xs
xsm
sm
md
lg

คำตอบสุดท้าย “สงครามผักตบชวา” ใช้ “ชีววิธี” ถอนรากถอนโคนให้สิ้นซาก

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวการเมือง


ป้อมพระสุเมรุ



ถึง “รัฐบาล คสช.” จะมีอำนาจล้นมือแค่ไหน หลายๆปัญหาทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ หรือการเมือง ก็ยังแก้ไม่ตก กระทั่ง “ผักตบชวา” ก็ยังเป็นปัญหาที่กวนใจมาตลอดในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมาของรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ยังไม่เห็นแววว่าจะสามารถกำจัด “พืชขยะมีชีวิต” ชนิดนี้ได้

จนประเทศยังจมอยู่กับ “กับดักผักตบชวา” หรือ “กับดักขยะ” แม้จะตั้งปัญหาขยะเป็นวาระแห่งชาติมา 3 ปีแล้วก็ตาม

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2559 “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ถึงกับเคยประกาศ กวาดล้างปราบปรามผักตบชวาให้หมดสิ้นจากแผ่นดินไทย ภายใน 1 ปี พร้อมตอกย้ำให้เป็น "วาระแห่งชาติ" อีกครั้ง มีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา ขึ้นมา โดยมอบหมาย “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

แต่พอเวลาเวียนมาบรรจบครบรอบ 1 ปี ไม่เพียงแต่ปริมาณผักตบชวาจะลดลงเท่านั้น ยังได้สร้างปัญหาในมิติต่างๆ เพิ่มขึ้นจนยากจะควบคุม ตั้งแต่การทำให้แม่น้ำลำคลองตื้นเขิน แหล่งน้ำธรรมชาติเน่าเสีย กีดขวางเส้นทางสัญจรทางน้ำ หรือการทำให้ระบบนิเวศน์ต่างๆ พังพินาศ อันนำไปสู่การอยู่อาศัยของเหล่าบรรดาสัตว์น้ำ กุ้ง หอย ปู ปลา ยิ่งเข้าสู้ฤดูฝน ช่วงหน้าน้ำ วัชพืชอย่างผักตบชวา ยังจะเป็นปัจจัยที่สำคัญทำให้น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ เนื่องจากไปอุดตันอยู่ในช่วงทางระบายน้ำ สมทบกับขยะ สิ่งปฏิกูลต่างๆ 

ปัญหาที่รุนแรงลุกลามมากขึ้น สวนทางกับงบประมาณที่ภาครัฐต้องสูญเสียไป และมีที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกๆปี เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เปิดเผยข้อมูลงบประมาณที่ใช้ในการกำจัดผักตบชวา ตลอด 5 ปีหลัง ของทุกหน่วยงานรวมกันมากถึง 2.5 พันล้านบาท แต่ปัญหาไม่ได้ลดลงเลย จน พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาศ ผู้ว่าการ สตง. ถึงกับระบุว่า งบกำจัดผักตบแพงกว่าทองคำเสียอีก

อีกทั้งยังมีปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณกำจัดผักตบชวาของแต่ละหน่วยงานที่ดูจะไร้มาตรฐาน เมื่อเปรียบงบประมาณที่สูญเสียไปกับปริมาณการจัดเก็บผักตบชวาของภาครัฐ บางหน่วยงานคำนวณแล้วต้องใช้งบประมาณถึง 450-500 บาท ต่อปริมาณผักตบชวาหนึ่งตัน ขณะที่บางหน่วยใช้เพียง 40-50 บาทต่อหนึ่งตันเท่านั้นและแม้จะมีการตั้ง คณะกรรมการอำนวยการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา แต่งบประมาณก็ยังบรรจุแยกไว้ในแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า กรุงเทพมหานคร จังหวัด อำเภอ ท้องถิ่น ทุกแห่ง และหน่วยงานทหาร ส่งผลให้ไม่สามารถบูรณาการงานได้อย่างแท้จริง

นอกเหนือจากปัญหาเรื่องงบประมาณแล้ว ยังมีปัญหาในเรื่องการตีโจทย์เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาด้วยเพราะเป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า สาเหตุที่ไม่สามารถกำจัดผักตบชวาให้สิ้นซากได้ ก็ด้วยลักษณะเด่นของวัชพืชชนิดนี้ที่สามารถแพร่ขยายได้อย่างรวดเร็ว จนอาจต้องทำใจยอมรับความเป็นจริงว่า ไม่น่าจะมีโอกาส กำจัดได้หมด อย่างที่ผู้รับผิดชอบพยายามป่าวประกาศมาตลอด

มีข้อมูลว่า ผักตบชวาถือเป็นวัชพืชน้ำที่ร้ายแรงลำดับต้นๆ ของโลก สามาถขยายพันธุ์จาก 2 ต้น เป็น 30 ต้นในเวลา 20 วัน หรือ 1,000 ตัน สามารถขยายเพิ่มขึ้นเป็นถึง 64,000 ตันในเวลาแค่ 2 เดือน จนอาจจะสรุปได้ว่า ต่อให้ระดมเครื่องมือทันสมัยมาจัดเก็บอย่างไรก็ไม่หมดไม่สิ้น

แต่สิ่งที่หน่วยงานภาครัฐดำเนินการมาโดยตลอดนั้น คือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โดยการตั้งงบประมาณจัดซื้อเครื่องมือ อุปกรณ์ และจ่ายแรงงานคน ที่น่าจะสามารถสรุปได้แล้วว่า ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของสงครามผักตบชวา

จึงไม่แปลกว่าจะถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการปล่อยทิ้งเชื้อ-เลี้ยงไข้ปัญหาไว้ เพื่อเบิกงบประมาณทุกปีอย่างไม่รู้จบสิ้น

แต่ล่าสุดดูเหมือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเริ่มตาสว่างขึ้น จากการเปิดเผยของ ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา ที่ระบุว่า ได้มีการสั่งการให้ กระทรวงมหาดไทย ทำการศึกษาวิธีการจัดการปัญหาผักตบชวาอย่างยั่งยืน เพื่อนำผลการศึกษาวิจัยทางชีววิธีเข้าช่วย หรือนำพัฒนาไปใช้ประโยชน์ในการกำจัดผักตบชวา โดยยอมรับด้วยว่า การกำจัดผักตบชวาในรูปแบบปัจจุบันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก จึงต้องนำแนวทางที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และผลการวิจัย มาประกอบกันในลักษณะคู่ขนาน ซึ่งขณะนี้กำลังรอ กระทรวงมหาดไทย รายงานผลการวิจัยกลับมายังคณะกรรมการฯชุดใหญ่

 ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า คณะกรรมการศึกษาปัญหาผักตบชวา ของกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ประสานข้อมูลร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เพื่อหาทางตามที่ได้รับมอบหมายมาในการจัดการผักตบชวาได้ประสิทธิผลมากขึ้น ซึ่งวิธีที่กำลังได้รับความสนใจในขณะนี้คือผลการวิจัยเกี่ยวกับชีววิธี โดยการใช้เชื้อรา “M.roridum strain 448” ผลิตออกมาเป็น “สารกำจัดวัชพืชจากเชื้อรา” (mycoherbicide) ที่มีความจำเพาะเจาะจงควบคุมการระบาดของผักตบชวาอย่างเป็นระบบ โดยไม่ก่อให้เกิดโรคหรือความเสียหายกับพืชน้ำชนิดอื่นๆ ที่เจริญอยู่ร่วมกับผักตบชวา หรือสิ่งมีชีวิตประเภทอื่น จึงเตรียมที่จะนำเสนอคณะกรรมการฯชุดใหญ่ในการประชุมครั้งต่อไป

ก็ต้องรอลุ้นว่า คณะกรรมการอำนวยการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา จะรับลูกการใช้ “ชีววิธี” ในการจบ “สงครามผักตบชวา” หรือไม่ เพราะนอกจากประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยควบคุมการขยายพันธุ์ของผักตบชวาแล้ว ยังมีความคุ้มค่าทางงบประมาณในระยะยาวด้วย

 เพียงแต่ข้อดีในแง่ความคุ้มค่าทางงบประมาณนั้น อาจไม่ถูกอกถูกใจ “ผู้มีอำนาจ” ที่ยังนิยมชมชอบในวิธีการที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ปล่อย “ทิ้งเชื้อ-เลี้ยงไข้” ปัญหาไว้ เพื่อเบิกงบประมาณทุกปีอย่างไม่รู้จบสิ้นหรือเปล่า ??.
กำลังโหลดความคิดเห็น...