xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ตรวจฯ ลงพื้นที่ตรวจแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากจากบ่อบำบัดน้ำเสียบางใหญ่ซิตี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ผู้ตรวจการแผ่นดิน นำคณะลงพื้นที่อำเภอบางใหญ่ ตรวจสอบการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอันเกิดจากบ่อบำบัดน้ำเสียหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ พร้อมเสนอแนะทางออก โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

วันนี้ (22 ก.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น. พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่อำเภอบางใหญ่ ร่วมกับนายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนนทบุรี ในฐานะผู้แทนจังหวัดนนทบุรี ตรวจสอบการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอันเกิดจากบ่อบำบัดน้ำเสียหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้

พล.อ.วิทวัสกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้หลายร้อยหลังคาเรือนที่ประสบปัญหามานานนับสิบปี หลังจากผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบจังหวัดนนทบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ไม่ดำเนินการกับเจ้าของโครงการฯ กรณีการถมกลบบ่อบำบัดน้ำเสียบริเวณด้านหน้าโครงการหมู่บ้านฯ รวมถึงการก่อสร้างร้านค้าและสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์บนบ่อบำบัด ทำให้ขวางกั้นทางระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำท่วมขังซ้ำซาก กระทบต่อผู้อยู่อาศัยในโครงการฯ และชุมชนใกล้เคียง

โดยที่ผ่านมาผู้ตรวจการแผ่นดินได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประชุมหารือร่วมกับนายสุธี ทองแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมผู้เชี่ยวชาญจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย พบว่า พื้นที่บ่อบำบัดน้ำเสียบริเวณด้านหน้าโครงการฯ มีเนื้อที่ประมาณ 240 ตารางวา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความลาดเอียงต่ำกว่าหมู่บ้านอื่น ดังนั้น การถูกถมกลบและดัดแปลงเป็นที่ตั้งเป็นร้านค้าและใช้ในเชิงพาณิชย์ ต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอแนะให้จังหวัดนนทบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งให้เจ้าของโครงการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากบริเวณที่เป็นบ่อบำบัด และระงับการให้บุคคลอื่นเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ส่วนกรณีผู้ค้าขายที่ได้รับผลกระทบจากการปรับปรุงซ่อมแซมบ่อบำบัดน้ำเสียในครั้งนี้ ให้บริษัทเอกชนเจ้าของโครงการพิจารณาแนวทางเยียวยาแก้ไข พร้อมทั้งให้เร่งปรับปรุงซ่อมแซมบ่อบำบัดน้ำเสียที่ถูกร้องเรียนให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยเร็ว

ที่ผ่านมาจังหวัดนนทบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ คำนวณระบบการระบายน้ำ และปริมาณรองรับการระบายน้ำจากที่ดินแปลงย่อยในโครงการประมาณ 600 หลังคาเรือนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งปัจจุบันได้ปรับแบบบ่อบำบัดให้ใช้ระบบที่ทันสมัยเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ปัจจุบัน โดยก่อสร้างบ่อบำบัดดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยเปลี่ยนจากระบบเดิมคือระบบถังบำบัดน้ำเสียรวม ซึ่งเป็นลักษณะบ่อกึ่งธรรมชาติ (Facultative Pond) ไม่มีพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กด้านบนทำให้เกิดกลิ่นเหม็น เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและง่ายต่อการกระจายเชื้อโรค มาเป็นบ่อบำบัดน้ำเสียรวมที่ทันสมัยแบบระบบตะกอนเร่ง (Activated - Sludge Process) ขนาด 1.4 ล้านลิตร ชนิดเติมอากาศ ซึ่งมีการปิดบ่อบำบัดน้ำเสียด้านบนด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีความแข็งแรงสามารถรองรับน้ำหนักได้ ป้องกันปัญหามลภาวะทางกลิ่นและการกระจายเชื้อโรค สะดวกในการดูแลรักษา โดยขณะนี้ได้รับอนุญาตจากกรมทางหลวงให้เชื่อมต่อท่อระบายน้ำจากบ่อบำบัดน้ำเสียลงสู่ทางระบายน้ำของกรมทางหลวงริมเส้นกาญจนาภิเษกแล้ว ส่วนพื้นที่ด้านบนบ่อบำบัดที่ย้ายร้านค้าออกไปนั้น จะใช้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ของหมู่บ้านต่อไป

ด้านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการ กล่าวว่า การมาติดตามการดำเนินการของหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมตรวจเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ รวมถึงตรวจสอบสภาพและการใช้งานของบ่อบำบัดน้ำเสียนี้ว่ามีผลเป็นอย่างไร โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งลงพื้นที่ร่วมกับนายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนนทบุรี ผู้แทนจังหวัดนนทบุรี นายธีรวัฒน์ จันทรหนู ปลัดอำเภอบางใหญ่ฝ่ายความมั่นคง นางสาววิภา ธนารักษ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี สาขาบางใหญ่ นายศรชัย อ้นอารี นายช่างโยธาอาวุโส สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดนนทบุรี นายบุญอนันต์ แคล้วอาวุธ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนนทบุรี นายประเสริฐ ศรีเพชร รองนายกเทศมนตรีตำบลเสาธงหิน นายสราวุธ เครือมณี ผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลตำบลเสาธงหิน นายสุวพันธุ์ โคตรพงค์ และนายพรนเรศวร์ ศุภมณี ผู้แทนบริษัทเอกชนเจ้าของโครงการหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ พร้อมประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ร่วมรับฟังผลการแก้ไขปัญหา






กำลังโหลดความคิดเห็น...