xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว : นึกว่าจะแน่! “หมอธี” ยอมขอโทษ “บิ๊กป้อม” หักมุมปมจริยธรรมนาฬิกาหรู ** ไม่ใช่แค่ 300 ล้าน! เอกซเรย์ “เสี่ยอ๊อด ไซด์ไลน์” **พิลึกพิลั่น!! สรรหา “กกต.-กสทช.” มีปัญหาพอกัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: นกหวีด

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ข่าวปนคน คนปนข่าว



** นึกว่าจะแน่!! “หมอธี” ยอมขอโทษ “บิ๊กป้อม” หักมุมปมจริยธรรมนาฬิกาหรู ปิดรอยร้าว ครม.ประยุทธ์ เลือกกลืนน้ำลายให้คนนินทา สู้จบเรื่องแบบเท่ๆ ลาออกไปเลยดีกว่า ได้ใจคนไทยอีกเป็นล้าน ส่วนลุงๆ คสช.ก็ต้องสำเหนียก “คนใน” ยังคิดอ่านขนาดนี้ แล้วคนทั่วไปเขาจะคิดกันยังไง

เสียหมอหมดเลย .. อุตส่าห์มอบตำแหน่ง “คนจริง 2018” ให้แก่ “หมอธี” นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ที่พูดแทนคนไทยถึงกรณี “นาฬิกาหรูเสี่ยป้อม” ประมาณว่า “แค่เรือนเดียวผมก็ออกแล้ว” หรือที่ว่าอย่างหนาตราช้าง ในระหว่างการปฏิบัติภารกิจที่ประเทศอังกฤษ .. จนบางสมาคมถึงกับมอบตำแหน่ง “ไอดอลด้านจิตสำนึก” ให้แล้วด้วยซ้ำ .. พลันที่กลับสู่มาตุภูมิ และรู้ว่ากลายเป็นเรื่องใหญ่โต ก็เลยถือโอกาสลาประชุม ครม. หวังหนีหน้าคู่กรณีอย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แต่ก็ถูกเรียกให้เข้าทำเนียบฯ ด่วน .. ในอารมณ์ครูใหญ่เจอผู้อำนวยการโรงเรียนอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียกเข้า “ห้องปกครอง” ที่มี “บิ๊กป้อม” คอยท่าอยู่ด้วยอย่างไรอย่างนั้น .. หลังออกจาก “ห้องเย็น” ก็เป็นคิว “หมอธี” แถลงข่าวแบบหน้าจ๋อยๆ เสียฟอร์มชนิดเป็น “คนละคน” กับที่หล่นวาทะไว้ที่ประเทศอังกฤษ .. ทั้งการออกปากขอโทษผู้ถูกพาดพิงอย่าง “ป๋าป้อม” หรือยืนกรานไม่ลาออกจากตำแหน่ง รมว.ศึกษาฯ ด้วยข้ออ้างว่า “ยังเชื่อมั่นในตัวท่านนายกฯ” แม้จะรู้ว่าเป็นการเสียมารยาทต่อเพื่อนร่วม ครม.ก็ตาม ..

ลืมความฮึกเหิมที่ว่า “กลัวอะไร ทำไม พูดแล้วมันจะมาไล่ผมออกหรือ” ไปเสียหมด .. ทำเอาเสียงเชียร์สนั่นลั่นทุ่งวันก่อน กลายเป็นเสียงโห่ฮา พร้อมค่อนแคะว่า “โด่วว ...ยังไม่ทันกินน้ำ”..แม้จะอ้างประมาณว่า “พลั้งปาก” แต่มันสะท้อนความคิดก้นบึ้งของ “หมอธี” ได้เป็นอย่างดี .. ด้วยประโยคที่ว่า “แค่เรือนเดียวผมก็ออกแล้ว” อาจจจะพูด “นอกรอบ” จนถูกแอบอัดเสียงไว้ แต่ก็อย่าลืมว่าประโยคที่ว่า “...แต่เมืองไทยมีนาฬิกาใส่ 25 เรือน ยังไม่เป็นไร” ที่เทียบกับความละอายใจของสมาชิกสภาขุนนางที่ลาออกเพียงแค่เพราะมาสายนั้น พูด “กลางฟลอร์” ในระหว่างปราศรัยบนเวที .. เมื่อคิดอ่านขนาดนี้แล้ว คุณหมอธี ก็น่าเลือกจบเรื่องแบบเท่ๆ แสดงสปิริต ที่เสียมารยาท ลาออกจาก ครม.ลุงตู่ ตัดญาติคนอย่างหนาตราช้างไปเลยดีกว่า แบบนั้นได้ใจคนไทยอีกโข .. พอเลือกกลืนน้ำลายยึดโยงเกาะเก้าอี้แน่นก็เลยกลายเป็นขี้ปากให้คนนินทาหมาดูถูก .. แต่ ลุงๆ คสช. ก็อย่าดูเบาเคส หมอธี ที่คิดว่าปิดห้องเคลียร์ใจกันแล้วจบ .. เพราะมันเหมือนยอดภูเขาน้ำแข็งที่สะท้อนว่าขนาด “คนใน” รัฐมนตรีในรัฐบาลยังคิดส่วนตัวแบบนี้ แล้วคนทั่วไปจะคิดแบบไหน .. สุดท้ายจะออกหัว-ออกก้อย จบดี-จบไม่ดี ก็อยู่ที่ ลุงๆ คสช.ล้วนๆ
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง
** ไม่ใช่แค่ 300 ล้าน! เอกซเรย์ “เสี่ยอ๊อด ไซด์ไลน์” อย่าตัดจบแค่เงินยืม “เสี่ยกำพล” ต้องไล่พอร์ตหุ้น “พุ่มพันธุ์ม่วง” ทั้งตระกูล เหลือเชื่อ “สมยศ-เมีย” มีทรัพย์สินแค่ 355 ล้าน แต่เคยซื้อหุ้นทีเดียวเกือบพันล้าน ก่อนผ่องถ่ายให้ลูกๆ ถือแทน แบบนี้น่าจะถึงเวลา ปปง.ออกโรงได้แล้ว

นัดหมายเรียบร้อย .. พรุ่งนี้ 15 ก.พ. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เชิญ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร.เข้าให้ปากคำกรณีเกี่ยวโยงพัวพันทางธุรกรรมการเงิน 300 ล้านบาท จาก “เสี่ยกำพล” กำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท ผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ .. ตามคิวแล้ว คนระดับนี้ไม่น่าจะเบี้ยวนัด ด้วยตลอดสัปดาห์ก่อน “เสี่ยอ๊อด” พยายาม “แก้ต่าง-แก้ตัว” อย่างหนักเพื่อให้พ้นความเกี่ยวโยงกับ  “เสี่ยกำพล” ถึงขนาดเปลือยตัวตนว่า เป็นแค่“ตำรวจไซด์ไลน์”กันเลยทีเดียว .. ในอารมณ์ “ตลกร้าย” ที่ “บิ๊กอ๊อด” ไปหยิบยืมเงิน “เจ้าของอาบอบนวด” ในช่วงที่ยังรับราชการ มีหัวโขนเป็น “เบอร์ 1 กรมปทุมวัน” ..การที่ “นายพลตำรวจ” ไปยืมเงินจาก “ธุรกิจสีเทา” อาจเป็นเหตุให้ “มืดบอด” ไม่รู้ว่ามีการกระทำผิดใน “วิคตอเรีย ซีเครท” ที่รู้กันดีในวงการมานานนม .. ไม่เพียงเท่านั้น ธุรกรรมยืม-คืนเงินตั้ง 300 ล้านบาท ก็ไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สิน ทั้งสมัยเป็น ผบ.ตร. และเมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง สนช. ซึ่งตัว “บิ๊กอ๊อด” อ้างว่าหยิบยืมหลังช่วงปี 2557 หลังได้ตำแหน่ง ผบ.ตร. และหลังยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ไปแล้ว .. ในคิวที่ “เดอะแจ๊ค” วัชระ เพชรทอง อดีต  ส.ส.ประชาธิปัตย์ ไปชงเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ .. ก็โมทนาสาธุ ให้ “เสี่ยอ๊อด” หาหลักฐาน-ต้นขั้วการหยิบยืม หรือการใช้คืนให้ครบถ้วนสมบูรณ์ .. ที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็ช่วงไล่เลี่ยกัน เดือน ส.ค. 57 มีข่าวกระหึ่มว่า “เสี่ยอ๊อด ไซด์ไลน์” กำลังโดดเข้าหุ้นบริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ “AQ” ..กว่าจะซื้อขายลงตัวก็ปาเข้าไปปลายปี 57 หลังคว้าเก้าอี้ ผบ.ตร.ได้แล้ว มีชื่อ “เสี่ยอ๊อด” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ AQ จำนวน 2,500 ล้านหุ้น มูลค่า 855 ล้านบาท ..

เป็น “บิ๊กอ๊อด” ที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.เมื่อ 8 ส.ค. 57 ว่าตัวเองและคู่สมรสมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินประมาณ 355 ล้านบาท ถึงมีปัญญาไปซื้อหุ้นในราคาเกือบพันล้านบาท .. แม้จะอ้างว่าเป็นการลงขันบรรดาสมัครพรรคพวก แต่ชื่อที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็เป็น “บิ๊กอ๊อด” ออกหน้า .. ก่อนที่ช่วงปลายปี 58 “เสี่ยอ๊อด” จะปล่อยหุ้น AQ ออกล็อตใหญ่ 1,500 ล้านหุ้น แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ “เสี่ยกำพล” ซื้อไป 500 ล้านหุ้น มูลค่า 250 ล้านบาท .. ที่เหลือมีชื่อ “ลูกเอ๋อ” ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง และ “ลูกอ้าย” ร.ต.ท.รชต พุ่มพันธุ์ม่วง ลูกของ “พ่ออ๊อด” ซื้อไปคนละ 500 ล้านหุ้น ในราคาเดียวกัน .. เท่ากับว่า “เสี่ยอ๊อด” มีเงินเข้ากระเป๋าในครั้งนั้น 750 ล้านบาท ไม่แน่ใจว่ามีการแบ่งสรรปันส่วนคืนผู้ร่วมลงทุนมากน้อยแค่ไหน .. และป่านนี้ยักย้ายถ่ายเทไปไหนต่อไหนแล้ว “บิ๊กอ๊อด” เอง หรือกระทั่ง ป.ป.ช.เอง ไม่เห็นว่าเป็นเรื่องผิดปกติ ที่ต้องมีการแจ้งต่อกันให้เป็นกิจลักษณะหรืออย่างไร .. จับทาง “นักเลงหุ้น” ที่เล่นในสไตล์ “มันนี่เกม” ใช้ทุนหนาไล่เทกโอเวอร์ไปทั่ว ก่อนถอนตัวทิ้งหุ้นร่วงฟลอร์แบบไม่ยี่หระแบบนี้ คงไม่เพียงเอาเงินคนอื่นมาเล่นเท่านั้น จนอยากรู้ว่า 355 ล้านบาทในบัญชีทรัพย์สินวันนั้น มาถึงวันนี้งอกเงยไปเท่าไรกันแล้ว .. รวมทั้งรายของ “ลูกเอ๋อ-ลูกอ้าย” บุตรบรรลุนิติภาวะแล้วของ “เสี่ยอ๊อด” ที่ถือพอร์ตหุ้นหลักหลายพันล้านก็น่าจะถูกนำมากางให้เห็นเส้นทางการเงินกันชัดๆ .. แล้วด้วยตัวละครที่ผูกเสี่ยวกันอย่าง “เสี่ยกำพล” ติดข้อหาฉกรรจ์ “ค้ามนุษย์” ก็น่าจะมีช่องทางอะไรให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาแอ็กชันอะไรบางอบ่างได้บ้างกระมัง
   อุดมศักดิ์ นิติมนตรี
** พิลึกพิลั่น! สรรหา “กกต.-กสทช.” มีปัญหาพอกัน กกต.ติดปม “ลงมติโดยเปิดเผย” ยังไปต่อไม่ได้ ด้าน กสทช.ปล่อยผี 86 ผู้สมัครผ่านคุณสมบัติหน้าตาเฉย ช่วงนี้ฝุ่นตลบวิ่งเบียดเข้า 14 คนรอบไฟนอล มั่วไปมาเป็นเรื่องเดียวกัน เหตุ กสทช.เร่งวางเกณฑ์ประมูล 4G รอบใหม่ ความหวัง “บางคน” หวงอำนาจใน “อาณาจักรแสนล้าน”

เก่าไป ใหม่มา .. ช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 มีความเปลี่ยนแปลงของ 2 องค์กรใหญ่ในเวลาไล่เลี่ยกัน .. ที่แรก  คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เจ้าเก่าโดน “เซตซีโร่” โละยกพวง เปิดทางให้มีการสรรหามาสักระยะ จนได้ชื่อว่าที่ 7 กกต. ให้เห็นหน้าค่าตากันไปแล้ว .. อีกที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ชุดก่อนหมดวาระ แล้วมาตั้งโต๊ะสรรหากันอยู่ตอนนี้ .. น่าแปลกที่ทั้งสองที่มีเรื่องพิสดารพันลึกพอกัน ที่ กกต.ก็ยังติดปม 2 ตัวแทนจากสายศาล ติดบ่วง “ลงมติโดยเปิดเผย” กลายเป็น “ลูกผีลูกคน” ทำให้ 5 รายต้องร้องเพลง รอ แต่สนช.ก็ได้ตรวจสอบประวัติ-คุณสมบัติขั้นสุดท้ายไปบ้างแล้ว .. ปรากฏว่า ว่าที่ กกต.บางราย พกคดีความส่วนตัวมาด้วยถึง 157 คดี แล้วส่วนใหญ่เกี่ยวกับ “คดีทุจริต” เสียด้วย .. จน สนช.ท้วงกันให้วุ่น แง่หนึ่งความสง่างาม อีกแง่หากคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะมีเวลาทำงานหรือไม่ ทว่ารายนี้มีคุณสมบัติเด่น “แบ็กหนา-ขาใหญ่” แถมจองเก้าอี้ “ประธาน กกต.” อยู่ด้วย ก็เลยต้องปล่อยผ่าน ..

ส่วนการสรรหา กสทช.ก็พิลึกพิลั่น หลัง อุดมศักดิ์ นิติมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหา กสทช.ประกาศว่า ผู้สมัครทั้ง 86 ราย ผ่านคุณสมบัติในการเข้าไปแสดงวิสัยทัศน์ในรอบที่ 2 .. ทั้งที่หลายรายมีปัญหาเรื่อง “คุณสมบัติต้องห้าม” อย่างชัดเจน .. ในวงการมองเป็นสองมุม แง่หนึ่งกรรมการสรรหา หวั่นจะถูกฟ้องร้องทำให้เสียกระบวนหากดันไปตัดสิทธิ์ใครเข้า อีกกระแสก็ว่าแคนดิเดตวิ่งกันจ้าละหวั่นให้มีไฟเขียวผ่านตลอด .. ขั้นต่อไปก็ต้องเคาะชื่อให้เหลือด้านละ 2 คน รวม 14 คน ส่งต่อให้ สนช.โหวตเลือกในรอบไฟนอล ที่ฝุ่นตลบหนักกว่าเดิม .. การสรรหา “กกต.-กสทช.” พิลึกไม่แพ้กันไม่พอ ยังกลายมาเป็น “คนละเรื่องเดียวกัน” ซะอีก .. เมื่อมี “บิ๊กบางคน” ที่กำลังข้ามฟากจาก กสทช.ไปจอง “เก้าอี้ใหญ่กว่าเดิม” ที่ใหม่ แต่ก็ยัง “หวงก้าง” หวังวางหมากกล คงอำนาจตัวเองไว้ที่ทำงานเก่า .. อ้าง“คำสั่งผู้ใหญ่”ลุกลี้ลุกลน พยายามวางหลักเกณฑ์ประมูลใบอนุญาต คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ (4G) ให้เสร็จโดยเร็ว ทั้งที่ กสทช.กำลังอยู่ใน “ชุดรักษาการ” และกำลังมีกรรมการชุดใหม่ “ตามมารยาท” แล้วก็ควรรอให้ได้ กสทช.ชุดใหม่มาดำเนินการมากกว่า .. ตลอดจนการซอยใบอนุญาต จากเดิม 3 ใบๆ ละ 15 เมกะเฮิรตซ์ เป็น 9 ใบเล็ก ใบละ 5 เมกะเฮิรตซ์ และเปิดทางให้ผู้ประกอบการ ประมูลได้สูงสุดรายละ 4 ใบ รวม 20 เมกะเฮิรตซ์นั้น ก็ถูกจับได้ไล่ทันว่า เอื้อประโยชน์ให้แก่ “ผู้ประกอบการบางราย” ..ซึ่งบางรายที่ว่านั้น ไม่ใช่ 3 โอเปอเรเตอร์ใหญ่ ที่ตอนนี้ศักยภาพในการร่วมประมูล ลดลงไปมาก ด้วยเจอประมูลซ้อนๆ กันจนหมดหน้าตัก โอเปอเรเตอร์ ที่จะได้ประโยชน์ กลับเป็น “เจ้าเก่า” ที่เคยสร้างตราบาป ทิ้งประมูลคลื่น 4G จนโจษจันกันไปทั่วต่างหาก.

ช.ชฎา


กำลังโหลดความคิดเห็น...