลประโยชน์กลุ่มทุนเอกชนประชารัฐในรัฐบาล และเป็นการหาเสียงล่วงหน้า ใช่หรือไม่

ยังมีกรณีการที่จะนำเงินกองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานไปลงทุนในบริษัท RPS ถึง 51% เพื่อเป็นบริษัทมาบริหารการจัดการระบบไฟฟ้าใน 3 จังหวัดภาคใต้ (Regional Power System/RPS ) แต่เป็นนิติบุคคลเอกชนที่มี กฟผ.และ กฟภ.และกองทุนอนุรักษ์พลังงานถือหุ้นร่วมกัน โดยให้เอกชนในนามวิสาหกิจชุมชนมาถือหุ้นผ่านกองทุนอนุรักษ์พลังงานและเป็นบริษัทเอกชนที่บริหารโดยเอกชน ที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งแนวทางดังกล่าวถูกตั้งคำถามว่า เป็นการแอบแฝงการแปรรูปการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโดยไม่ผ่านกฎหมายทุนรัฐวิสาหกิจเพื่อยกกิจการขายไฟฟ้าของ กฟภ.ใน 3 จังหวัดภาคใต้ให้เอกชนบริหารการขายไฟ ใช่หรือไม่

การนำกองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานมาลงทุนในบริษัท RPS 51% เป็นไปตามวัตุประสงค์ของการตั้งกองทุนนี้หรือไม่

การเอากองทุนอนุรักษ์พลังงานมาลงทุน 51% ในบริษัท RPS เป็นการใช้เงินที่เก็บจากประชาชนมาเป็นประโยชน์กับธุรกิจเอกชนอย่างบิดเบือนหรือไม่

เป็นการยิงนกหลายตัวด้วยกระสุนนัดเดียว คือ ได้ทั้งเงินที่รีดจากประชาชนที่อยู่นอกงบประมาณแผ่นดินมาลงทุนให้เอกชนใช้ และนำมาถ่ายโอนกิจการของ กฟภ.ให้เอกชนแบบแปรรูปอำพราง และยังเพื่อการหาเสียงล่วงหน้าด้วย ใช่หรือไม่

กองทุนอนุรักษ์พลังงานควรจะหมดภารกิจในตัวของมันไปนานแล้ว แต่ผู้มีอำนาจ ผู้ได้ผลประโยชน์เหล่านี้ล้วนไม่ยอมปล่อยผลประโยชน์ที่ได้มาง่ายๆ จึงมีการออกแบบที่พิลึกพิลั่น คือ รีดเงินจากคนใช้น้ำมันให้เอกชนได้ประโยชน์ กลุ่มการเมืองได้ประโยชน์ และท้ายสุดเอามาบ่อนเซาะรัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้าของประเทศถ่ายโอนกิจการผลิตไฟฟ้าให้เอกชนได้ประโยชน์ ใช่หรือไม่






กำลังโหลดความคิดเห็น...