xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กป้อม” ชี้เรียนทหารเตรียมใจถูกซ่อม ผบ.ทสส.-กห.แก้ข่าว “น้องเมย” ไม่ได้เป็นฮีตสโตรก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (แฟ้มภาพ)
“ประวิตร” เผยกองทัพแจงหมดแล้วเหตุ “น้องเมย” เสียชีวิต รับเห็นใจครอบครัว ยันตัดอวัยวะไปพิสูจน์ แพทย์ประสานคืนแล้ว ย้ำตายเพราะป่วยไม่มีซ้อม อ้างเด็กเป็นฮีตสโตรก แจงโดนซ่อมเรื่องปกติไม่ละเมิดสิทธิ ตนโดนมาหนักเช่นกัน มาเรียนต้องเตรียมใจ ด้าน ผบ.ทสส.-กห.แก้ข่าวปัดเป็นฮีตสโตรก มีโรคประจำตัวไม่ร้ายแรง ไม่ขัดต่อเป็นเตรียมทหาร ชี้ซ่อมเกินเหตุมีความผิด

วันนี้ (22 พ.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเสียชีวิตของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 หลังบิดามารดานำร่างไปชันสูตรพลิกศพพบว่าอวัยวะภายในหายและยังติดใจสาเหตุการเสียชีวิตว่า ทางกองบัญชาการกองทัพไทยได้ชี้แจงไปหมดแล้ว รวมถึงมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน และมีการแจ้งลงบันทึกประจำวัน โดยทุกอย่างว่าไปตามระเบียบและกฎหมาย อีกทั้งทางแพทย์ได้ประสานไปยังผู้ปกครองให้มารับอวัยวะภายในคืนได้แล้วจำนวน 4 ชิ้นภายหลังการตรวจพิสูจน์ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ผ่านมา 1 เดือน และทางโรงเรียนเตรียมทหารได้ติดต่อพูดคุยกับครอบครัวของน้องเมย รวมถึงการช่วยเหลือจัดงานฌาปนกิจ ตนเห็นใจครอบครัวเพราะเป็นลูกชายเพียงคนเดียว พ่อแม่ก็ต้องเสียดาย อีกทั้งยังเป็นนักเรียนเตรียมทหารด้วย

ส่วนเรื่องชิ้นส่วนอวัยวะที่ถูกตัดไปตรวจพิสูจน์นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการปกปิดข้อมูล และทางพนักงานสอบสวนก็ได้รายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ถือเป็นขั้นตอนทางการแพทย์ และทางพ่อแม่ก็ไม่ได้แจ้งมาเช่นกันว่ายังไม่ได้รับชิ้นส่วนดังกล่าวคืน

“ผมยืนยันว่าเด็กเสียชีวิตเนื่องจากสุขภาพของเด็กเอง ไม่มีการซ้อมอะไรทั้งสิ้น เขาป่วย และเชื่อว่าทางโรงเรียนไม่ได้ปิดบังข้อมูล แม้ว่าบริเวณที่เด็กล้มลงจะไม่มีภาพวงจรปิดก็ตาม เพราะหากเสียชีวิตใครจะมาปิดบังสาเหตุก็ไม่ได้” พล.อ.ประวิตรกล่าว

เมื่อถามว่าหากเด็กสุขภาพไม่ดี ทำไมถึงเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมทหารได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนก็อยากทราบเช่นกัน แต่ตอนรับสมัครก็มีแพทย์ตรวจคัดกรองแล้ว แต่อาจมาเป็นช่วงตอนเข้าเรียน เด็กเป็นโรคฮีตสโตรก ส่วนที่มีการเปิดเผยบันทึกประจำวันของน้องเมยที่ระบุว่าโดนซ่อมนั้น คิดว่าก็โดนซ่อมกันทุกคน ตนก็เคยโดนมาเหมือนกัน เช่น วิดพื้น วิ่ง สกอตจัมป์ แบบไม่ต้องถูกตัวกัน และการซ่อมก็ไม่ได้มากมายอะไร ขณะเดียวกัน ประเด็นที่น้องเมยเคยโดนซ่อมจนหยุดหายใจไปครั้งหนึ่งนั้นเพราะเขาเป็นโรคฮีตสโตรก การเป็นโรคนี้เกิดจากการฝึก หรือแม้แต่ยืนตากแดดเฉยๆ ก็เป็นได้เพราะอากาศร้อน ใครจะไปรู้ว่าน้องเมยจะมีภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน พร้อมทั้งยืนยันว่าการซ่อมไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

เมื่อถามต่อว่า หากการทำการลงโทษหรือซ่อมเกินกำลังคนจะรับได้จะทำอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ผมก็เคยโดนซ่อมจนเกินกำลังจะรับได้และสลบไปเหมือนกัน แต่ผมไม่ตาย เรื่องเหล่านี้ก่อนจะรับเด็กเข้ามาต้องตรวจเช็กร่างกายเป็นอย่างดี แต่เข้ามาแล้วเป็นโรคฮีตสโตรกก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ที่ผ่านมาสัดส่วนนักเรียนเตรียมทหารเสียชีวิตจากโรคนี้จะน้อยมาก แม้ว่าจะโดนซ่อม แต่ร่างกายแข็งแรง

เมื่อถามอีกว่าจะแก้ไขปัญหาพวกนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ก็ไม่ต้องเข้ามาเรียน ไม่ต้องมาเป็นทหาร เราเอาคนที่เต็มใจ”

เมื่อถามย้ำว่า การเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารต้องเตรียมใจเรื่องการดำรงวินัยหรือการถูกซ่อมใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ใช่” ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าแต่เด็กควรเสียชีวิตด้วยเหตุผลอื่น เช่น การออกสงคราม หรือการต่อสู้กับผู้ร้าย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า กรณีนี้เด็กเสียชีวิตเพราะไม่สบาย ถ้าให้ตนเลือกตายได้ก็ขอตายในสนามรบ

จากนั้นเวลา 10.00 น. พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงแก้ข่าวภายหลังกรณีที่ พล.อ.ประวิตรระบุว่าน้องเมยเป็นโรคฮีตสโตรกว่า นักเรียนเตรียมทหารคนดังกล่าว ไม่มีสภาวะการเป็นโรคฮีตสโตรก โดยทางแพทย์ที่ดูแลชี้แจงแล้ว แต่คาดว่าน้องเมยน่าจะมีโรคประจำตัว แต่โรคประจำตัวนั้นไม่ได้ร้ายแรง และขัดต่อการเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ทั้งนี้ตนได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีที่มีข้อความสนทนาออนไลน์ของน้องเมยหลุดและระบุว่าถูกรุ่นพี่ซ่อม เพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

“บางครั้งการซ่อมเป็นเรื่องอบรมวินัยของนักเรียนเตรียมทหาร ถือเป็นเรื่องปกติ ที่จะต้องมีการซ่อม เพราะเป็นการสร้างวินัยในการแปรสภาพจากพลเรือนไปสู่การเป็นทหาร แต่ไม่สามารถซ่อมเกินกรอบที่กำหนดเอาไว้ได้ หากเป็นเช่นนั้นถือว่ามีความผิด และจะต้องมีการสอบสวนเพื่อลงโทษ ในส่วนของนักเรียนเตรียมทหารคนดังกล่าว ผู้ปกครองระบุว่ามีการโดนซ่อมด้วย ซึ่งเราก็จะสอบสวนตรงนี้ทั้งหมด ขณะนี้เราต้องทำความเข้าใจกับพ่อแม่ให้ดีที่สุด โดยเฉพาะข้อข้องใจของครอบครัว เราก็จะชี้แจงทั้งหมด ซึ่งจะมีขั้นตอนทางการแพทย์ ระเบียบวินัย รวมถึงเพื่อนๆที่อยู่ในเหตุการณ์” พล.อ.ธารไชยยันต์กล่าว

พล.อ.ธารไชยยันต์ กล่าวย้ำว่า ในส่วนของการขอคืนอวัยวะภายในนั้นเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนที่จะต้องดำเนินการโดยญาติจะต้องประสานมายังพนักงานสอบสวน แต่กรณีนี้ญาติไม่ได้ขอมา และเมื่อวานนี้ (21 พ.ย.) ทางแพทย์เพิ่งได้รับการประสานมาเพื่อขอคืน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการทุกอย่างเรามีเอกสารเป็นหลักฐาน ทางโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าก็พร้อมที่จะส่งเอกสารเหล่านี้ ปีนี้ครบรอบ 60 ปีของโรงเรียนเตรียมทหาร เราก็มีการพัฒนาหลักสูตรการฝึกระเบียบวินัยมาโดยตลอดเพื่อให้เด็กเข้าไปเป็นทหารและเป็นผู้นำกองทัพในอนาคต พร้อมทั้งยืนยันระบบให้รุ่นพี่ปกครองรุ่นน้องในโรงเรียนเตรียมทหารยังคงต้องมีอยู่ เพราะเด็กเหล่านี้จะต้องเข้าสู่การคัดเลือกเหล่าว่าจะสังกัด ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจต่อไป

ขณะที่ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวย้ำเพิ่มเติมว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยผู้เสียชีวิตไม่ได้มีอาการฮีตสโตรก กระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญเรื่องการฝึกทุกระดับตั้งแต่นักเรียนเตรียมทหารเป็นต้นไป ยืนยันทุกชีวิตมีค่า แต่จะต้องมีการฝึกเพื่อให้เตรียมพร้อมทำการรบ คงไม่มีใครอยากให้เกิดการสูญเสีย
กำลังโหลดความคิดเห็น...