xs
xsm
sm
md
lg

เกลือเป็นหนอน!! เปิดปม “นายกฯตู่”ชักดาบ “ม.44” เด้งฟ้าผ่า “พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร”พ้น “เลขาธิการ ปปง.” **ช้างฉุดก็ไม่อยู่!! “มหาดไทย”ลุยไฟ “มหาเมกะโปรเจกต์แสนล้าน” **มนต์เขมรยังขลัง!! จัดแผง “บิ๊กคลองหลอด”เตรียมรับเลือกตั้งลอตแรก 18 เก้าอี้

เผยแพร่:   โดย: นกหวีด


ข่าวปนคน คนปนข่าว


**เกลือเป็นหนอน!! เปิดปม “นายกฯตู่”ชักดาบ “ม.44” เด้งฟ้าผ่า “พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร”พ้น “เลขาธิการ ปปง.” เหตุ “เกียร์ว่าง” จนผลงาน ปปง. ตกต่ำ แถมฝักใฝ่ “ขั้วตรงข้าม” ส่งข้อมูล -ส่งซิกให้ตลอด ลือกันให้แซ่ด ที่มา“เสียคน”ตอนแก่ เพราะดันไป “สวามิภักดิ์” กับ “น้องชายเจ้าปัญหา”ของ “พี่ใหญ่ใน คสช. คนหนึ่ง” ที่เคยตกเป็น “จำเลย”ร่วมกับ “คีย์แมนขั้วตรงข้าม” แต่หลุดรอดคดีด้วยกัน เป็นที่มาของ “ผลประโยชน์ต่างตอบแทน” ที่ทำให้ “เจ๊จอมสวาปามบางคน”อยู่รอดปลอดภัย ไม่โดนคดีอะไรทั้งนั้น
พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร
ไม่มีปี่มีขลุ่ย .. หลัง “นายกฯตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกประชุมด่วน “บิ๊ก คสช.” หลังการประชุม ครม. .. ใช้เวลาประชุมไม่ถึง 10 นาที ก่อนเซ็นคำสั่ง “มาตรา 44”ปลด พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร พ้นตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไปเข้ากรุ ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี .. ทั้งที่ “พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์”หรือ “บิ๊กเปี๊ยก” เพิ่งได้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมานี่เอง สิริรวมอยู่ในตำแหน่งแค่ 46 วันถ้วน .. จากห้วงเวลาในตำแหน่ง รวมทั้ง การประชุม คสช.ที่ใช้เวลาไม่นาน ตีความเป็นอื่นไม่ได้ นอกเสียจาก “เรื่องคอขาดบาดตาย”จน “ลุงตู่” มี “ความจำเป็น” ต้องงัด “อำนาจพิเศษ” ปลดออก ทั้งที่ระยะหลังค่อนข้างระมัดระวังในการใช้ .. ข่าวว่า “บิ๊ก คสช.” เริ่ม “สะกิดใจ” อะไรบางอย่างตั้งแต่ “บิ๊กเปี๊ยก” เข้ารับตำแหน่ง ที่ “คุณภาพ” งานของ ปปง.ตกลงอย่างเห็นได้ชัด .. ต่างจากตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา ที่ “สำนักงาน ปปง.”ถือเป็น “หัวหมู่ทะลวงฟัน”ในการปราบปรามขบวนการผิดกฎหมาย ตลอดจนการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันของ “ขั้วอำนาจ”ที่ทรงประสิทธิภาพ .. ในฐานะ “ผู้นำองค์กร” ก็คงหลีกเลี่ยงข้อหา “เกียร์ว่าง” ไม่พ้น อย่าลืมว่า ปปง.เป็นหน่วยงานขึ้นตรงนายกฯ ความเคลื่อนไหวของ “บิ๊กเปี๊ยก” จึงถูกรายงานตรงขึ้นโต๊ะทำงานบน “ตึกไทยคู่ฟ้า”ตลอด ..

ไม่ใช่แค่ “เกียร์ว่าง” ยังมี “ข้อหาฉกรรจ์”ที่ปิดไม่มิดกับพฤติกรรม “เกลือเป็นหนอน”ที่นอกจาก “ละเว้น”ไม่ตรวจสอบฝ่ายการเมือง หรือพูดให้ชัดคือ “ระบอบทักษิณ” ตามนโยบาย “ตรวจสอบไม่มีละเว้น”ของ คสช. แล้ว .. ยังมีการ “ส่งข้อมูล -ส่งซิก” เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวในเรื่องการตรวจสอบต่างๆ ของ คสช.ไปให้ “ขั้วตรงข้าม”อีกด้วย .. งานนี้ทำเอา “ผู้หลักผู้ใหญ่”ผิดหวังไม่น้อย ที่ออกหน้าการันตีคุณภาพ และอุตส่าห์อุ้มชูให้เข้าป้ายในตำแหน่งสำคัญ แต่กลับมา “ออกลาย”เช่นนี้ .. ยิ่งไปกว่านั้น สาเหตุที่ “บิ๊กเปี๊ยก”มา “เสียผู้เสียคน”ตอนแก่ ก็ว่ากันว่า ดันไป “สวามิภักดิ์” กับ “น้องชายเจ้าปัญหา”ของ “พี่ใหญ่ ในคสช. คนหนึ่ง” .. ที่“น้องชายคนนั้น”เคยตกเป็น “จำเลย”ร่วมกับ “คีย์แมนขั้วตรงข้าม” แต่หลุดรอดคดีด้วยกัน จึงเป็นที่มาของ“ผลประโยชน์ต่างตอบแทน” ..ที่จนหลายคนอดสงสัยมานาน ถึง “บางอ้อ”ในวันนี้ว่า ทำไม “เจ๊จอมสวาปามบางคน”ถึงอยู่รอดปลอดภัย ไม่โดนคดีอะไรทั้งนั้น .. ปล่อยให้ “สมุนคนสนิท”ไปช้ำใจในคุกแทน ในขณะที่ “น้องสาวเจ๊” หนีคดีลอยนวลไปเสวยสุข อยู่เมืองนอก

**ช้างฉุดก็ไม่อยู่!! “มหาดไทย”ลุยไฟ “มหาเมกะโปรเจกต์แสนล้าน”เคาะ 3 โปรเจกต์นำร่อง มูลค่ารวมหมื่นล้าน 1 โครงการ ที่โคราช 10 เมกะวัตต์ งบฯ 2 พันล้าน ที่ใช้พื้นที่ “เขตทหาร”ฝ่าแรงต้านชาวบ้าน กับอีก 2 โปรเจกต์ยักษ์ ที่ “อ่อนนุช -หนองแขม”โรงละ 20 เมกะวัตต์ งบฯ แห่งละ 4 พันล้าน ที่มาของเรต “600โล ต่อ 1 โรงไฟฟ้าขยะ”ตก “15 เปอร์เซ็นต์”ของมูลค่าโครงการ จับตา“อภินิหาร”จาก “ผู้มีอำนาจ”จะเสก “20 เมกะวัตต์”โดยไม่ต้องผ่าน “อีไอเอ”อีกหรือเปล่า
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา  และ  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เดินหน้าไม่ถอยหลัง .. แม้เส้นทาง “มหาเมกะโปรเจกต์แสนล้าน”โรงกำจัดขยะ-โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ของกระทรวงมหาดไทย จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แถมถูกทักให้เห็น “ข้อตำหนิ”มากมาย .. แต่ดูเหมือน “รัฐบาล คสช.”ไม่คิดจะแตะเบรก ท่องคาถา “เดินหน้าฆ่ามัน”ทำทุกวิถีทาง ใช้ทุกกลยุทธ์ อำนาจปกติ อำนาจพิเศษ สารพัด เพื่อให้โปรเจกต์เดินไปได้ .. โดยเฉพาะการใช้ข้อสั่งการ “นายกฯตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยิงตรงไปที่ “บิ๊กป๊อก”พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย .. ที่ว่า “ให้เร่งจัดตั้งศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจรในทุกกลุ่มพื้นที่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 7,852 แห่ง ที่มีการรวมกลุ่มเพื่อกำจัดขยะมูลฝอย (cluster)ทั่วประเทศ (จำนวน 324 กลุ่ม) ภูเขาขยะ 324 ลูก ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน” .. ท่ามกลาง “ขี้ปาก”ของ “คนในวงการ” ที่ฟ้องถึงพฤติกรรม “กินละเอียด”ของ “ลูกผู้มีอำนาจ” .. อย่างที่บอกไปวันก่อนว่า ณ ตอนนี้ “ค่าตั๋ว” พุ่งกระฉูดไปสูงสุดที่ “600 โลต่อ 1 โรงไฟฟ้าขยะ”อันเป็นเรตราคาสำหรับโครงการใน “พื้นที่ กทม.” ส่วนพื้นที่อื่นๆ ก็ลดหลั่นกันไป ตามปริมาณขยะ-ปัจจัยแวดล้อม .. ขั้นต่ำสตาร์ทกันที่ “ร้อยโล”ขึ้นไป แล้วทั้งประเทศมีตั้ง 324 คลัสเตอร์ หรือ 324 ภูเขาขยะ นึกภาพตาม “ค่าตั๋ว” คงพะเนินเทินทึก ไม่ต่างจากภูเขาขยะ .. สนนราคาแบ่งเกรดง่ายๆ ตามรายงานสรุปของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่แจกแจงไว้ 3 กลุ่ม 1. กลุ่มขนาดใหญ่ (L) ปริมาณขยะมากกว่า 500 ตัน/วัน มี 10 คลัสเตอร์ 2. กลุ่มขนาดกลาง (M) ปริมาณขยะ 300 - 500 ตัน/วัน มี 11 คลัสเตอร์ และ 3. กลุ่มขนาดเล็ก (S) ปริมาณขยะน้อยกว่า 300 ตัน/วัน มีอยู่ 303 คลัสเตอร์ ..

หลายคนไถ่ถามมาว่า ในพื้นที่ กทม. มี “โปรเจกต์โรงไฟฟ้าขยะ”กับเขาด้วยหรือ ก็ตอบให้สบายใจว่า มีกับเขาด้วยขอรับ .. แล้วดูท่าจะ “ฉลุย”กว่าที่อื่นด้วยซ้ำ ตามข่าวที่ “ยักษ์ใหญ่พลังงาน” กำลังซอยเท้าเตรียมเข้าแข่งขัน ชิงประมูล 3 โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ มูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านการอนุมัติของ “กระทรวงมหาดไทย”แล้ว กำหนดประมูลกันภายในปี 2561 นี้เสียด้วย .. ส่งผลให้เป็น 3 โปรเจกต์ ที่ “เนื้อหอม” กว่าใครเพื่อน หนึ่ง คือ “โคราชโมเดล”ที่ปลดพันธนาการเรื่องแรงต้านชาวบ้าน ขยับไปปักหมุดทำโรงกำจัดขยะ - โรงไฟฟ้าขยะ ใน “เขตทหาร”ของ "กองทัพภาคที่ 2" ซะเลย .. จนข่าวว่า มีเอกชนไม่ต่ำกว่า 100 ราย สนใจเข้าร่วมลงทุน ก็ด้วยเห็นลู่ทางแบบ “แทงทะลุ”ปิดจ๊อบได้แน่นอน แต่โครงการที่ว่าขนาดไม่ใหญ่โต ด้วยงบประมาณราว 2 พันล้านบาท กำลังผลิตไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ เลี่ยงการทำ “อีไอเอ”ตามที่ มาตรา 44 กรุยทางไว้ให้ .. ขณะที่อีก 2 โปรเจกต์ อยู่ใน “เมืองหลวง”ภายใต้กำกับของ กรุงเทพมหานคร ไม่ใช่ที่อื่นใด ก็ภูเขาขยะที่เราคุ้นกันดี ในพื้นที่ “อ่อนนุช-หนองแขม”ที่ตอนนี้ “นายทุนใหญ่” จ้องกันตาเป็นมัน .. ด้วยมีการันตีปริมาณขยะมีเพียงพอผลิตไฟฟ้าแน่ๆ แล้วยังกำหนดกำลังผลิตไฟฟ้าไว้แห่งละ 20 เมกะวัตต์ เลยทีเดียวเชียว .. 2 โปรเจกต์ “อ่อนนุช -หนองแขม” แงะงบประมาณลงทุนแห่งละ ราว 4 พันล้านบาท เมื่อเทียบบัญญัตไตรยางค์ กับเรต “600โลต่อ 1 โรงไฟฟ้าขยะ” ก็ถือว่าไม่แพง ตกแค่ “15 เปอร์เซ็นต์”ของมูลค่าโครงการเอง .. ที่ต้องถามต่อคือ 2 โปรเจกต์ “อ่อนนุช - หนองแขม”ดันกำหนดกำลังผลิตไฟฟ้าไว้แห่งละ 20 เมกะวัตต์ อิหรอบนี้ไม่ได้อานิสงส์ มาตรา 44 เว้นรายงานอีไอเอ ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ .. จนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ว่าจะมี “อภินิหาร”อะไรออกมาจาก “ผู้มีอำนาจ” เสกให้โครงการเดินหน้าแบบไม่สะดุด อีกหรือไม่

**มนต์เขมรยังขลัง!! จัดแผง “บิ๊กคลองหลอด”เตรียมรับเลือกตั้งลอตแรก 18 เก้าอี้ “2รองปลัดฯ 2 อธิบดี กับอีก 14 ผู้ว่าฯ” ฮือฮา “แมวเก้าชีวิต” อย่าง “ระพี ผ่องบุพกิจ”คนบุรีรัมย์ บ้านเดียวกับ “เสี่ยเน”ได้แรงหนุน “มนต์เขมร”พ้นกรุผู้ตรวจฯ ไปนั่ง "พ่อเมืองแปดริ้ว" ขณะที่ “คนในโผ” ส่วนใหญ่ คงหวังพึ่ง “มนต์เขมร”เหมือนกัน เห็นเฮโล พากันไปลุ้น มติ ครม.พร้อมฉลองกันถึง “โรงโม่ดังแดนเซราะกราว”โดยมิได้นัดหมาย
บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร  และ  ระพี ผ่องบุพกิจ
คลอดออกมาเป็นระยะๆ .. บัญชีโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ตามกระทรวงทบวงกรมต่างๆ คิวล่าสุด กับ 4 ตำแหน่งใหญ่ ที่กระทรวงพาณิชย์ .. ที่ บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ปาดหน้า บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ รองปลัดกระทรวงฯ เข้าป้ายปลัดกระทรวงพาณิชย์ แบบพลิกล็อกเล็กๆ .. ถือเป็น “ปลัดผู้ชาย”คนแรกในรอบ 7 ปีของ “อาณาจักรสนามบินน้ำ”ส่วน “บรรจงจิตต์ ”โยกไปเป็น อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ .. ขณะที่ วิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงฯ สลับออกมาเป็น อธิบดีกรมการค้าภายใน แทนท่านว่าที่ปลัดฯ ส่วน วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ผู้ตรวจฯ ก็ขยับออกมาที่ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า .. ที่ลุ้นกันหนัก คงเป็นที่ “อาณาจักรคลองหลอด”กระทรวงมหาดไทย ของ “ท่านป๊อก”พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ตำแหน่งบิ๊กๆ มีอื้อ จนต้องทยอยออกมาหลายลอต .. ปล่อยออกมาลอตแรก กับ 18 ตำแหน่ง แบ่งเป็น 2 รองปลัดฯ 2 อธิบดี และ 14 ผู้ว่าฯ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าจะเป็นการวาง “ขุนพล” ของ “บิ๊ก คสช.”เพื่อเตรียมตัวรับศึกเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้ ..
เนวิน ชิดชอบ
ชื่อที่น่าสนใจ คงเป็น “เดอะเก๋า”สยาม ศิริมงคล ผู้ตรวจฯ “สิงห์ดำดาวรุ่ง” อายุแค่ 44 ปี กับการไปคุมจังหวัดใหญ่ ที่ “ผู้ว่าฯนครพนม” .. ขณะที่อดีตเหยื่อ มาตรา 44 อย่าง แมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ที่เคยถูกเด้งดึ๋ง พ้นผู้ว่าฯสมุทรสาคร เหตุมีชื่อพัวพันขบวนการค้ามนุษย์ ก่อนพิสูจน์ได้ว่า บริสุทธิ์ แล้ว ได้คืนเก้าอี้ผู้ว่าฯที่อุทัยธานี งวดนี้ขยับอีกหนไปนั่งผู้ว่าฯ สระบุรี .. “สิงห์ดำ” อีกราย ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ พ่อเมืองสองแคว จ.พิษณุโลก ตีตั๋วลงใต้อีกหน ที่ผู้ว่าฯภูเก็ต หลังจากก่อนหน้านี้เคยอยู่ที่พังงามาก่อน .. แล้วยังมีรายการเซอร์ไพร์สพอสมควร เมื่อ วิชิต ชตไพสิฐ ผู้ตรวจฯ อีกคน ได้ไปเป็นผู้ว่าฯสระแก้ว คุม “ประตูบูรพาทิศ”ทั้งที่เมื่อ พ.ค.57 ถูกเด้งจากผู้ว่าฯ ระยอง มาเป็นผู้ตรวจฯ เคยประกาศจะขอเป็นผู้ตรวจฯจนเกษียณอายุราชการ ..

ที่ฮือฮาที่สุดในโผ ต้องยกให้ “แมวเก้าชีวิต”อย่าง ระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ที่ชีวิตราชการโล้ไปตามกระแสลมการเมือง ด้วยความที่เป็นคนบุรีรัมย์โดยกำเนิด.. แถมเคยค้ำถ่อ ข้ามรุ่นพี่หลายสิบชีวิต ประเดิมเป็นพ่อเมืองครั้งแรกที่ “โคราช”ในยุคที่ “พรรคภูมิใจไทย” ดูแลกระทรวงมหาดไทย โดยเชื่อกันว่าได้รับอานิสงส์ จากคนบ้านเดียวกัน อย่าง “เสี่ยเป็ด”เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย .. เมื่อภาพ “เสี่ยเน” ติดเป็นเงาตามตัว พออำนาจเปลี่ยนมือ ก็กระเด้งกระดอนหลายหน ก่อนมาจุ้มปุ๊ก อยู่ในกรุผู้ตรวจฯ งวดนี้ได้ “มนต์เขมร”หนุนส่ง จนพ้นกรุออกมาเป็น “พ่อเมืองแปดริ้ว”จ.ฉะเชิงเทรา .. ท่ามกลางเสียงเมาต์มอยกระฉ่อน “คลองหลอด”ว่า “คนโตอีสานใต้”รีเควสมาเอง .. แล้วดูท่าจะไม่ได้รีเควสมาแค่เก้าอี้เดียวเสียด้วย เมื่อมีรายงานว่า วานนี้ (14 ส.ค.) ที่มีประชุม ครม. ปรากฏว่า “คนในโผ”ส่วนใหญ่ เฮโลพากันไปลุ้นมติ ครม.กันถึง “โรงโม่ดังแดนเซราะกราว”โดยมิได้นัดหมาย




ช.ชฎา


กำลังโหลดความคิดเห็น...