xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ เปิดประชุม GASeP ย้ำมุ่งยกระดับการบิน-แผนความปลอดภัยให้ได้มาตรฐาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“ประยุทธ์” เปิดประชุมระดับภูมิภาคด้านการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนระดับโลก GASeP ย้ำ ไทย มุ่งยกระดับการบิน ให้ได้มาตรฐานทัดเทียมสากล พร้อม ยกระดับแผนความปลอดภัยระดับโลก ก่อน อวยพรปีใหม่ให้ทุกคนมีความสุข

วันนี้ (20 ธ.ค.) เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ถ. เจริญกรุง 30 ผู้สื่อข่าวรายงานพลเอก
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. เป็นประธานเปิดการประชุมระดับภูมิภาคด้านการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนระดับโลก Global Aviation Security Plan (GASeP) โดยมี ดร.ฟ่าง หลิว เลขาธิการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ นายอรุณ มิชรา ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ นายชารีฟ ฟาเธย์ รัฐมนตรีการบินพลเรือนของอียิปต์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พร้อมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดย นายกฯ กล่าวว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมการบินพลเรือนระหว่างประเทศและเป็นสมาชิกขององค์การการบินระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) รัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีต่างๆ เพื่อยกระดับการบินของประเทศให้มีมาตรฐานทัดเทียมระดับสากลมาต่างต่อเนื่อง และจากการที่ประเทศไทยสามารถแก้ไขข้อบกพร่องที่มีความสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยสำเร็จเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยการบินระหว่างประเทศได้ปลดธงแดงไทย ภายหลังได้รับการตรวจสอบจากไอเคโอ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อให้การบินของไทย เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการบินพลเรือนของไทยให้ได้รับความเชื่อมั่นต่อนานาประเทศ

นายกฯ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือน จากการที่ประเทศไทยได้ผ่านการตรวจสอบตามโครงการตรวจสอบด้านการรักษาความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง แต่สภาวะภัยคุกคามแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน ทำให้เกิดความเสี่ยงความท้าทายมาก จะต้องเพิ่มมาตรการปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการในการทำงานให้มีความมาตรฐานมากยิ่งขึ้น ต้องทำงานแบบบูรณาการกับหลายหน่วยงานไม่ใช่เพียงเฉพาะสายการบินอย่างเดียว เพราะไทยกำลังเดินหน้าไปสู่วิสัยทัศน์มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งความปลอดภัยจะเพิ่มมูลค่า เพิ่มรายได้ไปสู่เศรษฐกิจที่ดีขึ้นของประเทศและภูมิภาค การออกกฎระเบียบต่างๆ ต้องมีการประสานสอดคล้องกันทั้งหมด โลกของคนรุ่นใหม่ใช้เวลาให้น้อยแต่ต้องปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

“ภัยคุกคามต่างๆ พร้อมจะเกิดตลอดเวลา แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องตื่นตระหนก ถ้าเราเตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมดโดยทุกคนร่วมมือกันจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ดีกว่าไปเน้นกฎหมายกฎระเบียบเพียงอย่างเดียว การสร้างการเรียนรู้ ตระหนักถึงภัยต่างๆ จะทำให้ทุกอย่างดำเนินการไปได้ โดยที่กฎหมายกฎระเบียบไม่เสียหายด้วย ดังนั้น จะต้องจัดแผนงานรักษาความปลอดภัยการบินระดับโลก โดยประเทศในโลกต้องร่วมมือกันภายใต้กฎกติกานำมาปฏิบัติให้สอดคล้องตามแผนงาน” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมการบิน เห็นได้จากยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมไทย 4.0 ระยะ 20 ปี โดยจัดให้อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) เพื่อเป้าหมายในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค รวมถึงแผนในการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาให้เป็นศูนย์กลางการบินแห่งภาคตะวันออก และมีแผนที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นเพิ่มเติม ได้แก่ การสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารอาคาร 2 การสร้างทางวิ่งหรือรันเวย์แห่งที่ 2 ห่างออกไปจากรันเวย์เดิม 1.5 กิโลเมตร และการสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน นอกจากนี้ รัฐบาลยังเห็นชอบงบประมาณเพิ่มเติมในการก่อสร้างอาคารเรียนของศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรทางการบินอีกด้วย

นายกฯ กล่าวอีกว่า ในส่วนของศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานนั้น ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ในโครงการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (TG MRO Complex Development) ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา เพื่อเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยานแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ระหว่าง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอร์บัส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยานที่ทันสมัยมีมาตรฐานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

ทั้งนี้ จะทำให้ท่าอากาศยานอู่ตะเภากลายเป็นท่าอากาศยานที่เชื่อมต่อการเดินทางสำคัญอีกแห่งของภูมิภาค ช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาฝั่งตะวันออกโดยตรง อันจะเป็นการช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว ในพื้นที่และสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นได้อีกด้วย การพัฒนาอุตสาหกรรมการบินยังสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศ เพื่อเข้าสู่ยุค “ไทยแลนด์ 4.0” บนวิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน” ซึ่งเป็นภารกิจที่รัฐบาลให้ความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของไทย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการพัฒนาคนไทย เยาวชนไทย ให้มีทักษะความรู้ความสามารถ เพื่อให้บุคลากรไทยมีความพร้อมในการรองรับความต้องการของตลาดและผู้ประกอบการที่จะมาลงทุนในประเทศ และพร้อมต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศที่มุ่งไปสู่เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยยึดหลักการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ มีเป้าหมายและนําไปสู่การปฏิบัติให้เห็นผลในการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ เพื่อให้มีความพร้อมและสามารถรับมือกับโอกาสและภัยคุกคามแบบใหม่ได้ สำหรับแผนงานเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยด้านการบินระดับโลก ยังเป็นกลยุทธ์ในการช่วยให้ประเทศสมาชิกขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ สร้างความร่วมมือและเครือข่ายเพื่อการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนระหว่างรัฐสมาชิกด้วยกัน และระหว่างประเทศสมาชิกกับหน่วยงาน หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยการบินด้วย ทั้งยังจะเป็นการช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมทางด้านการรักษาความปลอดภัยและศักยภาพในการดำเนินการดังกล่าว ด้วยการมุ่งเน้นการใช้

เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ ตลอดจนปรับปรุงพัฒนากรอบแนวคิดเพื่อการกำกับดูแลและการประกันคุณภาพในเรื่องดังกล่าวอีกด้วย ฉะนั้น การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมสัมมนาระดับภูมิภาคเพื่อนำเสนอแผนงานเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยด้านการบินระดับโลกในครั้งนี้ ตนถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้มีบทบาทสำคัญในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ในการจัดให้มีเวทีในระดับภูมิภาคเพื่อการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายในด้านการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนระดับโลก และยกระดับด้านการรักษาความปลอดภัยด้านการบินทั่วโลก ทั้งยังเป็นโอกาสอันดีที่ผู้แทนจากประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ได้มีโอกาสพบปะและร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านการรักษาความปลอดภัยด้านการบินพลเรือนร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม นายกฯ กล่าวตอนท้ายว่า ขอให้การประชุมครั้งนี้มีผลสำเร็จ และในวาระที่กำลังใกล้เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ถือเป็นวาระของทุกคนที่จะมีความสุข ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนนับถือดลบันดาลให้ทุกคนประสบความสุขความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรงตลอดไป ขอบคุณในนามของคนไทย ในนามของรัฐบาลไทยและขอบคุณในนามของนายกรัฐมนตรี ที่ทุกคนมาร่วมการประชุมครั้งนี้ ซึ่งเป็นผู้แทนจากทุกประเทศ และหวังว่าปีหน้าทุกประเทศจะมาร่วมประชุมแบบนี้อีก













กำลังโหลดความคิดเห็น...