xs
sm
md
lg

ปรับครม.เดือนตุลาฯเวอร์ชั่น"ป้อม"พ่วง"แป๊ะ"พ้นผบ.ตร.!?

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เมืองไทย 360 องศา


"ผมยังไม่รู้กระแสให้ผมย้ายไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อดูแลการเลือกตั้ง หากถามใจผมก็อยากอยู่ที่กระทรวงกลาโหมมากกว่า เพราะผมได้ทำงานร่วมกับรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนทั้ง10 ประเทศ มาตลอด จนสนิมสนมกันเป็นอย่างดี อีกทั้งทางนายกฯ ก็ยังไม่ได้พูดคุยอะไรด้วย อย่างไรก็ดีหากมีการปรับจริงก็น่าจะเป็นช่วงผ่านพระราชพิธีสำคัญไปก่อน"

นอกจากนี้ถามถึงเรื่องกระแสเปลี่ยนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า "ยังไม่รู้ เพราะยังไม่ได้พูดคุยกัน ทาง ผบ.ตร.คนปัจจุบันก็ยังเหมาะสมในการทำหน้าที่อยู่ และขอยืนยันว่าผมไม่เคยมีสัญญากับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา (ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ)จะให้นั่งในตำแหน่ง 2 ปี อีกทั้งก็ไม่มีความลำบากใจอะไรที่มีรุ่นน้องมาต่อคิวอยู่ เราพิจารณาดูว่าคนใดมีความเหมาะสม"

คำพูดข้างต้นของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่กล่าวเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมให้ความเห็นถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง

อย่างไรก็ดีก็ต้องยอมรับเช่นเดียวกันว่ากระแสการปรับคณะรัฐมนตรีคราวนี้มันเหมือนจู่ๆถูกจุดพลุขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แม้ว่าที่ผ่านมาก็เคยกระแสข่าวแบบนี้มาเป็นระยะก็ตาม แต่ก็เงียบหายไป โดยก่อนหน้านี้เมื่อราวสามสี่เดือนก่อนกระแสแบบนี้ถูกดับโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติกล่าวตัดบทว่า"ไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี"กระแสจึงฝ่อลงไปจนเงียบไปในที่สุด

ดังนั้นจู่ๆเมื่อมีการถามเรื่องนี้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อีกครั้งและได้รับคำตอบแบบ"แปลกๆ"กลับมาในความหมายที่ดูเหมือน"เป็นไปได้" มีช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมอะไรแบบนี้ตามมาอีกทำให้ต้องมานั่งประเมินกันใหม่จากองค์ประกอบที่เป็นอยู่และลากยาวไปถึงแนวโน้มในอนาคตอีกด้วย

หากวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้เริ่มจากตัว "พี่ใหญ่"คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก่อน ก็ต้องยอมรับว่าอีกด้านหนึ่งก็มีความเป็นไปได้เหมือนกัน เพราะในช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขามีปัญหาสุขภาพรุมเร้า ทั้งประสบอุบัติเหตุหกล้ม และมีอาการโรคหัวใจกำเริบจนต้องมีการพักฟื้นมาพักหนึ่งซึ่งในเวลาลาต่อมาเจ้าตัวก็ยอมรับ แต่ยืนยันว่า"ยังไหว"

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังยืนยันว่าเขาจะไม่ตั้งพรรคการเมือง(พรรคทหาร)เพื่อรองรับการเลือกตั้งในครั้งหน้าเพื่อสืบทอดอำนาจคสช.และย้ำว่าจะจบเส้นทางการเมืองไปพร้อมกับรัฐบาลชุดนี้ทำนองว่า"ไม่เอาแล้ว เนื่องจากอายุมากแล้ว" อะไรประมาณนี้ เมื่อเขาพูดแบบนี้ทำให้กระแสปรับคณะรัฐมนตรีในช่วงเวลานั้นก็เริ่มเงียบหายไปในที่สุด เพราะเป้าหมายสำคัญในเวลานั้นล้วนพุ่งมาที่เขาเป็นหลัก ทั้งจากเรื่องปัญหาสุขภาพและกระแสถูกท้าทายในด้านงานความมั่นคงหลายเรื่องที่ประดังเข้ามาถูกวิจารณ์ในเชิงลบ และเมื่อถูกสำทับจากคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีอำนาจในการปรับคณะรัฐมนตรียืนยันว่า"ไม่"ก็ต้องไม่ตามไปด้วย อีกทั้งยังคาดว่าทุกอย่างจะคงที่แบบนี้ไปจนครบอายุรัฐบาลที่เหลืออยู่ประมาณปีเศษตามโรดแมป

เมื่อวกกลับมาที่คำพูดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่กล่าวว่าเขายังอยากอยู่ที่กระทรวงกลาโหมมากกว่า เพราะมีความถนัด มากกว่าอีกทั้งได้ทำงานต่อเนื่อง มากกว่าที่จะไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาถึงเหตุผลในการปรับคณะรัฐมนตรีสำหรับการเปลี่ยนแปลงให้ พล.อ.ประวิตร ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อควบคุมดูแลการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงก็ถือว่ามีความสำคัญยิ่งยวดไม่แพ้กัน เพราะหากเขา"ไม่ไปต่อ"แต่คนอื่นในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)คนอื่นไปต่อ สมมุติว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะต้องมารับตำแหน่งนายกฯอีกรอบในโควตา"คนนอก"ก็ต้องหาคนที่ไว้ใจได้ และที่สำคัญหาก พล.อ.ประวิตร นั่งเก้าอี้ มท.1 จริงๆนั่นก็น่าจะเป็นคำตอบในเรื่องการวางมือแล้วจริงๆ เพราะเมื่อคุมกลไกการเลือกตั้งแล้วก็ไม่ควรมารับตำแหน่งในรัฐบาลใหม่ให้เป็นที่ครหาในภายหลัง

อย่างไรก็ดีนั่นเป็นเพียงข้อสันนิษฐานกันไปจากคำพูดล่าสุดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ถูกจับตามองมากกว่าใคร และคราวนี้ยังพ่วงไปด้วยคำพูดปริศนาพาดพิงไปถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบัน ที่ย้ำว่าไม่เคยมีสัญญาใจเรื่องการรับปากให้นั่งเก้าอี้บิ๊กตำรวจ 2 ปี และ"ไม่หนักใจที่รุ่นน้องรอจ่อคิว"ความหมายที่อาจเป็นไปได้ว่า"ถึงเวลาที่ต้องหมุนเวียนให้คนอื่นบ้าง"เพราะเขายังเหลืออายุราชการอีกหลายปี ดังนั้นหากขยับก็ต้องขยับไปที่อื่นน่าจะใหญ่กว่าเดิม ซึ่งน่าจะเป็นเก้าอี้รัฐมนตรีอะไรสักตำแหน่งหรือไม่ อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากความดีความชอบจากการลงทุนไปบัญชาการอำนวยการคลี่คลายคดีฆ่ายกครัวที่กระบี่ทั้งสัปดาห์จนได้รับการเอ่ยปากชมจาก"พี่ใหญ่"ออกนอกหน้า

ดังนั้นเมื่อประมวลเหตุการณ์และองค์ประกอบหลายอย่างดังกล่าวทั้งความจำเป็นและเงื่อนไขเวลารวมไปถึงอนาคตข้างหน้ามันก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันที่อาจมีการปรับคณะรัฐมนตรีในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ประมาณแค่ปีกว่าโดยอาจขยับ"พี่ใหญ่"นั่งรองนายกฯควบมท.1 ดูแลอำนวยความสะดวกเรื่องการเลือกตั้ง ขณะที่เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจนั่งควบเอง และอาจปรับเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ไปนั่งช่วยงาน ก็เป็นไปได้ แบบวินวิน ได้ขยับรุ่นน้องที่จ่อคิวเข้ามาเสียบ

และอย่างที่บอกหากจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีจริงก็น่าจะหลังพระราชพิธีสำคัญในเดือนตุลาคม ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวเอาไว้ แต่ถึงอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับ "เบอร์หนึ่ง"คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าจะประเมินเหตุการณ์แบบไหน !!
กำลังโหลดความคิดเห็น...