xs
sm
md
lg

ความสงบสยบปัญหา!! “เถระผู้ใหญ่” เงียบผิดปกติปม “สมีนิมิต” สวมสิทธิคนตาย ทั้งที่ “มหาดไทย” ฟันธงแล้ว “ผิดกฎหมาย” เต็มประตู น่าสนใจคนตายที่ถูกสวมชื่อ ก็เป็นพระ หรือ “ปลอมแปลงบัตร” จะทำเป็นขบวนการ กระทั่งพระอุปัชฌาย์อย่าง “เจ้าคุณสมาน” ก็ไม่รู้หรือ ??

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: นกหวีด

“เจ้าคุณนิมิตร”พระราชรัชมุนี, “บิ๊กฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ และ “เจ้าคุณสมาน” พระเทพมังคลาจารย์
ข่าวปนคน คนปนข่าว



** ความสงบสยบปัญหา!! “เถระผู้ใหญ่” เงียบผิดปกติปม “สมีนิมิต” สวมสิทธิคนตาย ทั้งที่ “มหาดไทย” ฟันธงแล้ว “ผิดกฎหมาย” เต็มประตู น่าสนใจคนตายที่ถูกสวมชื่อ ก็เป็นพระ หรือ “ปลอมแปลงบัตร” จะทำเป็นขบวนการ กระทั่งพระอุปัชฌาย์อย่าง “เจ้าคุณสมาน” ก็ไม่รู้หรือ ??

กรรมยุคดิจิทัล ไวยิ่งกว่าติดจรวด .. ทางธรรมอาจจะต้อง “ตั้งกระทู้” ถกเป็นประเด็นว่า “เจ้าคุณนิมิต” พระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง อ.เมืองฯ จ.เชียงใหม่ และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ ที่ถูกร้องเรียนว่า “สวมสิทธิบัตรบัตรประชาชนคนตาย” เข้าข่าย “อาบัติปาราชิก”สิ้นความเป็นพระแล้วหรือยัง .. ผิด “ศีลพื้นฐาน” ข้อ 2 อทินนาทานฯ และ ข้อ 4 มุสาวาทาฯ .. โดยเฉพาะข้อ 2 อทินนาทานฯ นี่เข้าข่าย “ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้มาเป็นของตน” เข้าเกณฑ์ “อาบัติปาราชิก” ที่ทางสงฆ์เรียกว่า “อเตกิจฉา” อาบัติหนักที่ไม่สามารถแก้ไขได้ แม้ไม่กล่าวลาสิกขาบท ก็ถือว่า “ขาดจากความเป็นภิกษุ” ทันที ..แต่ก็มีบางท่านทักว่า เคสนี้ยังไม่เข้าเกณฑ์ “ปาราชิก” ก็ด้วยการสวมเลขบัตรผู้อื่น ยังไม่อาจตีเข้ากรณีลักทรัพย์ “เกิน 5 มาสก” อันเป็นศัพท์ของทางสงฆ์ ที่เห็นว่ามีการประเมินมูลค่าตามตลาดโลกอยู่ “300 บาทไทย” ..ถึงขนาดขโมยสิทธิ์ ขโมยชีวิตผู้อื่น เช่นนี้แทบจะประเมินมูลค่าไม่ได้ด้วยซ้ำ ดังนั้น ก็ขอย้ำตามเดิมว่า หมดแล้วซึ่งความเป็น “เจ้าคุณนิมิต” พระดาวรุ่งแห่งแดนเหนือ เหลือเพียงตำแหน่ง “สมีนิมิต” ที่ติดตัวอยู่ตอนนี้ ..

ทางธรรมว่าแย่แล้ว ทางโลกน่าจะหนักกว่า ก็เพราะมันผิดกฎหมายชัดเจน ถึงขนาด“บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย สั่งเพิกถอนบัตรประจำตัวทันที ตามมาด้วย“บิ๊กฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังพูดแบบไม่กั๊กว่า มีการดำเนินการที่ “กระทำผิดกฎหมาย” แม้ฝ่ายที่รับผิดชอบจะยังไม่ได้บทสรุปอย่างเป็นทางการมาก็ตาม .. นอกจากข้อหา “ปลอมแปลงบัตร” แล้ว ยังสุ่มเสี่ยงจะถูกตรวจสอบว่า เข้าเมืองผิดกฎหมายอีกกระทงหรือไม่ .. เพราะในเมื่อมีข่าวว่า “เจ้าประคุณท่าน” ตีเนียนเป็นคนไทย ทั้งที่จริงเป็น“หม่อง”จากประเทศเพื่อนบ้าน คราวนี้เห็นทีว่ามี “ความทางอาญา” มากกว่า 1 กระทงแน่ๆ ล่ะหลวงพ่อ .. เรื่อง “ปลอมแปลงบัตร”ทำไปทำมาซีรีส์ยาวแน่ ซับซ้อนกว่าที่คิด เอาให้ดีบางทีอาจมี “พระ” บางรูปรู้เห็นเป็นใจกันด้วย เพราะล่าสุดพบว่า “ด.ช.ดวงดี เวียงดินดำ” ที่ “เจ้าประคุณท่าน” ไปสวมรอยนั้น .. แท้จริงคือ “มหาดวงดี” ซึ่งจบเปรียญธรรม 3 ประโยค โดยไปมรณภาพด้วยโรคมะเร็ง ที่บ้านเลขที่ 283/1 หมู่ที่ 2 ต.บ้านแก้ง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ตอนอายุ 22 ปี หรือผ่านมา 23 ปีแล้ว ปัญหาคือ นอกจากสวมสิทธิคนตายแล้ว คนที่ตายยังเป็นพระอีกด้วย งานนี้มักชักยังไง สาวให้ดี มีใครเกี่ยวข้องบ้าง

นอกจาก “ฆราวาส” แล้ว .. ทางคณะผู้ปกครองสงฆ์ จน ณ ขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ออกมาเลยว่าจะดำเนินการทางพระธรรมวินัยอย่างไร เพราะความผิดนี้ แม้จะเป็นทางโลก แต่ข้อหา “ปลอมแปลง” เท่ากับ “มุสา” และการไปสวมสิทธิ์คนอื่นเท่ากับ “อทินนาทานา” ที่เหมือนลักทรัพย์ จนเข้าอีหรอบ “อาบัติปาราชิก” ต้องขาดจากความเป็นพระ .. ไฉน “พระเถระผู้ปกครอง” ยังเงียบไม่แสดงปฏิกิริยาอะไร ตั้งแต่“เจ้าคุณวิเชียร” พระวิสุทธิวงศาจารย์ แห่งวัดปากน้ำ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ “เจ้าคุณสะอาด” พระเทพปริยัติ เจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ หรือแม้แต่ พระอุปัชฌาย์อย่าง“เจ้าคุณสมาน” พระเทพมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดท่าตอน ในฐานะรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ นิ่งกันหมด ทั้งที่ต้องแอ็กชั่นอะไรกันบ้าง หลังมีเรื่องเสื่อมเสียในพระผู้ใต้การปกครองระดับเจ้าคณะอำเภอ .. โดยเฉพาะ “เจ้าคุณสมาน” ที่น่าจะแสดงท่าอะไรบางอย่างให้พุทธศาสนิกชนรับรู้ เพราะ “ท่านเจ้าประคุณ” เป็นพระอุปัชฌาย์ และมีความสนิทสนมกับ “เจ้าคุณนิมิต” มีชื่อไปพัวพันอยู่ในขณะนี้ ด้วยความเป็น “อุปัชฌาย์”ที่ไม่เพียงไม่เช็กประวัติพระเณรให้ดี แล้วยังอุ้มชู หนุนส่ง จน“ศิษย์รัก”ได้ขึ้นเป็นเจ้าคุณ ทั้งที่พรรษาหย่อน 20 เท่านั้น .. เรื่องนี้หนักหนาสาหัสจริงๆ ไม่เพียงแต่ต้อง “ถอดยศ” ทางพระของ “เจ้าคุณมิมิต” แล้ว แต่ถึงขั้นต้อง “จับสึก” กันได้เลย เนื่องจากการจับสึกในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องยากอะไร ตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. 2535 ฉบับแก้ไขเพิ่ม พ.ศ. 2560 กำหนดว่า หากพระภิกษุกระทำผิดอาญา สามารถสึกได้แม้เจ้าตัวไม่ยินยอม ไม่เหมือนแต่ก่อน ที่ต้องให้ยินยอมก่อน ..
   มีชัย ฤชุพันธุ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
** เหนือ “ลุงตู่” ยังมี “ปู่มีชัย”!! เลือกตั้ง พ.ย. 61 ยังไม่ชัวร์ “มีชัย ฤชุพันธุ์” เจ้าเก่า ผู้ถือ “ร่างกฎหมายลูก” 2 ฉบับอยู่ในมือ บ่นพึม “เงื่อนไข” แยะ “อุบัติเหตุ” เกิดขึ้นได้เสมอ

เก็บตกเมื่อวานซืน หลัง “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยอมประกาศออกมาแล้วว่า จะประกาศการเลือกตั้งในเดือน มิ.ย. 61 และจะจัดให้มีการเลือกตั้งกันในเดือน พ.ย. 61 .. หลังจากก่อนหน้านี้ไม่รู้ “สองศรีพี่น้อง” ทั้ง “น้องตู่” และ “พี่ป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เล่นอะไรกัน ว่าจะประกาศวันเลือกตั้งในปี 2561 ไม่ได้บอกว่าจะเลือกตั้งในปีเดียวกันสักกะหน่อย .. แล้วจู่ๆ อะไรไปเข้าฝัน กลับลำมาเข้าตาม “โรดแมปเป๊ะ” แต่ถือเป็นครั้งแรกที่พูดกันชัดๆ ทำเอา “ตลาดหุ้นเขียวอื๊อ” ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,706.95 จุด เพิ่มขึ้น 14.73 จุด กันเลยทีเดียว .. ด้าน “นักเลือกตั้ง” พรรคการเมืองคงยิ้มร่า โดยเฉพาะ “ค่ายเพื่อไทย” ที่กดดันมานานสองนาน จน “บิ๊กตู่” ยอมบอกวันเลือกตั้งออกมา ถือเป็น “มิชชั่นคอมพลีส” ด้วยความหวังดี อยากจะบอกอะไรว่า อย่าเพิ่งดีใจอะไรไป ไม่มีอะไรที่จะเกิดขึ้นไม่ได้ ในยุค “รัฐบาลท็อปบูต” ชุดนี้ .. แม้ “ลุงตู่” จะประกาศก้องเป็นสัญญาประชาคมให้ได้ยินกันถ้วนทั่วแล้ว แต่ใครล่ะจ๊ะ จะมาการันตีได้ .. อย่างล่าสุด“ซือแป๋กฎหมาย” มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ออกมา “ชี้โพรงให้กระรอก” หรือพูดออกตัวไว้ก่อน อย่างมีนัยยะ “กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสร็จทันตามกำหนดอย่างแน่นอน เพราะขณะนี้ เหลือเพียง 2 ฉบับสุดท้ายแล้ว แต่เงื่อนไขของการเลือกตั้ง อยู่ที่ว่าหากมีปัญหาต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ การเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้น ประมาณเดือน ม.ค. 62” ..แบบนี้ ถ้ามี“กฎหมายลูก”ฉบับใดฉบับหนึ่ง ต้องส่งให้ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ตีความ เวลาอาจต้องยืดออกไปอีก .. นี่ยังคิดในแง่คิดว่า “แค่ฉบับเดียว” แต่หากเกิดฉบับท้ายๆ ที่ยังพิจารณาไม่เสร็จ ดันมีปัญหาต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความทุกฉบับ แบบนี้ “พฤศจิกาหรรษา” ที่ “บิ๊กตู่” ประกาศไว้แล้วว่า จะมีการเลือกตั้ง คงไม่น่าจะทัน .. แล้วถึงตอนนั้น ใครจะหาว่า ผู้นำ “ตระบัดสัตย์” คงจะไม่ได้ เพราะฝ่ายผู้มีอำนาจย่อมอ้างได้ว่า มันไม่เกี่ยวกับอั๊ว !!! มันเป็นปัญหาที่อยู่ “เหนือการควบคุม”..

ถ้าจำคำพูด “บิ๊กตู่” ก่อนหน้านี้กันได้ หลายครั้งหลายหน พูดเสมอเหมือนกัน โดยเมื่อช่วงเดือน พ.ค.60 ไม่กี่เดือนก่อน เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า “..ไม่สามารถกำหนดไว้ในโรดแมป ว่าจะต้องเป็นวันไหน เพียงแต่มีการกำหนดปีไว้ และหากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ก็จะต้องขยับออกไป..” ..ซึ่งประเด็นเรื่องการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมอยู่ในเงื่อนไขนี้แน่ .. แม้แต่ที่ “ปู่มีชัย” เคยยืนยันก่อนทำประชามติว่า จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน ยกเว้นเกิด“สงครามโลก”ถึงจะต้องยกเลิก .. ซึ่งดูเหมือนตลก แต่ไม่ตลก เพราะโอกาสเกิดไม่ใช่ไม่มี ความคุกรุ่นในคาบสมุทรเกาหลี ยังมี ปีหน้าน่าจะเข้มข้นเสียด้วย ทำเป็นเล่นไป !
  สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ
** โดนเบรกหัวทิ่ม!! “กรมวิชาการเกษตร” ไปไม่รอด ดันแก้ กม.คุ้มครองพันธุ์พืชฯ เจอแรงต้านตรึม แถม“อธิบดี”ชี้แจงภาษาดอกเตอร์ คนธรรมดาฟังไม่รู้เรื่อง “บิ๊กฉัตร” ทุบโต๊ะเปรี้ยง ชะลอแบบไม่มีกำหนด

ข่าวนอกกระแส อยู่เหนือความสนใจของสังคมวงกว้าง แต่มีความสำคัญต่ออนาคตเกษตรกรของประเทศเลยทีเดียว .. สำหรับ“ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืชฯ ฉบับแก้ไข”ที่ขณะนี้อยู่ในช่วงการรับฟังความคิดเห็น “เงียบๆ” ผ่านเว็บไซต์ กรมวิชาการเกษตร และเบื้องต้นจะปิดรับฟังความคิดเห็นกันใน วันที่ 20 ต.ค. นี้แล้ว แต่เกิดแดงขึ้นมา เมื่อ “มูลนิธิชีววิถี” ที่เรียกตัวเองว่า “ไบโอไทย” กำลังคัดค้านอย่างหนัก กระจายข่าวในทุกช่องทาง .. ด้วยประเด็น“ตัดสิทธิ”ของเกษตรกรที่เก็บรักษาพันธุ์พืชใหม่ไปปลูกต่อ ต่างจากฉบับเดิมปี 2542 ขยายความว่า ต่อไปนี้หากเกษตรกรเก็บพันธุ์พืชไปปลูกต่อ อาจได้รับโทษถึงจำคุก .. ขณะที่ สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เจ้าภาพเรื่องนี้ อ้างว่า หลังจากไปรับฟังความคิดเห็นแล้ว เกษตรกรมีความเข้าใจต่อเรื่องนี้ดี และไม่ได้คัดค้านอะไร .. เหอะๆ แล้วทางกรมวิชาการเกษตรอธิบายให้เกษตรกรเข้าใจ หรือไม่ว่า ถ้าร่างกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ จะทำอะไรได้ - ไม่ได้บ้าง หรือพูดแต่ในส่วนแง่ดีเท่านั้น ทางที่ดีควรจะยืดระยะเวลาออกไปอีกสักหน่อย ให้ได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ไม่เห็นมีอะไรต้องเร่งรีบเลย ..

ปัญหาเรื่องการสื่อสารก็สำคัญ ก็คำชี้แจงเกี่ยวกับตัวบทบัญญัติกฎหมายที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงของ“อธิบดีสุวิทย์”ก็ดันเป็น “ภาษาดอกเตอร์”ตีความเป็น “ภาษาคน” ค่อนข้างยาก จนถูกตั้ง “ข้อครหา” ..กลายเป็นโอกาสของ “ฝ่ายต่อต้าน” ที่ใช้ “ภาษาคน” เข้าใจง่ายๆ ไล่ทุบว่า เจตนาแท้จริงของการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้เหมือนเป็นการ “ปูทาง” ให้ “กลุ่มทุนข้ามชาติ”เข้ามา “แบ่งเค้ก”หากินกับเกษตรกรไทย .. ได้ยินว่า“บิ๊กฉัตร” พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ ถึงกับพ้อว่า ช่วงนี้ “อะไรๆ ก็กู” มีแต่คนหาเรื่องให้โดนด่า เลยสั่งการ“เบรกหัวทิ่ม”ว่าหากยังมีเสียงคัดค้านแม้แต่นิดเดียว ให้เลื่อนการเปิดรับฟังความคิดเห็นไปอย่างไม่มีกำหนด .. ช้อตนี้ขอปรบมือให้ นานๆ จะเห็นด้วยกับท่านซักที .

ช.ชฎา
3 จากทั้งหมด 3 รูป
กำลังโหลดความคิดเห็น...