xs
xsm
sm
md
lg

กฤษฎีกาชี้ปมงาช้างแกะสลัก"พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์" กรมอุทยานฯ รับแจ้งครอบครองตามกฎหมายใหม่ไม่ได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


"พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์" อดีต ผบช.ก.ส่งตัวแทนยื่นขอแจ้งครอบครองงาช้างแกะสลัก หลัง ปปง.อายัดไว้ตรวจสอบและส่งคืนเมื่อพบว่าไม่เกี่ยงข้องกับคดี แต่ล่าสุด กฤษฎีกาวินิจฉัย อธิบดีกรมอุทยานไม่สามารถรับแจ้งการครอบครองตามมาตรา 19 พ.ร.บ.งาช้างฯ ได้ เพราะงาช้างถูก ปปง.อายัดก่อนวัน พ.ร.บ.ใหม่มีผลบังคับใช้และส่งคืนเลยกำหนดที่ให้แจ้งครอบครอง แนะใช้หลักเกณฑ์อื่นมาพิจารณารับแจ้ง

วันนี้(15 ส.ค.) แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ลงนามในบันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 1250/2561 เรื่อง การแจ้งการครอบครองงาช้างที่ได้มีการยึดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีใจควมวว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ทส 0902.9/28367 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2560 ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สรุปความได้ว่า ด้วยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับหนังสือจากนายสมหมาย สุพร ในฐานะ ผู้รับมอบอำนาจจากนายพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ว่ามีความประสงค์จะแจ้งการครอบครองงาช้างตามพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558 โดยอ้างสาเหตุที่ไม่ได้แจ้งการครอบครองงาช้าง ภายในกำหนดวันที่ 21 เมษายน 2558 เนื่องจากถูกพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ยึดไว้ตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 ทำให้ไม่สามารถนำงาช้างมาแจ้งครอบครองได้ และต่อมาพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ส่งมอบคืนทรัพย์สินลำดับที่ 281 ซึ่งเป็นงาช้างแกะสลักตามสำเนาบันทึกการรับมอบคืนทรัพย์สิน โดยเหตุไม่เกี่ยวกับคดีและวินิจฉัยให้ส่งมอบคืนทรัพย์สินดังกล่าว ดังนั้น จึงขอหารือในประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรับแจ้งครอบครองงาช้างว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สามารถรับแจ้งการครอบครองงาช้างของนายพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ได้หรือไม่ อย่างไร

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 7) ได้พิจารณาข้อหารือของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สำนักงานปลัดกระทรวงและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว เห็นว่า พระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558 มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้มีการนำงาช้างตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาสวมสิทธิและจดทะเบียนเป็นสัตว์พาหนะเพื่อตัดงาช้าง รวมถึงป้องกันมิให้มีการลักลอบนำงาช้างแอฟริกามาปะปนกับงาช้างที่ได้จากช้างที่เป็นสัตว์พาหนะ มาตรา 6 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติงาช้างฯ จึงได้บัญญัติให้ผู้ซึ่งครอบครองงาช้างโดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้ามาแจ้งการครอบครองพร้อมเอกสารการได้มาซึ่งงาช้างตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะต่ออธิบดีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด มิฉะนั้นจะมีความผิดตามมาตรา 14 โดยต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามล้านบาท

ทั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐมีข้อมูลในการตรวจสอบและสามารถแยกที่มาของงาช้างและผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากงาช้างให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายได้ และเพื่อมิให้กระทบกระเทือนต่อผู้ที่มีงาช้างไว้ในครอบครองก่อนวันที่พระราชบัญญัติงาช้างฯ มีผลใช้บังคับ จึงได้บัญญัติมาตรา 19 ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาลเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ได้มาหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งงาช้างก่อนวันที่พระราชบัญญัติงาช้างฯ มีผลใช้บังคับ มาแจ้งการครอบครองโดยระบุจำนวน ขนาด พร้อมทั้งส่งภาพถ่ายของงาช้างต่ออธิบดีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ และให้อธิบดีออกเอกสารการครอบครองงาช้างให้แก่ผู้แจ้งการครอบครองไว้เป็นหลักฐานตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ถ้ามิได้แจ้งการครอบครองตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติงาช้างฯ ก็จะมิได้รับประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้

เมื่อกรณีข้อหารือนี้ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ยึดงาช้างแกะสลักของนายพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ไว้ตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 ซึ่งเป็นวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติงาช้างฯ มีผลใช้บังคับ และคืนงาช้างแกะสลักดังกล่าวให้แก่นายพงศ์พัฒน์ฯ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 ดังนั้น นายพงศ์พัฒน์ฯ จึงมิได้มีงาช้างแกะสลักดังกล่าวอยู่ในความครอบครองก่อนวันที่พระราชบัญญัติงาช้างฯ มีผลใช้บังคับ ซึ่งจะต้องแจ้งการครอบครองภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติงาช้างฯ

ด้วยเหตุนี้ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงไม่สามารถพิจารณารับแจ้งการครอบครองตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติงาช้างฯ ได้ แต่อาจนำหลักเกณฑ์การแจ้งการครอบครองตามมาตราอื่นมาพิจารณารับแจ้งการครอบครองต่อไป

มีรายงานว่า ปปง.อายัดและยึดทรัพย์ของ นายพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) อย่างต่อเนื่อง โดยงาช้างแกะสลัก ประเมินมูลค่าไม่ได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในทรัพย์สินมูลค่ากว่าพันล้าน โดยมีทรัพย์สินรวมกว่า 3 พันรายการ ประมาณ​ 27,000 ชิ้น ก่อนหน้านี้ถูกฟ้องและพิพากษาคดีอาญา รวม 7 สำนวนเมื่อปี 2558 ในความผิดฐาน หมิ่นเบื้องสูง , คดีเรียกรับส่วยแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในบช.ก , คดีเรียกรับส่วยน้ำมันเถื่อน , คดีลักลอบเปิดบ่อนการพนันย่านพระราม 9 , คดีร่วมกันฟอกเงิน , คดีกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ , คดีลักลอบครอบครองโบราณวัตถุ และคดีรับของโจร รวมจำคุกทั้งสิ้น 36 ปี 3 เดือน.


กำลังโหลดความคิดเห็น...