xs
sm
md
lg

“ประยุทธ์” พิสูจน์รักแท้ “ประวิตร” วลีหน้าหนา ส่อย้อนคนพูดซวย!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เมืองไทย 360 องศา


หากจะให้โยงเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเทศกาล “วันแห่งความรัก” ก็ต้องบอกว่า กรณีคำพูดสะท้อนจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งกรณีครอบครอง “นาฬิกาหรู” น่าจะเป็นภาพตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดว่า สิ่งไหนคือ “แก่น” สิ่งไหนคือ “กระพี้” ตามที่เคยได้ยินคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเปรียบเปรยเอาไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อเรียกร้องให้สื่อเลิกสนใจสองพี่น้อง ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อครั้งโผล่ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เหมือนมีเจตนาเย้ยรัฐบาล

แต่นาทีนี้น่าสนใจกับคำพูดของ “หมอธี” นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ไปวิจารณ์ “จริยธรรม” แบบอย่างหนาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีครอบครองนาฬิกาหรูถึง 25 เรือนอันลือลั่นสนั่นบางมาแล้ว

อย่างไรก็ดีจะว่าไปแล้วหลังจากเกิดกรณี เจ้าสัวเปรมชัย กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) ลักลอบล่าสัตว์ป่าสงวนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก เมื่อสัปดาห์ก่อนจนเป็นข่าวครึกโครม และเป็น “ข่าวกลบข่าว” นาฬิกาหรูเสียสนิท เรียกว่าข่าวล่า “เสือดำ” มาช่วยชีวิต “เสือตะวันออก” ตัวนี้ไปได้อย่างหวุดหวิด

แต่จากคำพูดเพียงไม่กี่คำของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่กล่าวกับบรรดานักเรียนไทยและกลุ่มนักธุรกิจไทยจำนวนหนึ่งระหว่างงานเลี้ยงรับรองที่สถานทูตไทยในกรุงลอนดอน อังกฤษ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สรุปสั้นๆ ก็คือเป็นการอบรมด้านจริยธรรม “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ถูกสังคมตั้งคำถามและกดดันจากการครอบครองนาฬิกาหรูถึง 25 เรือน โดยเขากล่าวว่า “หากเป็นผม แค่เรือนแรกก็ลาออกแล้ว” และกล่าวทำนองว่า “อย่างหนา” หากยังนิ่งเฉย อะไรประมาณนั้น ซึ่งทางบีบีซีไทยได้นำคำพูดดังกล่าวมาเผยแพร่

แน่นอนว่าย่อมต้องฮือฮาเป็นอย่างยิ่ง เพราะคงไม่มีใครนึกว่าจู่ๆ คนระดับรัฐมนตรีในรัฐบาลเดียวกัน มิหนำซ้ำยังเป็นรัฐมนตรีที่ปกติก็ไม่ใช่ประเภที่มีฝีปากกล้าชอบวิจารณ์ทางสังคมหรือในทางการเมือง

อีกทั้งเชื่อว่าคนที่ไม่ชอบใจอย่างยิ่งก็น่าจะเป็น “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่นแหละ เพราะขนาดอุตส่าห์นิ่งเงียบไม่ยอมให้สัมภาษณ์มาร่วมสัปดาห์ และมีเรื่อง “เสือดำ-เสี่ยเปรมชัย” เข้ามาแทรกกลบข่าวได้ทันเวลา เมื่อมีการสะกิดขึ้นมาอีกเป็นใครก็ต้องเดือดเป็นธรรมดา

ดังนั้นจึงกลายเป็นว่า “หมอธี” คนนี้น่าติดตามขึ้นมาทันที สื่อก็รอสัมภาษณ์เพราะคิดว่างานนี้มันแน่ แต่เมื่อถึงเวลาเจ้าตัวก็ลาประชุม อ้างเพิ่งบินมาถึงไทยในตอนเช้า ขณะที่ “พี่ใหญ่” ไม่ยอมพูดจา ภายนอกได้แต่ส่งยิ้มอย่างเดียว รวมไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ก็กล่าวแต่เพียงว่าให้เจ้าตัวชี้แจงเอง

น่าสนใจที่หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง “หมอธี” ก็ดอดมาที่ทำเนียบรัฐบาลในตอนเที่ยง โดยเข้าทางประตูหลังขึ้นตึกบัญชาการ ซึ่งตามข่าวบอกว่านายกฯ เรียกพบเพื่อมาเคลียร์ และมีการขอโทษขอโพย “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กันด้วย

จากนั้น นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ก็มาแถลงกับสื่อมวลชนในทำเนียบฯ ย้ำว่าไม่ได้ตั้งใจวิจารณ์ เป็นเพียงการพูดนอกรอบ ไม่นึกว่ามีการบันทึกเสียงเอาไว้ แต่หากพิจารณาจากความหมายภายในใจมันก็ย่อมชัดแล้วว่าเขาคิดอย่างไรกับเรื่องนาฬิกาหรู โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เหมือนกับที่สังคมส่วนใหญ่คิดอย่างไร

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาจากคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ระบุว่า “เมื่อผิดก็ยอมรับผิด” ก็ไม่เป็นไร รวมทั้งรัฐบาลก็ไม่มีรอยร้าว

จากกรณีที่เกิดขึ้นมันก็ตอกย้ำอีกครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยังต้องเลือก “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่เคยบอกว่า “หากรักผมก็ต้องรักรัฐมนตรีคนอื่นด้วย” ความหมายมันก็ชัดอยู่แล้วว่าหากให้เลือกระหว่างสองคนนี้เขาจะเลือกใคร และใครสำคัญกว่า และอีกด้านหนึ่งจากท่าทีในวันนี้มันก็ส่อให้เห็นว่า “หมอธี” นั่นแหละจะซวยเอา เพราะงานนี้ถึงขั้นเรียกมาขอโทษ ใหญ่กันเลยทีเดียว

แต่ถึงอย่างไร เรื่องนาฬิกาหรู เหมือนกับถูกสะกิดขึ้นมาอีกรอบ จนเกิดเสียงวิจารณ์ได้หวนกลับมาอีกรอบแบบคาดไม่ถึงจริงๆ!
กำลังโหลดความคิดเห็น...