xs
xsm
sm
md
lg

“สามารถ” ชูผลงานชิ้นโบแดง “บิ๊กตู่” รื้อประมูลรถไฟใหม่ ส่อประหยัดงบได้นับหมื่นล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (แฟ้มภาพ)
อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ ประชาธิปัตย์ ชมนายกฯ ใช้ ม.44 ตั้งคณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นผลให้การรถไฟฯปรับลดราคากลางประมูลรถไฟทางคู่ หัวหิน - ประจวบคีรีขันธ์ ทำผู้รับเหมาขนาดกลางแข่งขันได้ จนบริษัทชนะเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางถึง 20.5% ประหยัดงบได้ถึง 2,269 ล้าน เชื่อจะประหยัดได้อีกหลายหมื่นล้าน ชูผลงานชิ้นโบแดง กล้าล้มประมูลเดิมแล้วทำให้โปร่งใส ขอให้กำลังใจ

วันนี้ (5 ส.ค.) เครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก Samart Ratchapolsitte ของ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เขียนข้อความระบุว่า หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้อำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 เพื่อปรับปรุงการบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย และได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้างขึ้นมาเพื่อกำกับ เร่งรัด ติดตาม และตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐที่มีวงเงินตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ทั้งนี้ ได้เน้นหนักไปที่การประมูลก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ทำให้การประมูลโครงการรถไฟทางคู่ 5 โครงการ ซึ่งอยู่ในระหว่างการประมูลในขณะนั้น และตนได้ตั้งข้อสังเกตว่า มีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นในการประมูลถูกยกเลิกไป

นายสามารถ ระบุว่า โครงการรถไฟทางคู่ทั้ง 5 โครงการ ประกอบด้วย (1) รถไฟทางคู่เส้นทางนครปฐม - หัวหิน (2) เส้นทางหัวหิน - ประจวบคีรีขันธ์ (3) เส้นทางประจวบคีรีขันธ์ - ชุมพร (4) เส้นทางลพบุรี -
ปากน้ำโพ และ (5) เส้นทางมาบกะเบา - ชุมทางถนนจิระ ทั้งนี้ ในการประมูลใหม่ตนได้เสนอแนะให้คณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้างพิจารณาดำเนินการดังนี้ 1. ทบทวนราคากลางของทั้ง 5 โครงการ ให้ละเอียดรอบคอบทุกรายการ เพราะมีบางรายการที่ ร.ฟ.ท. กำหนดราคากลางสูงเกินความเป็นจริง 2. แบ่งงานก่อสร้างออกเป็นตอนๆ เพื่อให้ผู้รับเหมาขนาดกลางสามารถเข้าแข่งขันกับผู้รับเหมาขนาดใหญ่ได้ ซึ่งจะทำให้ค่าก่อสร้างถูกลง ช่วยประหยัดงบประมาณได้จำนวนมาก 3. ทบทวนข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง (Terms of Reference) หรือ ทีโออาร์ รวมทั้งข้อกำหนดทางเทคนิค (Specifications) หรือสเปก ให้มีความเป็นธรรม ไม่มีการล็อกสเปกให้ผู้รับเหมารายหนึ่งรายใด ซึ่งจะทำให้มีการแข่งขันกันอย่างจริงจัง ส่งผลให้ประหยัดงบประมาณได้

“ขณะนี้ การรถไฟฯ ได้ดำเนินการประมูลโครงการรถไฟทางคู่ เส้นทางหัวหิน - ประจวบคีรีขันธ์ เสร็จแล้ว ซึ่งในการประมูลครั้งใหม่นี้มีการปรับลดราคากลางลงมาจากเดิม 8,076 ล้านบาท (ไม่รวมระบบอาณัติสัญญาณและเครื่องมืออุปกรณ์ก่อสร้างทางรถไฟ ซึ่งถูกแยกออกไป) เป็น 7,305 ล้านบาท และเปิดโอกาสให้ผู้รับเหมาขนาดกลางเข้าร่วมแข่งขันได้ ทำให้มีการแข่งขันทั้งด้านคุณภาพและราคา ปรากฏว่า บริษัทที่ชนะการประมูลเสนอราคา 5,807 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางถึง 1,498 ล้านบาท (7,305 - 5,807) หรือ คิดเป็น 20.5%” นายสามารถ ระบุ

นายสามารถ ระบุว่า หากเปรียบเทียบกับราคากลางเดิม จะพบว่า การประมูลครั้งใหม่ประหยัดงบประมาณได้ถึง 2,269 ล้านบาท (8,076 - 5,807) นี่เป็นแค่เพียงโครงการเดียวยังสามารถประหยัดงบประมาณได้ถึง 2,269 ล้านบาท ถ้าหลายโครงการรวมกันงบประมาณที่จะสามารถประหยัดได้ก็จะเป็นจำนวนมากมายมหาศาล เมื่อเปรียบเทียบกับผลการประมูลรถไฟทางคู่ 2 โครงการ อันประกอบด้วยเส้นทางชุมทางถนนจิระ - ขอนแก่น และเส้นทางฉะเชิงเทรา - คลองสิบเก้า - แก่งคอย ซึ่งประมูลก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้อำนาจตามความในมาตรา 44 แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้างขึ้นมา ทำให้ผู้รับเหมาขนาดกลางไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้ ปรากฏว่าบริษัทผู้ชนะการประมูลเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางเพียงแค่ 0.75% และ 2.77% ตามลำดับเท่านั้น

“นั่นคือ ผลดีที่เกิดจากการประมูลใหม่โดยมีการปรับลดราคากลางและปรับแก้ทีโออาร์ ซึ่งทีโออาร์ใหม่เปิดโอกาสให้ผู้รับเหมาขนาดกลางเข้าร่วมแข่งขันได้ ทำให้เกิดการแข่งขันกันอย่างจริงจัง ส่งผลให้การรถไฟฯ สามารถก่อสร้างรถไฟทางคู่ได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคากลางมาก เป็นการประหยัดงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งต่อจากนี้ไปเรายังจะต้องก่อสร้างรถไฟทางคู่อีกจำนวนมาก ดังนั้น งบประมาณที่จะสามารถประหยัดได้จะเป็นจำนวนมากนับหลายหมื่นล้านบาท” นายสามารถ ระบุ

นายสามารถ ระบุว่า การประมูลโครงการรถไฟทางคู่ที่สามารถประหยัดงบประมาณได้จำนวนมากนั้นนับว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดงของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่หาญกล้ายกเลิกการประมูลเดิม และทำให้การประมูลใหม่มีความโปร่งใส ซึ่งนำไปสู่การแข่งขันกันอย่างจริงจัง ขอเป็นกำลังใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ ดำเนินการเช่นนี้กับโครงการอื่นต่อไป แล้วเราจะมีงบประมาณเหลือจากการก่อสร้างจำนวนมาก ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการก่อสร้างโครงการอื่นๆ ที่จำเป็นในถิ่นทุรกันดารได้ เช่น โรงพยาบาล และ โรงเรียน เป็นต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...