xs
xsm
sm
md
lg

คสช.ปล่อยผี “บูรณุปกรณ์” ตอกลิ่ม “เจ๊ ด.” ไม่ใยดี “ลิ่วล้อ” หมายเจาะไข่แดง “เมืองหลวงชินวัตร”

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวการเมือง


ป้อมพระสุเมรุ

 ไม่มีปี่มีขลุ่ย จู่ๆ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควักปากกาเซ็น “คำสั่งนายกฯ” ล้าง “คำสั่งหัวหน้า คสช.”

กับการคืนตำแหน่งให้กับ 4 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่เคยถูกอิทธิฤทธิ์ “มาตรา 44” สั่งแขวนเก้าอี้ เหมือนกับผู้บริหารองค์กรส่วนท้องถิ่น อีกหลายร้อยราย ที่เก้าอี้กระเด็นกระดอนในช่วงแรกๆ ที่ คสช.เรืองอำนาจ จนหลายรายต้องหมดวาระไปอย่างช้ำๆ

โดย 4 นายก อบจ. ที่พ้นพันธนาการ ประกอบด้วย สถิรพร นาคสุข นายก อบจ.ยโสธร มลัยรัก ทองผา นายก อบจ.มุกดาหาร ชัยมงคล ไชยรบ นายก อบจ.สกลนคร รวมไปถึง “เสี่ยโต๊ะ” บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่
ในคำสั่งระบุเหตุผลง่ายๆ ว่าเรื่องที่เคยเป็นสาเหตุให้บุคคลเหล่านี้ถูกพักงาน “ตรวจสอบแล้วไม่พบความผิด” หรือไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นนั่นเอง

หนีไม่พ้นข้อครหา “ยื่นหมูยื่นแมว” ในการปลดล็อกคืนตำแหน่งให้ “บิ๊กท้องถิ่น” แลกกับการสนับสนุน “พรรค คสช.” หรือเปล่า

ร้อนถึงผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต้องออกมาชี้แจงว่า เดิมที ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอ.ตช.) ที่ คสช.ตั้งขึ้น เป็นผู้ประมวลข้อมูลที่ได้รับจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่กำลังสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกัลบผู้บริหารท้องถิ่น และเสนอให้ คสช.ออกคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่กว่า 200 คน มีทั้ง 1.ข้าราชการท้องถิ่น 2.สมาชิกสภาท้องถิ่น และ 3.ผู้บริหารท้องถิ่น

“ไม่มีนัยที่จะแลกเปลี่ยนอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามเนื้อผ้าและตามกฎหมาย ใช่ว่าผิดแล้วบอกว่าไม่ผิด ไม่ได้ ไม่มีใครสั่งจากที่ผิดแล้วให้ไม่ผิดไม่ได้” คือคำยืนยันของ “มท.1”

พร้อมแก้ต่างข้อหา “ลบล้างความผิด” ด้วยว่า “ถ้าเป็นเรื่องที่มาจาก ป.ป.ช. หรือ สตง. ไม่มีใครไปเปลี่ยนอะไรได้ มีกลไกอยู่ ถ้าเขามีความผิดจริงไปเสกอะไรไม่ได้ เพราะตัวหนังสือก็ยังอยู่ ขอให้เชื่อมั่นในรัฐ แต่เมื่อไม่ผิดก็ต้องไม่ผิด ใน 200 กว่าคนที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ก็มีให้ออกและไม่มีความผิด มีทั้งที่ผมเซ็นและผู้ว่าราชการจังหวัด เซ็น ซึ่งถ้าเป็น อบต.หรือเทศบาลตำบล ผู้ว่าฯเป็นคนเซ็นให้พ้นจากหน้าที่ ถ้าตำแหน่งสูงกว่านั้น ผู้ว่าฯเป็นคนเสนอแล้วผมเป็นคนเซ็น แต่ผู้ว่าฯต้องสอบสวนมาให้จบว่าเป็นอย่างไร ผมถึงให้พ้นจากหน้าที่”

นัยว่าไม่ได้ “ปล่อยผี” กันอย่างเดียว ที่ผ่านมาเชือดทิ้งเอาออกจากให้พ้นจากตำแหน่งไปเลยก็มีเยอะแยะ
แต่ก็ยังมีคำถามตามมาอีกว่า ทำไม “4 นายก อบจ.” ถึงได้รับเกียรติปลดปล่อยเป็น “ลอตแรก” ทั้งที่แต่ละพื้นที่ล้วนแล้วแต่เป็นพื้นที่อิทธิพลของ “พรรคเพื่อไทย” หรือจะพูดให้ถูกเป็นพื้นที่อิทธิพลของ ทักษิณ ชินวัตร นั่นเอง ทั้งในภาคอีสาน ยโสธร มุกดาหาร สกลนคร

สำคัญกว่านั้นคือ เชียงใหม่ ที่ถูกยกให้เป็น “เมืองหลวงของตระกูลชินวัตร” เลยทีเดียว

รู้กันโดยทั่วว่า “เสี่ยโต๊ะ” ซึ่งเป็น “พี่ใหญ่” แห่งตระกูลบูรณุปกรณ์ เป็นระดับ “สายตรงเจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เติบโตทางการเมืองอย่างรวดเร็วมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยนู่น

และต้องไม่ลืมว่า สาเหตุที่ “บุญเลิศ” ถูกให้แขวนเก้าอี้ มาจาก “คดีความมั่นคง” ไม่ใช่การถูกตรวจในคดีทุจริต

โดยมีต้นตอมาจาก “กระดาษแผ่นเดียว” ก่อนที่จะเชื่อมโยงมาถึง “บ้านบูรณุปกรณ์” ที่ถูกกล่าวหาว่าไปมีส่วนในการรณรงค์คว่ำ-บิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ ในช่วงทำการประชามติ เมื่อปี 2559 จนต้องรับศึกหนัก ถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้าน-สำนักงานหลายแห่งอย่างเอาเป็นเอาตาย

ก่อนที่จะมีการเชิญตัวนักการเมืองท้องถิ่น ญาติ และผู้เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว เพื่อควบคุมตัวไปสอบสวน ที่มณฑลทหารบกที่ 11 กรุงเทพฯ รวม 11 ราย นำโดย “บุญเลิศ” และหลานรักอย่าง ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ รองนายก อบจ.เชียงใหม่ และ ธารทิพย์ บูรณุปกรณ์ ที่มีอาชีพเป็น “หมอฟัน” ก็ถูกหางเลขไปด้วย

วิเคราะห์กันว่า ที่เล่นงาน “บ้านบูรณุปกรณ์” ขนานใหญ่ ก็หวังให้ “กระทบชิ่ง” ไปถึงขุมข่ายอำนาจของ “ตระกูลชินวัตร” และ “กลุ่มวังบัวบาน” ของ “เจ๊แดง” นั่นเอง

การปลดล็อกให้กับ “พี่ใหญ่บูรณุปกรณ์” หนนี้ ก็ถูกมองว่าเพื่อต้องการเขย่าฐานอำนาจ “ตระกูลชินวัตร” และ “กลุ่มวังบัวบาน” ของ “เจ๊แดง” เฉกเช่นเดียวกัน

เพราะระยะหลังมีกระแสข่าวในทำนองว่า “เสี่ยโต๊ะ” เริ่มเข้าหน้า “เจ๊แดง” ไม่ติด โดยไม่มีการระบุสาเหตุที่แน่ชัด สำทับด้วยข่าวที่ว่า “เจ๊แดง” เริ่มทาบทาม “นักการเมืองท้องถิ่นสายอื่น” เพื่อเตรียมส่งลงชิงชัยสนามท้องถิ่นเชียงใหม่ แข่งกับ “ตระกูลบูรณุปกรณ์” ทั้งเก้าอี้นายก อบจ. ของ “เสี่ยโต๊ะ” รวมทั้งเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ที่ “นายกฯไก่” ทัศนัย บูรณุปกรณ์ หลานชายอีกคนของ “บุญเลิศ” ครองตำแหน่งอยู่

ยิ่งมีเสียงแปร่งๆ ออกมาจาก ชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่แทนที่จะยินดีที่ “คนของพรรค” พ้นจากความผิด แต่กลับตั้งข้อสังเกตว่า การปลดล็อก 4 นายก อบจ. ในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง อาจจะมีเงื่อนไขสนับสนุนพรรคการเมืองของ คสช.หรือไม่

คล้ายกับว่า “พรรคเพื่อไทย” ก็ไม่แฮปปี้กับหมากนี้ของ คสช.เหมือนกัน

เป็นไปได้ว่า “ข่าวเมาท์” ที่ว่า “เสี่ยโต๊ะ” ไม่เป็นที่โปรดปรานของ “เจ๊แดง” ขาใหญ่เพื่อไทย ก็อาจรู้ไปถึงหู “บิ๊ก คสช.” ก็เลยเลือกปลดล็อกให้กับ “บุญเลิศ” ที่อาจจะเหมือน “ปล่อยเสือเข้าป่า” แต่ก็คุ้มที่จะเสี่ยงหาก “ข่าวเมาท์” เป็นจริง

เพราะอย่างน้อยก็อาจจะได้ “ตอกลิ่ม” ความขัดแย้งระหว่าง “เสี่ยโต๊ะ - เจ๊แดง” ให้หนักขึ้น

โดยมีการนำกรณีของ “บุญเลิศ” ไปเปรียบเทียบกับ “ลิ่วล้อเจ๊แดง” รายอื่นๆ ที่รับเคราะห์กรรม โดยไร้การเหลียวแลจากผู้เป็นนาย ทั้ง บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ เจ้าของวลี “กูพูดไม่ได้” ที่ต้องโทษจำคุก 42 ปี ฐานทุจริตระบายข้าวจีทูจี ที่ว่ากันว่ามี “ตัวใหญ่กว่า” ยังลอยนวล

รวมทั้งรายของ เกษม นิมมลรัตน์ อดีตสารถีขับรถคนสนิท ที่ถูกส่งสมัคร จนได้เป็น ส.ส.ขัดตาทัพ ก่อนลาออกกลางสมัย เพื่อให้ “เจ๊แดง” เข้ามาเป็น ส.ส.แทน ที่สุดมาต้องคำพิพากษาติดคุกแบบไม่รอลงอาญา และถูกยึดทรัพย์ 168 ล้านบาท ฐานร่ำรวยผิดปกติ ที่เชื่อกันว่าเงินทองทรัพย์สินที่งอกมานั้น ก็ไม่ใช่ของ “เกษม” เองเสียด้วย

จนมาถึงในรายของ “บุญเลิศ” ที่เพียงแค่ถูกแขวนเก้าอี้ กลับถูก “แทงจำหน่าย” ว่าหมดอนาคตทางการเมือง แล้วเตรียมนำ “ม้าใช้” ตัวใหม่จากมุ้งอื่น มาลงเลือกตั้งแทนกันแล้ว โดยไม่คิดจะเหลียวแลเยียวยา “ตระกูลบูรณุปกรณ์” ที่ถูกเล่นงานอย่างหนัก

นี่คือหมากสำคัญที่ “ขุนทหาร” กำลังเขย่าการเมืองในเชียงใหม่ ขยี้ปมชะตากรรม “ลิ่วล้อเจ๊แดง” เป้าหมายก็เพื่อทอนกำลัง “เครือข่ายทักษิณ” ก่อนบุกเข้าเจาะไข่แดง ปักธงที่ “เมืองหลวงชินวัตร” นั่นเอง.


กำลังโหลดความคิดเห็น...