xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กป้อม”ดิ้นอีกเฮือก ลุยงานกู้ศรัทธา“พี่ใหญ่ คสช.” หวังพลิกบท“ตัวถ่วง”เป็น“ตัวช่วย”

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวการเมือง


ป้อมพระสุเมรุ

สังคมอุดมดราม่า เผลอเป็นไม่ได้ต้องมีเรื่องใหม่มารับช่วงต่อไม่เว้นแต่ละวัน แค่รอบเดือนที่ผ่านมา ไล่เรียงตั้งแต่ “หวย 30 ล้าน” ตามมาด้วย “ป้าทุบรถ” ก่อนส่งไม้ให้ผลัดสุดท้ายในขณะนี้กับ “คดีล่าเสือดำ” ที่แห่เกาะติดเป็นกระแสอยู่ตอนนี้

เวลาไม่นาน ปม “นาฬิกาหรู” ที่เคยพันแข้งพันขา “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เริ่มซาไปกลายเป็นประเด็นรอง เหลือเพียงความเคลื่อนไหวเนืองๆ ตามกระบวนการตรวจสอบของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ยังไม่แล้วเสร็จดี

แม้จะยังไม่หลุดพ้นพันธนาการอย่างเต็มตัว แต่ก็ดูเหมือน “บิ๊กป้อม” จะผ่อนคลายลงไปมากหลังเจอมรสุมข้ามปี แล้วดูเหมือนจะฉวยโอกาสนี้ “รีโนเวต” ท่าทีของตัวเองใหม่ วาง “โพซิชั่น” ไม่ให้ลงติดกับ-ตกพุ่ม “ประเด็นร้อน” เว้นระยะห่างการให้สัมภาษณ์สื่อ เลือกพูดแต่เรื่องงานล้วนๆ

เลิกต่อล้อต่อเถียง ก้มหน้าลุยงานลูกเดียว กลบกระแสข่าวที่วนลูปมาอีกครั้งว่า เจ้าตัวถอดใจขอถอนตัวจากวังวนอำนาจ ตลอดจนการส่ง “คนใกล้ชิด” ออกมาเน้นย้ำว่า รองนายกฯ ยังมีกำลังใจดี พร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อบ้านเมืองต่อไป


จะเห็นได้จากคิวการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) รอบล่าสุดที่ จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 5-6 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่คราวนี้ “บิ๊กป้อม” มาแนวใหม่ ไม่ติดสอยห้อยตาม “ทัพใหญ่” ของ “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมือนการลงพื้นที่ต่างจังหวัดหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา แต่ได้แยกตัวออกมา “บินเดี่ยว” วางคิวแน่นเอี๊ยด ตรวจเยี่ยมงานในหลายจุด

ไล่ตั้งแต่การตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-แจ้งออกเรือประมง เขต 1 สมุทรสาคร ที่ถือเป็นเมืองท่าใหญ่ และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย พ่วงกับการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ตลอดจนการคุ้มครองสวัสดิการแรงงาน ซึ่งเป็นกลุ่มปัญหาสำคัญที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในฐานะ “รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง” ทั้งสิ้น

โดยเฉพาะ ปัญหาประมงผิดกฎหมายขาดการรายงานและไร้การควบคุม หรือที่เรียกกันว่า “IUU Fishing” นั้น ที่ได้ประกาศเป็น “วาระแห่งชาติ” ตั้งแต่เกิดเรื่องที่ สหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศให้ “ใบเหลือง” แก่ประเทศไทย ตั้งแต่เดือนเมษายน 2558 นั้น “บิ๊กป้อม” ก็โดดมารับเป็นเจ้าภาพมาตลอด

แม้ว่าจะมีการผลักดันการแก้ไขกฎหมาย หรือมาตรการต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง จนสถานการณ์ดูดีขึ้น แต่ก็ดูเหมือนว่า “EU” ที่ส่งตัวแทนมาติดตามความคืบหน้าในไทยโดยตลอด ก็ยังใจแข็งไม่ปลดใบเหลืองให้แก่ประเทศไทยเสียที
ถึงสัญญาณจาก “EU” ยังไม่ชัดสักเท่าไร แต่ดูเหมือนว่า “บิ๊กป้อม” จะค่อนข้างมั่นใจว่า การดำเนินการที่แล้วๆมาของรัฐบาลคล้ายกับ “หว่านพืช” ที่กำลังจะ “ผลิดอกออกผล” ในเร็ววันนี้ ถึงขนาดประกาศก่อนหน้านี้ว่า จะสามารถปลดใบเหลือง IUU Fishing ได้ในช่วงต้นปี 2561

เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ อีกหนึ่ง “เผือกร้อน” ที่วางอยู่บนตัก “บิ๊กป้อม” เป็นเหตุให้ต้องวางคิวไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จจังหวัด (One Stop Service) ที่ตั้งอยู่ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานมากเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศ

ล่าสุด ประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มที่ 2 บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง (Tier 2 Watch list) เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากที่เคยถูกทางสหรัฐฯ จัดให้อยู่ในกลุ่มที่แย่ที่สุดคือ บัญชีประเภท 3 (Tier 3) เมื่อราว 3-4 ปีก่อน

ถึงจะดูเหมือนว่ากระเตื้องขึ้น ได้รับยกระดับดีขึ้นภายในไม่กี่ปี แต่เดิมพันที่รัฐบาลวางไว้สูงกว่านั้น คือการหลุดจากบัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง หรือไม่มีปัญหาด้านการค้ามนุษย์ผิดกฎหมายเลยนั่นเอง อีกทั้งยังมีเดิมพันที่ “บิ๊กป้อม” วางไว้ว่า ภายในปี 2561 จะต้องดำเนินการให้ไทยพ้นจากการจัดอันดับ Tier 2 Watch list ของสหรัฐฯให้ได้

และไม่ใช่แค่เรื่องใหญ่ๆอย่าง “ประมงเถื่อน - ค้ามนุษย์" ที่ถูกนำออกมาตีปิ๊บอวดผลงานเท่านั้น ยังมีการระดมผลงาน ด้านความมั่นคง การลดความเหลื่อมล้ำ ด้านการเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่อยู่ในความดูแลของ “บิ๊กป้อม” ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ออกมาแบบแทบ “หมดหน้าตัก” ในช่วงเดียวกัน

ทั้งยังมีการขันนอตงานประชาสัมพันธ์เชิงรุกมากขึ้น ในการเล่นกับกระแสความสนใจของสังคม อย่างกรณีเกิดอุบัติเหตุช้างป่าถูกรถชน ก็เด้งรับลูก ประกาศเตรียมจะปิดถนนสาย 3259 บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ที่อยู่ในผืนป่าอนุรักษ์ที่ตั้งอยู่ใจกลางของป่ารอยต่อผืนใหญ่ 5 จังหวัด ซึ่งตัว “บิ๊กป้อม” เป็นประธานคณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดฯอยู่ด้วย

หรือกระทั่งความไม่ชัดเจนถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018 กลางปีนี้ที่ประเทศรัสเซีย ที่ยังไม่มี “เจ้าภาพ” ซื้อลิขสิทธิ์ดึงสัญญาณยิงสดมาที่เมืองไทย “บิ๊กป้อม” ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ก็เลยออกหน้าเป็นผู้ประสานให้ “บิ๊กเอกชน” รับหน้าเสื่อเป็นที่เรียบร้อย พร้อมการันตีว่า คนไทยได้ดูบอลโลกแบบสดๆ ชัวร์ป๊าบ

จากที่ไล่เรียงมาทั้งหมด อาจจะถือได้ว่าเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ “บิ๊กป้อม” ที่หวังใช้เวลาที่เหลือในการ “กู้ศรัทธา” ไว้ลาย “พี่ใหญ่ คสช.” สลัดภาพ “ตัวถ่วง” ขึ้นมาเป็น “ตัวช่วย” ในยามที่เรตติ้งภาพรวมรัฐบาล คสช. ตลอดจนคะแนนนิยมส่วนตัวของ “นายกฯตู่” เริ่มถดถอย

อีกทั้งในช่วงปี่กลองการเมืองเริ่มเชิด จากการเปิดให้จดจองชื่อพรรคการเมืองใหม่ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ปรับโหมดแบบเต็มสูบ ปลดล็อกให้แต่ละพรรค แต่ละกลุ่มการเมือง เคลื่อนไหวได้ เพื่อเตรียมแต่งตัวเข้าสู่สนามเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีขึ้นไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ 2562 งานด้านความมั่นคง ก็ยิ่งมีความสำคัญ และเชื่อว่าจะเป็นจังหวะที่ขับบทบาทของ “บิ๊กป้อม” ในฐานะรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้นไปอีก

ตลอดจน “สัญญาใจ” ของ “พี่ป้อม - น้องตู่” ที่จะอยู่ด้วยกันไปตลอด ถือเป็นการการันตีขาเก้าอี้ให้ “พี่ใหญ่” เป็นอย่างดี หากถอดรหัสแล้วก็จะพบว่า การที่ “น้องตู่” ต้องมี “พี่ป้อม” อยู่ข้างกาย ด้วยยังต้องพึ่งพากัน โดยเฉพาะลักษณะพิเศษของ “บิ๊กป้อม” ที่มี “บารมี” ล้นหลาม หลากคอนเนกชั่น สำคัญมากในยามที่ “ฝ่ายการเมือง” เริ่มเคลื่อนไหวกันอย่างเต็มสูบ

สะท้อนให้เห็นว่า “บิ๊กป้อม” ยังมีความสำคัญในองคาพยพของ คสช.

ส่วนผลงานจะปรากฏในทางไหน หรือตัว “บิ๊กป้อม” จะยืนระยะไหวหรือไม่..นั่นก็อีกเรื่อง.


กำลังโหลดความคิดเห็น...