xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กตู่” ปัดรังเกียจนักการเมืองเพราะส่วนใหญ่เป็นคนดี พร้อมร่วมงานด้วยเพื่อความสุข ปชช.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“บิ๊กตู่” ลั่นไม่ได้รังเกียจนักการเมืองเพราะส่วนใหญ่เป็นคนดี พร้อมร่วมงานด้วยเพื่อความสุขของประชาชน แต่ไม่อาจยอมรับคนทำผิดกฎหมาย - ต่อต้านอำนาจรัฐ โต้ทุ่มงบ 2 หมื่นล้าน ลงกองทุนหมู่บ้านแฝงหาเสียง โวยให้กับหน่วยงานไม่ได้เป็นบุคคล จะหาเสียงได้ยังไง

วันนี้ (20 เม.ย. 2561) เวลา 20.15 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ แห่งประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า ย้ำอีกครั้งว่าไม่ได้รังเกียจนักการเมือง พรรคการเมือง เพราะส่วนใหญ่เป็นคนดี แต่ไม่อาจยอมรับผู้ทำผิดกฎหมาย ผู้ที่ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม หรือผู้ต่อต้านอำนาจรัฐ และตนพร้อมทำงานร่วมกับทุกคนได้ ที่มีอุดมการณ์รักชาติ และทำเพื่อความสุขของพี่น้องประชาชน

ปัญหาไม่ใช่ความขัดแย้ง แต่ปัญหาคือจุดเริ่มต้นของสามัคคี เพราะคนที่มีอุดมการณ์เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนด้วยกัน เมื่อได้ร่วมงานกันแล้ว ย่อมยอมสละผลประโยชน์ส่วนตัวได้ และร่วมกันแสวงแนวทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเพื่อชาติบ้านเมืองโดยยึดมั่นอุดมการณ์ดังกล่าว ไม่อยากให้วิเคราะห์วิจารณ์ที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงจากบางกลุ่ม บางฝ่ายที่ไม่หวังดี และมองทุกอย่างเป็นเรื่องการเมืองหมด

นายกฯ ยังกล่าวชี้แจงถึงกรณี ครม. อนุมัติงบกลางประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ที่เกรงกันว่าจะใช้ในการหาเสียง ว่า รัฐบาลได้เตรียมการสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านผ่านโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินทุนให้กองทุนหมู่บ้าน กองทุนละไม่เกิน 300,000 บาท เพื่อต่อยอดโครงการเดิม หรือสนับสนุนโครงการส่งเสริมหมู่บ้านและชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการดำเนินโครงการหลายกองทุน เพื่อจะลดความเหลื่อมล้ำด้วยการให้โอกาสประชาชนบริหารจัดการและพัฒนาหมู่บ้านชุมชน โดยทรัพยากร ภูมิปัญญาและการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยสนับสนุนการประกอบอาชีพ การสร้างงาน สร้างรายได้ และแหล่งผลิตยั่งยืน โดยศาสตร์พระราชา ที่จะอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนประชารัฐ ได้นำกรอบตามแนวทางไทยนิยม 10 เรื่องมาพิจารณาประกอบการดำเนินโครงการ โดยเน้นให้ทุกโครงการของกองทุนหมู่บ้านต้องผ่านเวทีประชารัฐสังคม ให้สมาชิกให้ร่วมคิดร่วมตัดสินใจ โปร่งใสและตรวจสอบได้ แสดงได้ว่า ไม่ว่าโครงการจะเริ่มต้นตั้งแต่รัฐบาลใดในอดีตมาเป็นโครงการที่ดีแล้ว รัฐบาลนี้จะต่อยอดขยายผลให้ดีขึ้นไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า งบประมาณที่ลงไปกลางปี เสริมต่อโครงการต่างๆ ที่มีแล้ว ไม่ว่าจะกองทุนหมู่บ้าน กองทุนพัฒนาเกษตร การเพิ่มอาชีพรายได้ สร้างความเข้มแข็งประชาชน รวมถึงดูแลส่วนของผู้ถือบัตร มีรายได้น้อยด้วย ฉะนั้นวงเงินก็มากขึ้น แต่ทั้งนี้ เป็นการสานต่อทั้งหมดที่เราทำมาแล้วให้ดี

“ไม่อยากให้มองเป็นเรื่องการเมือง เป็นเรื่องหาเสียง ผมจะหาเสียงได้ยังไง ในเมื่อผมไม่ได้ให้ใครซักคน แต่ให้เป็นกลุ่มให้เป็นหน่วย ให้เป็นพื้นที่ ให้เป็นหมู่บ้าน ผมไปให้กับใคร กลุ่มไหนสนับสนุนผมหรือไม่ คงไม่ใช่มั้ง ช่วยกันคิดตามนี้แล้วกัน ถูกผิดว่ากันมา” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการมาตรการนโยบายใด มีหลักการดี แต่การดำเนินการยังไม่ประสบความสำเร็จจะปรับปรุงและสานต่อเท่าที่สามารถทำได้ ส่วนโครงการที่สร้างความเสียหายให้ชาติบ้านเมืองระยะยาว โครงการที่ถูกทักท้วงถูกร้องเรียน ต้องนำสู่กระบวนการของศาลเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและขจัดทุจริตให้หมดสิ้นไป ดังเช่น เงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ และไร้ที่พึ่ง ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกองทุนเสมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น
คำต่อคำ : ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน 20 เมษายน 2561

สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน ส่วนหนึ่งของความเป็นไทยนิยมนั้น หมายถึงการยึดมั่นใน 3 สถาบันหลักของประเทศ อันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยให้เกิดความรักใคร่ปรองดองกัน และอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข ได้แก่ สถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ ซึ่งต่างมีความเชื่อมโยงผูกพันกัน อาทิ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภกน

นอกจากนี้ พระมหากษัตริย์ทรงสร้างบ้านแปงเมืองนำความผาสุกมาสู่พสกนิกร สืบเนื่องมาทุกยุคทุกสมัย ดังนั้นคนไทยทุกคนนั้น เราควรร่วมกันดีเพื่อแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนของเราอย่างพร้อมเพรียงกัน ที่เราเรียกว่า ไทยนิยม
ในโอกาสที่วันพรุ่งนี้ วันที่ 21 เมษายน จะตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ได้ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เป็นราชธานี เมื่อ พ.ศ. 2325 โดยในปีนี้ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ร่วมกันในงานใต้ร่มพระบารมี 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์แห่งราชวงศ์จักรี อีกทั้งยังจะร่วมกันแสดงออกถึงความรักชาติ และนิยมความเป็นไทย ร่วมกันแต่งกายชุดไทย ร่วมในกิจกรรมต่างๆ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 21 - 25 เมษายนนี้ รวม 5 วัน อาทิ ในริ้วขบวนแสดงประวัติความเป็นมาของกรุงรัตนโกสินทร์ ณ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ กรุงเทพ กับอีก 7 จุดสำคัญๆ ทั่วกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะรอบเกาะรัตนโกสินทร์ เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โรงละครแห่งชาติ สวนสันติชัยปราการ ลานคนเมือง หอศิลป์ วัง วัด ศาสนสถาน เทวสถาน เป็นต้น ซึ่งสามารถเข้าชมฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมทั้งรถโดยสารให้บริการฟรีตามเส้นทาง และตารางเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ พี่น้องประชาชนสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนวัฒนธรรม โทร. 1765

พี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานที่แน่วแน่ ในการสืบสาน รักษา ต่อยอดสร้างสุขปวงประชา เฉกเช่นบูรพมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ อีกทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ก็ทรงมีพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ เพื่อสนองพระราชปณิธานดังกล่าว และได้เห็นเป็นประจักษ์ สู่สายตานานาอารยประเทศ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ได้กล่าวยกย่องบทบาทของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะทูตพิเศษประจำ FAO ในการรณรงค์แก้ไขปัญหาการขาดอาหารและโภชนาการทั้งในประเทศไทย และในภูมิภาคอื่นๆ โดยพระองค์ทรงดำเนินโครงการ เพื่อช่วยลดความหิวโหยมาหลายสิบปี อาทิ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน กองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เป็นต้น ปัจจุบันพระองค์มีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค เช่น เมียนมา ลาว กัมพูชา ภูฏาน และบังกลาเทศ

นอกจากนี้ ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการจัดตั้งภาคีพัฒนาโคนมแห่งเอเชีย สำหรับส่งเสริมและพัฒนางานด้านโคนม เพื่อให้น้ำนมมีคุณภาพ และ ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรโคนมในระดับภูมิภาคอีกด้วย ทั้งนี้ ในส่วนของรัฐบาลไทยได้ดำเนินโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสารอาหารเด็กในวัยเรียน และสนับสนุนอุตสาหกรรมโคนมดังกล่าว ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นที่จะขจัดความอดอยากหิวโหยให้หมดสิ้นไปรัฐบาลไทยได้เชื่อมโยงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ หรือ SDG เข้ากับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้วยการน้อมนำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาแบบยั่งยืนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมาเป็นแนวทางในการดำเนินนโยบายต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาความยากจน ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และเกษตรกร แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร เสริมสร้างความมั่นคงอาหาร พัฒนาโภชนาการและความปลอดภัยอาหาร เพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประชาชน และประเทศชาติ ตามพระราชปณิธานอันแน่วแน่แห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้างต้น

นอกจากนี้ ในฐานะที่บ้านเมืองของเราเป็นชาติเกษตรกรรม รัฐบาลจึงให้ความสำคัญอย่างมากที่จะดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน และ ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร อาทิ การส่งเสริมสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรรายย่อย โดยส่งเสริมระบบการทำเกษตรแปลงใหญ่มาใช้กับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย ทั้งการปลูกพืชสวนไร่นา ประมง ปศุสัตว์ รวมทั้งการยกระดับมาตรฐานคุณภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้เป็นไปตามความต้องการของตลาดตามแนวคิดการตลาดนำการผลิต การพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ อีกทั้ง สนับสนุนให้เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรมืออาชีพก่อให้เกิดการพัฒนาชุมชน ถิ่นเกิดของตนอย่างยั่งยืน ด้วยการทำเกษตรอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง เพื่อไม่ทำร้ายสุขภาพเกษตรกรและผู้บริโภค และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ อากาศด้วย

ปัจจุบันรัฐบาลนี้ได้ริเริ่มโครงการไทยนิยมยั่งยืน โดยจัดสรรเงินงบประมาณ ราว 150,000 ล้านบาท ในการดำเนินโครงการในหลากหลายมิติ ส่วนหนึ่งเป็นเป็นแผนงานโครงการด้านการปฏิรูปโครงสร้าง การผลิตภาคการเกษตรกว่า 24,000 ล้านบาท ซึ่งมีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกร ด้วยการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เพื่อจะสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยเริ่มที่ตัวเกษตรกรก่อนตามแนวทางประชารัฐ ซึ่งต้องมีการทำประชาคม การรับฟังปัญหาระดับชุมชน การสำรวจความต้องการ และปัญหาแต่ละท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนต่อไป

พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน โครงการไทยนิยมยั่งยืน มีหลักการสำคัญ 3 ประการ นอกเหนือจากการปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรทั้งระบบดังกล่าวแล้ว ก็ยังมีการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการพัฒนาเชิงพื้นที่อีกด้วย

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเพื่อพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืน ก็เป็นมาตรการหนึ่ง ที่รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ตามพระราชบัญญัติ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ภายใต้ปรัชญาในการเสริมสร้างสำนึก ความเป็นชุมชนและท้องถิ่น โดยให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดอนาคต และจัดการหมู่บ้านและชุมชน ด้วยคุณค่าและภูมิปัญญาของตนเอง เป็นการระเบิดจากข้างใน เกื้อกูลประโยชน์ต่อผู้ด้อยโอกาสในหมู่บ้านและชุมชน โดยจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งชุมชน หน่วยงานราชการ บริษัทเอกชน และประชาสังคม ตามแนวทางประชารัฐ กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและ พัฒนาประชาธิปไตยพื้นฐาน เตรียมพร้อมสำหรับบทบาทของท้องถิ่นที่จะต้องมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต

ในการขับเคลื่อนกองทุนหมู่บ้านนี้ ในอดีตอาจยังมีปัญหาอยู่บ้าง รัฐบาลนี้ก็เข้ามาจัดระบบ จัดระเบียบใหม่ให้เกิดความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองให้ได้โดยเร็ว ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานรากได้โดยตรง โดยจะเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียน สำหรับการลงทุนเพื่อพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ เพิ่มรายได้ และลดรายจ่ายอย่างแท้จริง หรือใช้สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาไปสู่การสร้างสวัสดิการ

อาทิ ตลาดประชารัฐ แหล่งท่องเที่ยวชุมชน หรือประโยชน์เพื่อส่วนรวมอื่นใด ให้แก่ประชาชนในหมู่บ้าน หรือชุมชนเมือง ในการบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วนสำหรับลูกบ้าน ชาวชุมชน รวมถึง เป็นแหล่งพัฒนาองค์ความรู้ คุณภาพชีวิต และสวัสดิการของสมาชิก อีกด้วย ปัจจุบันมีกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ เกือบ 80,000 กองทุนนะครับ มีสมาชิก ราว 13 ล้านคน

เมื่อรัฐบาลนี้ เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ก็จัดให้มีการประเมินผลการดำเนินงานรายกองทุน เพื่อแบ่งกลุ่มสำหรับกำหนดมาตรการสนับสนุนให้เหมาะสม ในแต่ละประเภท ดังนี้ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่มีผลการประเมินในระดับดีมาก เกรด A และระดับดี เกรด B รวมกันราว 60,000 กองทุน หรือร้อยละ 76

ใช้มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ โดยการจัดสรรวงเงินสินเชื่อปลอดดอกเบี้ย ให้กับพี่น้องสมาชิกกองทุนหมู่บ้านในพื้นที่

ส่วนกองทุน ที่มีผลการประเมินในระดับปานกลาง เกรด C และระดับต้องปรับปรุง เกรด D รวมกันเกือบ 20,000 กองทุน กว่าร้อยละ 23 ให้ดำเนินการทุกมิติ เพื่อพลิกฟื้นให้กองทุนเหล่านั้น สามารถกลับมาเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านและชุมชน ให้ได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ ในปี 2559 ได้จัดโครงการเพิ่มความเข็มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก งบประมาณ 35,000 ล้านบาท สำหรับให้กองทุนหมู่บ้าน นำไปลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ ลดภาระต้นทุน ขยายโอกาสทางการตลาด แก่เกษตรกร และ ผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชน ซึ่งมีกองทุนหมู่บ้าน ได้รับอนุมัติโครงการ มากกว่า 66,000 กองทุน คิดเป็นในวงเงินงบประมาณกว่า 33,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 95 ของเป้าหมาย

ต่อมาปี 2560 รัฐบาลได้จัด งบประมาณเพิ่มเติม อีก 15,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนกองทุนหมู่บ้าน อย่างต่อเนื่อง มีกองทุนที่ได้อนุมัติโครงการ มากกว่า 61,000 กองทุน รวมวงเงินงบประมาณ กว่า 12,000 ล้านบาท หรือกว่าร้อยละ 80 ของเป้าหมาย โดยรวมแล้ว ทำให้เกิดโครงการต่างๆ มากมาย หลากหลายมิติ ทั่วประเทศ

อาทิ โครงการร้านค้าชุมชน น้ำดื่มชุมชน ปุ๋ย ยา เมล็ดพันธุ์ บริการงานชุมชน บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตร เกษตรฟาร์มรวม ลานตากอเนกประสงค์ และโรงสีข้าวชุมชน เป็นต้น รวมทั้งสิ้น กว่า 120,000 โครงการในปัจจุบัน

ผมขอยกตัวอย่าง โครงการด้านการท่องเที่ยวและบริการระดับท้องถิ่น ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่เราควรให้ความสนใจ ได้แก่ อุทยานธรณีโลก ในจังหวัดสตูล ซึ่งครอบคลุม 4 อำเภอ ที่ผ่านการประเมินหลักเกณฑ์ของ องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ (UNESCO)

เมื่อ 17 เมษายนที่ผ่านมา นับเป็นอุทยานธรณีโลก แห่งแรกของประเทศไทย ที่มีซากฟอสซิล ชั้นหิน ชั้นดิน ซึ่งเป็นจุดน่าสนใจทางธรณีวิทยา อีกทั้ง มีเทือกเขาหินปูน ถ้ำ เกาะ ชายหาด และล่องแก่ง ที่เป็นจุดขาย สำหรับนักท่องเที่ยว

ทั้งหมดนี้ กลไกประชารัฐและชุมชนต้องร่วมกัน วางยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว การอนุรักษ์ การต้อนรับผู้มาเยือน การเป็นเจ้าบ้านที่ดี ดูแลเรื่องราคา และความปลอดภัยต่างๆ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ณ แหล่งท่องเที่ยว อาทิ เส้นทางจราจร พื้นที่จอดรถ เขตสุขาภิบาล การโซนนิ่งพื้นที่

เราต้องพิจารณาให้ครบวงจร เป็นขั้นเป็นตอน ให้ได้มาตรฐาน ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันสร้าง เริ่มระเบิดจากข้างใน และชุมชนต้องช่วยกันดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง อย่าปล่อยให้ทรุดโทรม เพราะจะเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ นำรายได้มาสู่ชุมชนของท่าน โดยรัฐบาลก็จะเข้าไปสนับสนุนในภาพรวมของเศรษฐกิจมหภาคด้วย

สำหรับปี 2561 นี้ รัฐบาลได้เตรียมการสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านผ่านโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินทุนให้กองทุนหมู่บ้าน กองทุนละไม่เกิน 300,000 บาท เพื่อต่อยอดโครงการเดิม หรือสนับสนุนโครงการส่งเสริมหมู่บ้านและชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการดำเนินโครงการหลายกองทุน เพื่อจะลดความเหลื่อมล้ำด้วยการให้โอกาสประชาชนบริหารจัดการและพัฒนาหมู่บ้านชุมชน โดยทรัพยากร ภูมิปัญญาและการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยสนับสนุนการประกอบอาชีพ การสร้างงาน สร้างรายได้ และแหล่งผลิตยั่งยืน โดยศาสตร์พระราชา ที่จะอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนประชารัฐ ได้นำกรอบตามแนวทางไทยนิยม 10 เรื่องมาพิจารณาประกอบการดำเนินโครงการ โดยเน้นให้ทุกโครงการของกองทุนหมู่บ้านต้องผ่านเวทีประชารัฐสังคม ให้สมาชิกให้ร่วมคิดร่วมตัดสินใจ โปร่งใสและตรวจสอบได้ แสดงได้ว่า ไม่ว่าโครงการจะเริ่มต้นตั้งแต่รัฐบาลใดในอดีตมาเป็นโครงการที่ดีแล้ว รัฐบาลนี้จะต่อยอดขยายผลให้ดีขึ้นไป

สำหรับโครงการมาตรการนโยบายใด มีหลักการดี แต่การดำเนินการยังไม่ประสบความสำเร็จจะปรับปรุงและสานต่อเท่าที่สามารถทำได้ ส่วนโครงการที่สร้างความเสียหายให้ชาติบ้านเมืองระยะยาว โครงการที่ถูกทักท้วงถูกร้องเรียน ต้องนำสู่กระบวนการของศาลเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและขจัดทุจริตให้หมดสิ้นไป ดังเช่น เงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ และไร้ที่พึ่ง ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกองทุนเสมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น

ทั้งนี้ ผมย้ำอีกครั้งว่า ผมไม่ได้รังเกียจอะไรกับนักการเมือง พรรคการเมือง เพราะส่วนใหญ่เป็นคนดี แต่ผมไม่อาจยอมรับผู้ทำผิดกฎหมาย ผู้ที่ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม หรือผู้ต่อต้านอำนาจรัฐ และผมพร้อมทำงานร่วมกับทุกคนได้ ที่มีอุดมการณ์รักชาติ และทำเพื่อความสุขของพี่น้องประชาชน ผมมองว่า ปัญหาไม่ใช่ความขัดแย้ง แต่ปัญหาคือจุดเริ่มต้นของสามัคคี เพราะคนที่มีอุดมการณ์เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนด้วยกัน เมื่อได้ร่วมงานกันแล้ว ย่อมยอมสละผลประโยชน์ส่วนตัวได้ และร่วมกันแสวงแนวทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเพื่อชาติบ้านเมืองโดยยึดมั่นอุดมการณ์ดังกล่าว ไม่อยากให้วิเคราะห์วิจารณ์ที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงจากบางกลุ่ม บางฝ่ายที่ไม่หวังดี และมองทุกอย่างเป็นเรื่องการเมืองหมด

งบประมาณที่ลงไปกลางปี เสริมต่อโครงการต่างๆ ที่มีแล้ว ไม่ว่าจะกองทุนหมู่บ้าน กองทุนพัฒนาเกษตร การเพิ่มอาชีพรายได้ สร้างความเข้มแข็งประชาชน รวมถึงดูแลส่วนของผู้ถือบัตร มีรายได้น้อยด้วย วงเงินเลยมากน้อย แต่ทั้งนี้ เป็นการสานต่อทั้งหมดที่เราทำมาแล้วให้ดี ไม่อยากให้มองเป็นเรื่องการเมือง เป็นเรื่องหาเสียง ผมจะหาเสียงได้ยังไง ในเมื่อผมไม่ได้ให้ใครซักคน แต่ให้เป็นกลุ่มให้เป็นหน่วย ให้เป็นพื้นที่ ให้เป็นหมู่บ้าน ผมไปให้กับใคร กลุ่มไหนสนับสนุนผมหรือไม่ คงไม่ใช่มั้ง ช่วยกันคิดตามนี้แล้วกัน ถูกผิดว่ากันมา

พี่น้องประชาชนที่รักครับ วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน ของทุกปีนั้น เป็นวันคุ้มครองโลก หรือเป็นวัน Earth Day ที่จะได้ทบทวน ที่ผ่านมา เราได้ทำอะไรที่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งสุดท้าย จะส่งผลร้ายต่อเราเอง และสิ่งมีชีวิตในโลกด้วย เพราะเราอยู่ร่วมกันในโลกใบเดียวกัน มนุษย์ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบในการดูแลรักษาโลกใบนี้ให้ดีขึ้นมากพอหรือยัง

ทั้งนี้ การพัฒนาไทยแลนด์ 4.0 ในรัฐบาลยุคนี้นั้น จะเป็นการพัฒนายั่งยืน เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างสมดุลให้เกิดระหว่างการพัฒนาและสถาบันชาติ พร้อมสร้างคนด้วย แนวคิดการจัดการงานวันคุ้มครองโลกปีนี้ คือคนรุ่นใหม่ลดขยะพลาสติก กู้วิกฤตโลกร้อน ซึ่งอิงตามความคิดเครือข่ายโลกสากล ทั้งนี้ พลาสติกนั้นผลิตได้ ผลิตได้ครั้งละมากๆ ซึ่งส่วนใหญ่เราใช้เพียงครั้งเดียวทิ้ง อย่างหลอดกาแฟ กล่องโฟมใส่อาหาร ที่น่ากลัวคือผลิตภัณฑ์พลาสติกเหล่านี้ใช้เวลาย่อยสลายกว่า 450 ปี พลาสติกทำจากน้ำมัน จากก๊าซธรรมชาติ ยิ่งเราใช้พลาสติกมากเท่าไหร่ ก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต ยิ่งถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้นเท่านั้น ท่านนำขยะพลาสติกไปเผาจะทำให้เกิดสารพิษ เป็นอันตรายต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งทำให้โลกเราร้อนขึ้นด้วย

วันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา เราประกาศให้ยกเลิกการใช้พลาสติกคู่ฝาขวดน้ำดื่ม ซึ่งเอกชนหลายรายขานรับอย่างดี เนื่องจากเมืองไทยเป็นเมืองร้อน เราผลิตขวดน้ำดื่มพลาสติกปีละ 7,000 ล้านขวด ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่อันดับ 6 ของประเทศทิ้งขยะลงกลางทะเลมากที่สุดในโลก จากการผ่าซากสัตว์ทะเลที่ตายพบว่าส่วนหนึ่งมีสาเหตุที่สัตว์ทะเลเหล่านี้กินพลาสติกคู่ฝาขวดน้ำดื่ม และพลาสติกอื่นเข้าไป หลายประเทศประกาศยกเลิกการใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม เช่น สิงคโปร์ เกาหลี อิตาลี หรืออังกฤษ ถ้าผู้ผลิตน้ำดื่มทุกรายของเราร่วมมือกัน เราจะสามารถลดปริมาณขยะพลาสติกได้ถึง 2,600 ล้านชิ้นต่อปี

ขอเถอะครับ ช่วยกันหน่อย อาจมีต้นทุนเพิ่มซักนิด อย่าเพิ่มภาระให้ผู้บริโภคแล้วกัน ขอให้ช่วยกันลดการใช้ถุงพลาสติกใส่อาหารสินค้าอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้ เราจึงสามารถแก้ปัญหาได้ ปัญหาของบ้านเราคือไม่มีความตระหนักรู้ เรื่องการใช้ การแยกขยะ การทิ้ง และการกำจัด ผลคือขยะถูกทิ้งปีละประมาณ 2 ล้านตัน รวมกับขยะอื่นๆ กลายเป็นภาระพนักงานเก็บขยะ เทศบาลที่ต้องทำแทนคนกว่า 60 ล้านคน ช่วยกันแยกขยะ โดยเฉพาะพลาสติกนำไปรีไซเคิลได้จะเป็นการดี

เริ่มต้นที่ตัวท่าน ห้างสรรพสินค้า หรือหน่วยงานราชการ เริ่มต้นด้วยการแยกทิ้งขวดน้ำพลาสติกก่อน แล้วค่อยปลูกนิสัย สร้างวินัย ไปยังขยะอื่นในอนาคต ภาครัฐหรือเอกชนที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการเก็บ คัดแยกขยะ ก็ต้องปรับตัวตาม ในเรื่องของกระบวนการต่างๆ ของตนด้วย เห็นใจคนเก็บขยะเขาด้วย

ผมมีตัวอย่างโรงเรียนปลอดขยะ ได้แก่ โรงเรียนบ้านน้ำมิน จ.พะเยา ซึ่งเดิมใช้วิธีกำจัดขยะโดยการเผา ซึ่งทำให้เกิดควันพิษ ส่งผลเสียต่อสุขภาพของชาวชุมชน ภายหลังได้รับความรู้ ได้ดูงานการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ภายใต้หลัก 3Rs ก็คือ ลดปริมาณขยะ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง เริ่มในโรงเรียนก่อน ตั้งแต่การปลุกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับทุกคนในโรงเรียน ครูอาจารย์ก็เป็นตัวอย่าง นักเรียนก็นำไปชักชวนให้ผู้ปกครองปฏิบัติตาม

จากการปฏิรูปดังกล่าว เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเด็กๆ เช่น การใช้แก้วน้ำส่วนตัวแทนขวดพลาสติก การใช้จานใส่อาหารแทนถุงพลาสติก การทานอาหารให้หมดจาน การใช้ช้อนของตัวเอง เตรียมมา การใช้กระดาษให้ครบทั้งสองหน้าก่อนนำไปรีไซเคิล และยังมีการสอนกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ การเลี้ยงสัตว์ด้วยเศษอาหาร การทำสิ่งประดิษฐ์ เพื่อจะปลูกจิตสำนึกในการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ ไปพร้อมๆ กัน ก็นับเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมและประเทศชาติ

นอกจากนี้ ผมขอชื่นชมโครงการจิตอาสา ชักชวนเยาวชนของชาติมาร่วมกิจกรรมเก็บขยะชายหาด ขยะทะเล ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องด้วย ขอบคุณกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็มาช่วยกันชักชวนประชาชนช่วยกันเก็บขยะในทะเลด้วย ชายหาด อะไรต่างๆ เหล่านี้ ก็อยากให้ทำต่อเนื่องกัน เรามาช่วยกันสร้างจิตสำนึกในการลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน โดยเริ่มที่เรื่องใกล้ๆ ตัวเรานี่ก่อน ตัวเอง ครอบครัว ชุมชน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และประเทศชาติ ในการจัดการขยะ คัดแยกขยะ ลดการบริโภคที่ฟุ่มเฟือยลง เครื่องใช้ไฟฟ้าหากไม่ใช้ก็ปิดเสีย ทานข้าวอย่าให้เหลือทิ้งกลายเป็นขยะไปอีก บริโภคอย่างพอเพียง เป็นต้น เราจะได้ช่วยกันส่งต่อโลกใบนี้ให้กับรุ่นลูกหลานของเราได้อย่างน่าภาคภูมิใจต่อไป

สุดท้ายนี้ เทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2561 ก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว ทุกคนก็คงมีความสุขกันสมควร ความสุขนั้นหาได้จากตนเอง พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ มีความพยายามที่จะพัฒนาตนเองในทางที่ถูกที่ควร ที่สุจริต เพื่อให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น ทั้งเพื่อตนเองและครอบครัว ความภาคภูมิใจ เกียรติยศ เราจะได้รับจากผู้อื่น แล้วก็จะเป็นกำลังใจให้กับพวกเราทุกคนด้วย ให้ยึดมั่นในการทำความดีต่อไป ทั้งข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนทั่วไป

การพัฒนาตนเองเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ โลกกำลังเปลี่ยนแปลงสู่โลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และใช้ดิจิตอลมาเป็นตัวขับเคลื่อนรวดเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนอย่าท้อแท้สิ้นหวัง พัฒนาตัวเองต่อไป ลองหาช่องทางดู อ่านหนังสือดู อ่านหนังสือพิมพ์ที่เป็นประโยชน์ ท่านจะรู้เองว่าท่านจะพัฒนาตนเองอย่างไร ถ้าท่านไม่ศึกษา ไม่อ่าน ไม่ฟัง แล้วก็บอกว่าเราไม่รู้จะไปอย่างไร ยากจน เศรษฐกิจไม่ดี อะไรไม่ดี เหล่านี้ ผมว่าคนดีๆ ที่เขาพัฒนาตัวเองเขาก็ดีขึ้นเยอะนะ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผมไม่ได้ว่าใครเลยนะ เพียงแต่ว่าขอให้ทุกคนช่วยกันหน่อยเถอะครับ และรัฐบาลก็จะทำอย่างเต็มที่ในกรอบที่รัฐบาลควรจะทำและทำได้ ตามกฎหมาย ตามระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นเราจะต้องไม่แก้ปัญหาชีวิตด้วยวิธีการที่ไม่ดี ผิดกฎหมาย หาเงินง่ายๆ เงินที่ไม่ถูกต้อง ไม่สุจริต ที่เรียกว่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว แม้วันนี้อาจจะยังไม่ถูกตรวจพบ ก็ดูตัวอย่างแล้วกัน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เจ้าหน้าที่ ทำมาสิบกว่าปี มาตรวจพบในเวลานี้ ผมไม่ทราบว่าถ้าไม่ตรวจเจอรัฐบาลนี้ จะไปเจอกันเมื่อไร ยังไม่ทราบเหมือนกัน เพราะผ่านมาหลายรัฐบาลแล้ว

เพราะฉะนั้นวันหน้า โดยระบบหรือกลไกทางสังคม จะต้องช่วยกันแก้ปัญหา อย่างน้องสองคนที่เข้ามาช่วยให้ข้อมูลเรา ก็สามารถทำให้เราดำเนินการได้ ใครจะทำผิด ทำถูก ตัวเองย่อมรู้แก่ใจ เพราะความเสื่อมมันเกิดขึ้นในจิตใจ อาจจะได้เงิน อาจจะซื้อความสุขได้ แต่ถามจริงๆ แล้วในใจเรารู้ตัวเราเองใช่หรือไม่ว่าเราผิดหรือถูก นั่นล่ะคือที่เขาเรียกว่าหิริโอตัปปะ ความละอาย เกรงกลัวต่อบาป มันผิดตั้งแต่เริ่มคิด ไม่ต้องรอให้ลงมือกระทำ เพราะฉะนั้นหิริโอตัปปะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทุกคนควรจะมี ไม่งั้นเราจะหาความสุขในชีวิตไม่ได้เลย ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน จงอย่าละความเพียรอันบริสุทธิ์ ขอให้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ทุกคน

เรื่องของการเมืองก็เป็นเรื่องของการเมืองไป การเมืองเป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องเศรษฐกิจของพวกเรา เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ความสงบเรียบร้อย สันติ ปลอดภัย นั่นก็สำคัญด้วย ไม่ใช่การเมืองสำคัญแต่เพียงอย่างเดียว มันเป็นส่วนประกอบซึ่งกันและกันทั้งสิ้น ก็อยากให้ทุกคนหนักแน่น อดทน และเชื่อมั่น ร่วมมือกับรัฐบาลในการทำงานในทุกๆ มิติ

ขอบคุณนะครับ ขอให้ทุกคนมีความสุขในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ สวัสดีครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...