xs
xsm
sm
md
lg

“แม้ว-ปู” ส่งสัญญาณป่วนชัด “อยากเลือกตั้ง” ด่วนจี๋!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เมืองไทย 360 องศา


ถือว่า “เก็บอาการไม่อยู่” ทีเดียวสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หลังจากได้เห็นภาพการเคลื่อนไหวของสองพี่น้อง “แม้ว” กับ “ปู” เดินเฉิดฉายชอปปิ้งซื้อเกาลัดกินกันที่มหานครปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อสองสามวันก่อน เชื่อว่ามันต้องมีอะไรในกอไผ่แน่ๆ

แม้ว่าสองคนพี่น้องจะอ้างว่าทำนองว่ามาร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีน แต่เมื่อได้เห็นปฏิกิริยาและอารมณ์อันเดือดดาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นครั้งแรกหลังจากก่อนหน้านี้ได้เคยยืนยันแล้วว่าหลังจากต้นปีใหม่เป็นต้นไปจะไม่หงุดหงิดและพูดจาให้เพราะกว่าเดิม แต่ล่าสุดถึงขั้นระงับอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ด่า “ไอ้กระพี้” ออกมากันเลยทีเดียว

ท่าทีที่แสดงออกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือว่าน่าติดตาม เพราะหากมีการปะติดปะต่อคำพูดของเขาประโยคถัดมาที่บอกว่า เวลานี้ยังมีการเคลื่อนไหวของบางกลุ่มการเมืองที่มี “เจตนาไม่บริสุทธิ์” มีการปลุกระดมมวลชนให้ออกมาเพื่อต้องการยั่วยุให้มีการจับกุมและทำให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายตามมา

ขณะเดียวกันก็มีความสอดคล้องกับข่าวที่ออกมาในช่วงเวลานี้ก็คือมีระดับ “ลูกน้องที่เป็นมือเท้า” ตบเท้าไปพบสองพี่น้องดังกล่าวที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีนอีกด้วย ในจำนวนนั้นก็มีพวกที่มีลุ้นได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยอีกหลายคน

นี่แหละน่าจะเป็นสาเหตุว่าทำไม “บิ๊กตู่” ถึงได้ควันออกหู และโพล่งออกมาว่า “ขยับทีเป็นข่าวไปหมด เดือดร้อนคนทั้งประเทศ” พร้อมทั้งเรียกร้องให้สื่ออย่าไปให้ความสำคัญโดยเขาใช้คำว่า “ไอ้กระพี้ สำหรับผมไม่สนใจหรอก”

หากพิจารณาจากความหมายของไม้ “กระพี้” ก็หมายถึงแค่เปลือกนอกหรือแค่ผิวเผิน ไม่ใช่ “แก่น” ที่มีความเหนียวแน่นมั่นคง ดังนั้นหากจะให้สรุปความหมายรวมๆ แบบตรงๆ ก็น่าจะออกมาแบบว่า “ไอ้กระจอก” ไม่ต้องไปสนใจนั่นแหละ

อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจากบรรยากาศทางการเมืองมันก็พอเข้าใจได้ว่าทำไม “สองพี่น้อง” พวกนี้ถึงได้ออกมาเคลื่อนไหวกันในช่วงเวลานี้ โดยอาศัยเทศกาลตรุษจีนเป็นข้ออ้างนำทาง สาเหตุก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่นแหละเปิดช่องให้พวกเขาแทรกตัวเข้ามาได้ ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า เรื่องนาฬิกาเพื่อนพี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ทำลายศรัทธาลงไปแบบจมหู

ประกอบกับความไม่เคลียร์ และไม่น่าไว้ใจกับการ “เลื่อนการเลือกตั้ง” แม้ว่าตามพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส.แก้ไขให้เลื่อนออกไปแค่ 3 เดือน คือเลือกตั้งในรางเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562 จากเดิมที่ระบุเอาไว้ว่าจะเป็นเดือนพฤศจิกายนปี 2561

ประกอบกับหลายเรื่องที่ประดังเข้ามาในช่วงเวลาพร้อมๆกัน มันทำลายความน่าเชื่อถือทำนองว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีเจตนา “ซ่อนเร้น” เพื่อสืบทอดให้นานออกไปแบบยาวๆ หรือยื้อเลือกตั้งเพื่อให้พรรคเกิดใหม่ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น “นายกฯ คนนอก” ได้มีเวลาเตรียมตัวทัน

สรุปรวมๆ ก็คือเป็นช่วงที่ทำให้ศรัทธาของผู้นำรัฐบาล และ คสช.ภาวะศรัทธาถดถอย หรือที่เรียกว่า “กองหนุนหาย” อะไรประมาณนั้น

อีกด้านหนึ่งหนึ่งหากโฟกัสเฉพาะฝั่ง ทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นเจ้าของพรรคเพื่อไทย และกลุ่มมวลชนเสื้อแดง มันก็ต้องเข้าใจได้ว่า พวกเขากำลังเดือดร้อนหนัก และยิ่งหากการเลือกตั้งทอดเวลายืดยาวออกไปก็ยิ่งเดือดร้อนหนักแบบสาหัสกันเลย เวลานี้คดีความทั้งอาญาและแพ่งเริ่มเดินหน้าเต็มกำลังทั้งคดีเก่าคดีใหม่ประดังเข้ามาเป็นพรวน ที่เห็นก็มีคดีทุจริตเงินกู้ธนาคารกรุงไทยที่กำลังจะรื้อมาขึ้นศาลในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยคราวนี้ลามมาถึงลูกชายคือ พานทองแท้ ชินวัตร ที่เกี่ยวกับเงินปากถุงเกือบ 20 ล้านบาท ที่เส้นทางการเงินโยงไปถึงก็เสี่ยงคุกเข้าไปทุกที

ขณะที่ “น้องสาว” คือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังจากศาลปกครองยกคำร้องขอทุเลาคำสั่งบังคับคดียึดทรัพย์สินจากคดีรับจำนำข้าว ทำให้บ้านพักอาศัยในซอยโยธินพัฒนา รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ ที่ยีกย้ายถ่ายเทไม่ทันต้องถูกอายัด ไม่อาจใช้ประโยชน์ได้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด ขณะที่การปักหลักอยู่ต่างประเทศก็ยังไม่มีอะไรแน่นอน แม้จะสามารถใช้วีซ่าแบบนักลงทุน แต่ถึงอย่างไรมันก็ต้อง “หนีตลอดชีวิต” ไม่มีใครมีความสุขหรอก

ดังนั้น มีทางเดียวก็คือต้องสร้างกระแสให้เกิดการเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว อย่างน้อยก็ต้องไปตามกำหนดเดิมคือภายในปลายปีนี้ ซึ่งก็มีการตรวจสอบหยั่งกระแสกันแล้วว่าถ้ามีการเลือกตั้งกันในวันนี้พรุ่งนี้ พรรคเพื่อไทยก็ยังชนะเลือกตั้งอยู่ดี

คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ย้ำว่าเวลานี้มีกลุ่มการเมืองมีความเคลื่อนไหวเจตนาป่วน โดยพยายามปลุกระดมมวลชนเพื่อสร้างความวุ่นวาย มันก็คงไม่ผิด หากพิจารณาจากจาก “เงื่อนไข” ที่จะว่าไปแล้วฝ่ายรัฐบาลเป็นคนสร้างขึ้นมาให้เข้าทางฝ่ายตรงข้ามเอง ซึ่งสำหรับฝ่ายสองพี่น้องมันก็แหงอยู่แล้วว่าคราวนี้ต้อง “จัดเต็ม” เพื่อลุ้นให้ป่วนและหวังล้ม
คสช.ลงให้ได้ เพื่อเลือกตั้งให้เร็วเพราะมีทางเดียวเท่านั้นจะเปลี่ยน “ชะตาทราม” ของพวกเขาลงได้

ดังนั้น อย่าได้แปลกใจที่เวลานี้กำลังมีความพยายามสร้างกระแส “อยากเลือกตั้ง” กันเต็มที่ เพราะหากสำรวจใบหน้าแกนนำที่ออกมาหลายคนล้วนเป็นคนที่ใกล้ชิดหรือคนกันเองทั้งนั้น แต่มันจะ “จุดติด” หรือไม่มันก็ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสร้างเงื่อนไขเพิ่มหรือกำจัดเงื่อนไขเหล่านั้นทิ้งไปได้หรือไม่เท่านั้นเอง แต่งานนี้ต่างฝ่ายล้วนมี “เดิมพันสูง” กันทั้งนั้น!


กำลังโหลดความคิดเห็น...